"เนทันยาฮู พวกเราจะไม่ไปไหน" เหตุใดผู้คนในกาซาปฏิเสธคำสั่งอพยพของอิสราเอล

People evacuating southbound from Gaza City

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ลูซี วิลเลียมสัน
    • Role, บีบีซีนิวส์
    • Reporting from, ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา

ทางการอิสราเอลสั่งให้ประชากรในเมืองกาซาซิตีทั้งหมดอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากกองกำลังของตนเองกำลังเตรียมยึดพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อทำลายตึกสูงและอาคารต่าง ๆ โดยทางกองทัพบอกว่า ในขณะนี้ได้เข้าควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการได้แล้ว 40% ของเมือง ขณะที่กองกำลังภาคพื้นดินเตรียมต่อสู้กับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เรียกว่า "ฐานที่มั่นสำคัญแห่งสุดท้าย" ของกลุ่มฮามาส

ในสัปดาห์นี้ แม้เนทันยาฮูกล่าวว่าผู้คน 1 แสนคนได้ออกจากเมืองกาซาซิตีแล้ว แต่บีบีซีพบว่ายังมีอีกล้านคนที่ยังคงเลือกอยู่ในเมืองนี้ ซึ่งจำนวนมากอาศัยอยู่ในเต็นท์หรือที่พักพิงชั่วคราว โดยพวกเขาส่วนใหญ่บอกว่าจะไม่ออกไปหรือไม่สามารถออกไปจากเมืองนี้ได้

หลังตึกสูงใกล้บ้านของเขาถูกโจมจีในวันนี้ อัมมาร์ ซุคคาร์ เรียกร้องให้ผู้เจรจาของฮามาสมานั่งเจรจาจากในเต็นท์ ไม่ใช่จากห้องติดเครื่องปรับอากาศในกาตาร์ พร้อมกับยืนยันว่าเขาจะยังอยู่ในเมืองกาซาซิตี

"เนทันยาฮู ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม พวกเราจะไม่ไปไหน" เขาบอกกับผู้สื่อข่าวอิสระท้องถิ่นที่ทำงานให้กับบีบีซี

"ไปดีลกับฮามาสซะ ไปฆ่าพวกนั้นนู่น ไม่ใช่มาโทษพวกเรา แม้เราจะถูกฝังกลบอยู่ที่นี่ เราก็จะไม่จากไปไหน ที่นี่คือดินแดนของพวกเรา" เขากล่าว

วาเอล ชาบาน ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับตึกสูงที่ตกเป็นเป้าหมายในวันนี้เช่นกัน บอกว่าพวกเขามีเวลาเพียง 15 นาทีในการอพยพออกจากพื้นที่ก่อนที่การโจมตีจะเริ่มขึ้น

"เมื่อเรากลับมา เต็นท์ แป้งขนมปัง ทุกอย่างหายไปหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เพื่อกดดันให้เราเดินทางลงใต้ แต่เราไม่มีเงินที่จะใช้เพื่อเดินทางไป เราไม่มีแม้แต่เงินที่จะซื้อแป้งสำหรับทำอาหารได้ด้วยซ้ำ แค่ค่าเดินทางลงใต้ก็คิดเป็นเงิน 1,500 เชเกลแล้ว (ราว 14,200 บาท)" เขาบอก

กองทัพอิสราเอลพยายามบอกว่า ในพื้นที่ที่เรียกว่า เขตมนุษยธรรมที่อยู่ทางใต้ของฉนวนกาซา มีที่พักพิง อาหาร และน้ำ รองรับชาวเมืองกาซาซิตีอย่างเหลือเฟือ

ทว่า องค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ กลับบอกว่าพื้นที่ที่ชาวกาซาถูกส่งให้ไปอยู่นั้นมีความแออัดอยู่แล้ว รวมถึงขาดแคลนอาหาร และทรัพยากรทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross - ICRC) กล่าวว่า ไม่มีที่พื้นที่ใดในกาซาที่สามารถรองรับการเคลื่อนย้ายของผู้คนจำนวนมหาศาลเช่นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว โดยบอกว่าแผนอพยพผู้คนจำนวนมากเป็นสิ่งที่ "ไม่สามารถทำได้" และ "ไม่สามารถเข้าใจได้"

ด้านกองทัพของอิสราเอลกำลังสร้างสถานที่แจกจ่ายความช่วยเหลือใกล้กับเมืองราฟาห์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร โดยบอกว่ากำลังจัดหาเต็นท์เพิ่มเติมอีกหลายพันหลัง รวมถึงวางท่อส่งน้ำใหม่จากอียิปต์

บีบีซีเดินทางไปยังส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่กองทัพอิสราเอลฝังตัวอยู่ เพื่อดูสถานที่ก่อสร้างศูนย์แห่งใหม่ และนี่เป็นครั้งแรกที่บีบีซีได้รับอนุญาตให้เขาไปยังพื้นที่ฉนวนกาซา นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2023

