หลายชาติคุมเข้มมาตรการรับ นทท.จีน ส่วนไทยยืนยันไม่เลือกปฏิบัติ

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังจากทางการจีนประกาศยกเลิกข้อกำหนดการกักกันโรคโควิด-19 สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2566 หลายประเทศเริ่มเข้มงวดมาตรการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวจากจีน
สหรัฐอเมริกา คือ ชาติล่าสุดที่เริ่มขยับในเรื่องนี้ หลังจากอิตาลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน และอินเดีย ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้
มาตรการใหม่ที่ทางการสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. เป็นต้นไป ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และมาเก๊า จะต้องมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นลบไม่ต่ำกว่าสองวันก่อนการเดินทาง จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเพื่อชะลอการระบาดในประเทศ ส่วนผู้ที่มีผลตรวจเป็นบวกมาก่อนเดินทาง 10 วัน สามารถแสดงเอกสารที่ระบุว่าหายป่วยจากโรคโควิด-19 แทนผลตรวจโรคโควิด-19 ที่เป็นลบได้
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังมีผลบังคับต่อผู้ที่เดินทางจากประเทศที่สามและผู้โดยสารที่แวะต่อเครื่องผ่านสหรัฐฯ ด้วย ทั้งนี้ ทางการสหรัฐฯ ก็ยังคงจะเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อที่จะปรับวิธีการตรวจคัดกรองเมื่อจำเป็น
อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐฯ ยังอ้างว่า ทางการจีนไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 อย่างเพียงพอและโปร่งใส ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การเฝ้าระวังการระบาดของโรคมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกันกับการลดโอกาสการเกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๆ อีกด้วย สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในจีนยังคงน่าเป็นห่วง เพราะยอดผู้ติดเชื้อยังคงพุ่งสูงขึ้นในหลายเมือง ยิ่งทำให้หลายประเทศเริ่มเป็นกังวล
ทว่า ทางการกรุงปักกิ่งจะออกมาระบุว่า มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 จะอยู่บนพื้นฐานที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ และกล่าวหาบางประเทศและสื่อมวลชนว่า รายงานสถานการณ์ดังกล่าวอย่างตื่นตระหนกเกินเหตุ
ชาติต่าง ๆ เพิ่มมาตรการรับมืออย่างไร
- สหรัฐอเมริกา
เนื่องจากข้อมูลเรื่องโควิดในจีนไม่มีความโปร่งใสและมีมากเพียงพอ ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. เป็นต้นไป ผู้ที่เดินทางมาสหรัฐฯ จากจีน ฮ่องกง และมาเก๊า ต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ
- สหภาพยุโรป
ก่อนหน้านี้ อิตาลีได้ออกมาตรการกำหนดให้ผู้เดินทางจากจีนต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ อย่างไรก็ดี คณะกรรมการความปลอดภัยด้านสุขภาพแห่งคณะกรรมาธิการยุโรป บอกว่า นโยบายดังกล่าว “ไม่สมเหตุสมผล” โดยบอกว่าคาดว่าผู้คนที่เดินทางเข้ามาจากจีนจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศในอียู
- ญี่ปุ่น
นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงว่า นับตั้งแต่วันศุกร์นี้ (30 ธ.ค.) เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจากจีน หรือใครที่เดินทางมาจากจีนภายในระยะเวลา 7 วันก่อนหน้านั้น จะต้องได้รับการตรวจคัดกรองที่สนามบิน หากพบว่าผลตรวจเป็นบวกจำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 7 วัน ในกรณีพบว่ามีอาการป่วย หรือหากไม่มีอาการต้องกักตัว 5 วัน
ทางการญี่ปุ่นยังคงเข้มงวดในส่วนจำนวนเที่ยวบินจากจีน

ที่มาของภาพ, Reuters
- อินเดีย
ทางการอินเดียกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เดินทางจากมาจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, และไทย ต้องแสดงผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ และหากพบว่ามีอาการป่วย หรือผลตรวจเป็นบวก ต้องกักตัวตามกำหนด
- ไต้หวัน
ทางการไต้หวันแจ้งว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเครื่องบินและเรือจากจีน จะต้องตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1-31 ม.ค. หากพบว่าผลตรวจเป็นบวกสามารถแยกกักตัวที่บ้าน
- มาเลเซีย
ทางการมาเลเซีย ก็บังคับใช้มาตรการติดตามและเฝ้าระวังเพิ่มเติมเช่นกัน
- สหราชอาณาจักร
30 ธ.ค. กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าผู้เดินนทางมาจากจีนตั้งแต่ 5 ม.ค. ต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนออกเดินทาง และตั้งแต่ 8 ม.ค. หน่วยงานด้านความมั่นคงทางสาธารณสุขของสหราชอาณาจักรจะสุ่มตรวจโควิดผู้เดินทางที่มาจากจีน
รัฐบาลสหราชอาณาจักรบอกว่าเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะ จีนไม่แบ่งปัน "ข้อมูลทางสาธารณสุขที่ครบถ้วน"
- สเปน อิสราเอล และ เกาหลีใต้ ก็ประกาศมาตรการคล้ายคลึงกันเมื่อ 30 ธ.ค.
สาธารณสุขไทยเตรียมการอย่างไร
แม้ว่าทางการจีนจะประกาศมาแล้ว แต่ยังคงมีรายละเอียดเพิ่มเติม จึงทำให้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ว่า ขณะนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนและนโยบายจากทางรัฐบาลของจีนก่อน ทั้งในส่วนของการเปิดประเทศของเขาที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศจีน ขณะเดียวกันคนจีนที่จะเดินทางออกจากประเทศตนเองจะต้องทำอย่างไร
"ในส่วนของประเทศไทยเองไม่อยากให้มีการตั้งข้อรังเกียจหรือสงสัยเพราะการปฏิบัติในส่วนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะเหมือนกันทั้งหมดไม่ว่าจะมาจากฝั่งตะวันตกหรือฝั่งเอเซียก็ตาม"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซต์ไทยแลนด์" ว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือแนวทางเบื้องต้นรับมือกับนักท่องเที่ยวจีน และยังคงมีความคล้ายคลึงกับมาตรการเดิม
อย่างไรก็ตาม รมว. สาธารณสุข ระบุว่า ทางการจีนจะมีความเข้มตั้งแต่เดินทางออกจากประเทศ ต้องมีการตรวจ RT-PCR ก่อน และต้องรับวัคซีนให้ครบ 3 เข็มจึงเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนการติดเชื้อในประเทศจีนเองทราบว่ามี 60% ก็ถือว่า คนส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันแล้ว
ส่วนนักท่องเที่ยวที่เมื่อมาไทยก็ต้องทำประกันสุขภาพ หากเจ็บป่วยจะได้ไม่เป็นภาระในการดูแล และหากต้องการรับวัคซีนเพิ่ม ก็สามารถรับได้ โดยรัฐบาลเตรียมฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้กับนักท่องเที่ยวด้วยความสมัครใจ แต่ในส่วนนี้จะต้องมีการคิดค่าใช้จ่าย
"เราไม่ได้คำนึงด้านสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว แต่คิดเรื่องของเศรษฐกิจด้วย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้น อีกทั้งระบบเศรษฐกิจไทยก็ได้รับการพึ่งพาจากท่องเที่ยวจีน มาตรการต่างๆ จึงเน้นเรื่องความสมดุล"