Lucy Williamson pictured at a new aid site which will be run by the GHF. She stands outside on pale brown, stony ground, with a grey fence rising on two sides behind her. She is wearing a helmet and a protective vest with 'press' written on it.
คำบรรยายภาพ, ภาพถ่าย ลูซี วิลเลียมสัน ที่ยืนอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือแห่งใหม่ที่กำลังดำเนินการโดยมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (GHF)

การเดินทางแบบฝังตัวไปกับกองทัพอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าว ก็ทำให้อิสราเอลสามารถใช้ดุลพินิจของตัวเองได้ด้วย ส่งผลให้เกิดการควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด จนไม่สามารถเข้าถึงชาวปาเลสไตน์หรือพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพได้ ดังนั้นการที่นักข่าวของบีบีซีจะเข้าไปยังฉนวนกาซาได้จึงต้องอาศัยดุลพินิจของทางอิสราเอลเท่านั้น

ปัจจุบัน อิสราเอลไม่อนุญาตให้องค์กรสื่อ รวมถึงบีบีซี เข้าไปยังพื้นที่กาซาเพื่อรายงานข่าวได้อย่างอิสระ

เมืองราฟาห์เป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งสุดท้ายที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลส่งกองกำลังเข้าโจมตีเมือง เพื่อทำลาย "ฐานที่มั่นสุดท้าย" ของกลุ่มฮามาส

ขณะขับรถไปตามถนนทหารที่เพิ่งปูใหม่เลียบชายแดนกาซาติดกับอียิปต์ ทีมข่าวบีบีซีผ่านซากปรักหักพังของด่านชายแดนราฟาห์เก่า หลังคาของอาคารหลังหนึ่งแตกร้าวและทรุดลงกับพื้น

ถัดออกไปตามถนนที่รู้จักกันในชื่อระเบียงฟิลาเดลฟี (Philadelphi Corridor) กองอิฐและเศษโลหะที่แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้เห็นตำแหน่งที่เคยเป็นบ้านเรือนหรืออาคารการเกษตรแต่หลังที่เคยตั้งอยู่

ตัวเมืองราฟาห์เอง ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ช่วยเหลือแห่งใหม่ แทบจะถูกทำให้ราบเป็นหน้ากลองจนกลายเป็นทะเลทราย ความเงียบสงบและชีวิตชีวาของเมืองถูกลบเลือนไป เหลือเพียงโครงสร้างเล็ก ๆ ที่มีรอยหลุมบ่อโผล่ขึ้นมาจากเศษหินที่กระจัดกระจายเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรบนพื้นทราย

A coil of barbed wire runs across churned-up piles of soil near the city of Rafah. Demolished buildings lie in piles of debris behind the wire, with one lone structure still upright but appearing to have had its windows blown out.
คำบรรยายภาพ, Near the new GHF aid site, rubble lies strewn around the city of Rafah เศษซากปรักหักพังเกลื่อนเมืองราฟาห์ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานที่ช่วยเหลือแห่งใหม่ของมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา

ไม่ใช่เรื่องยากหากจะมองเห็นเนินดินและแท่งคอนกรีตที่เพิ่งถูกระเบิดใหม่ ๆ โผล่ขึ้นมาจากภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยเศษหินที่เลยออกไป ใกล้กับเขตเทล เอล-สุลต่าน

เมื่อขับรถไปไม่ไกลจากจุดข้ามแดนหลักเคเรม ชาลอม จะเห็นหัวมุมของเขตคุ้มครองมนุษยธรรมอัล-มาวาซี ซึ่งผู้พลัดถิ่นจำนวนมากกำลังหลบภัยอยู่ โดยมองเห็นได้จากชายฝั่งขึ้นไปเล็กน้อย

"แนวคิดทั้งหมดคือเส้นทางที่ปลอดภัยและรวดเร็ว" พันโทนาดาฟ โชชานี โฆษกกองทัพอิสราเอลกล่าว "ให้ระยะทางสั้นที่สุดสำหรับรถบรรทุกและผู้คนที่กำลังเข้ามาเท่าที่จะเป็นไปได้ เราสามารถรับประกันได้ว่าการปล้มสะดมเป็น 0%"

พวกเขาพาทีมข่าวบีบีซีไปชมทั้งสองพื้นที่ที่อยู่แยกจากกัน แต่ละแห่งกว้างประมาณ 100 เมตร ซึ่งกองกำลังอิสราเอลระบุว่า สามารถขนถ่ายและกระจายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ภายในกำแพงรอบนอกแห่งหนึ่ง มีรถบรรทุกของสหรัฐฯ จำนวน 2 คัน จอดอยู่บนพื้นทรายแล้ว

อิสราเอลระบุว่า จุดแจกจ่ายความช่วยเหลือแห่งใหม่จะถูกส่งมอบให้กับมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สำหรับงานด้านการรักษาความปลอดภัย ที่นี่ก็เหมือนกับจุดแจกจ่ายความช่วยเหลืออื่น ๆ ของมูลนิธิฯ ที่ได้รับการดูแลโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยเอกชนของสหรัฐฯ และมีกองกำลังอิสราเอลคอยรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ

ทว่า สหประชาชาติระบุว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,100 คน ขณะพยายามเข้าถึงความช่วยเหลือจากจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือของมูลนิธิฯ นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มปฏิบัติการในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

ด้านพันโทโชชานีกล่าวว่า ได้เรียนรู้บทเรียนมากมายว่าควรจัดตั้งศูนย์แจกจ่ายอย่างไร

"คุณสามารถมองเห็นสันทราย กำแพงคอนกรีต ทำให้มันชัดเจนว่าคุณควรเดินไปที่ไหน และทำให้แน่ใจได้ว่าผู้คนจะไม่เข้าใกล้กองทัพและเข้าไปพัวพันในสถานการณ์อันตราย" เขากล่าว

"สิ่งสำคัญ [อีกประการหนึ่ง] คือระยะห่างระหว่างพวกเขา เพียงแค่เดินไปไม่ไกลก็ถึงที่ที่ผู้คนอยู่ ซึ่งจะช่วยให้สะดวกขึ้น แต่ก็ปลอดภัยขึ้นด้วย"

แต่บางคนในจำนวนนั้นในตอนนี้ถูกสั่งให้ออกจากเมืองกาซาซิตีบอกว่า ที่อื่นคงไม่ปลอดภัยไปกว่านี้อีกแล้ว หลังจากอิสราเอลโจมตีเป้าหมายในศูนย์พักพิง เต็นท์ และพื้นที่คุ้มครองมนุษยธรรมที่กำหนดไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

"นี่คือ MO (Mode of Operation หรือ รูปแบบของการปฏิบัติการ) ของฮามาส" พันโทโชชานีกล่าว "พวกมันพยายามจะบอกพวกคุณว่า 'ไม่ต้อง อย่าไป พวกคุณคือโล่ป้องกันของเรา! จงอย่าย้ายไปทางใต้!'"

"ปีที่แล้ว เราได้ปฏิบัติภารกิจที่คล้ายกันนี้ [ในเมืองราฟาห์] และประสบความสำเร็จ" เขากล่าว "พลเรือนสามารถหลบหนีออกจากแนวการยิงได้ มีผู้ก่อการร้ายฮามาสเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก นั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำให้สำเร็จในเมืองกาซาซิตี"

Nadav Shoshani is wearing a khaki military uniform, including a helmet. His name is written on the protective vest across his chest. He appears to be in his 20s or 30s and has dark eyebrows and a beard.
คำบรรยายภาพ, พันโทโชชานี กล่าวว่าศูนย์ให้ความช่วยเหลือของมูลนิธิ GHF แห่งใหม่จะตั้งขึ้นอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะที่ทางสหประชาชาติระบุว่า มีคนถูกสังหารมากกว่า 1,100 คน ขณะที่พวกเขาพยายามเข้าไปรับความช่วยเหลือในจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือที่ศูนย์ดังกล่าว นับตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา

ประชาชนในเมืองราฟาห์ถูกอพยพไปยังเขตอพยพที่จัดตั้งขึ้นตามแนวชายฝั่ง ก่อนจะเกิดปฏิบัติการภาคพื้นดินในเดือน พ.ค. 2024 ซึ่งกองทัพอิสราเอลระบุว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น "ชั่วคราว" แต่จนถึงตอนนี้พื้นที่ที่พวกเขาจากไป ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิสราเอลอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ดี การอพยพออกจากเมืองกาซาซิตี และการต่อสู้กับกลุ่มฮามาสในอุโมงค์ใต้ดิน รวมถึงตามถนนต่าง ๆ จะเป็นภารกิจที่ยากและอันตรายมากขึ้น

นักรบฮามาสกำลังหันไปใช้กลยุทธ์ก่อความไม่สงบและกลวิธีโจมตีแบบกองโจรมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีทหารอิสราเอล 4 นายเสียชีวิตจากการโจมตีบริเวณชานเมืองกาซาซิตี

ในขณะเดียวกัน ผู้นำอิสราเอลกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักภายในประเทศจากครอบครัวตัวประกัน ซึ่งระบุว่าแผนการยึดเมืองดังกล่าวเปรียบเสมือนโทษประหารชีวิตญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่และถูกกักขังไว้ที่นั่น

ทว่า เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งไม่หวั่นไหวต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศ เคยอวดอ้างถึงความมุ่งมั่นในการเผชิญหน้ากับฝ่ายค้านนานาชาติ และเดินหน้ารุกคืบที่เมืองราฟาห์มาแล้ว

บัดนี้ เมื่อโอกาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลง และชาวกาซาที่อ่อนล้ากว่าหนึ่งล้านคนอยู่ในแนวหน้า นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลกำลังบอกกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเขาว่า มีเพียงการรุกอีกครั้งหนึ่งที่จะขวางกั้นระหว่างเขากับชัยชนะเหนือฮามาส หรืออธิบายง่าย ๆ ว่า แค่การรุกคืบอีกครั้งเขาก็จะชนะกลุ่มฮามาสได้แล้ว