ย้อนประวัติศาสตร์ลู่วิ่งโอลิมปิก เทคโนโลยีช่วยให้วิ่งได้เร็วขึ้นอย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำหรับคนชมกีฬาทั่วไปลู่แข่งวิ่งอาจจะดูเหมือนกันไปเสียทั้งหมด แต่เมื่อการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเริ่มขึ้นในวันศุกร์นี้ สิ่งที่ไม่ควรพลาดติดตามคือ ลู่วิ่งสีม่วงที่สนามกีฬา สต๊าด เดอ ฟรองซ์ (Stade de France) สนามกีฬาหลักในปารีสเกมส์ 2024
เมาริซิโอ สตรอปเปียนา เจ้าของบริษัทผลิตและติดตั้งลู่วิ่งกรีฑาที่ชื่อว่า “มอนโด กรุ๊ป” จากเมืองอัลบาของอิตาลี อธิบายว่า การทำลู่วิ่งโดยใช้สีม่วงเป็นเรื่องที่ “กล้าหาญบ้าบิ่น” แต่จะช่วยให้ผู้คนจดจำปารีสเกมส์ได้มากขึ้น
ลู่วิ่งสีม่วงที่สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ ใช้เวลาสร้างถึง 10 สัปดาห์ในช่วงที่ทั้งฝนตกและอากาศหนาว หลังจากที่เกมการแข่งขันรักบี้เวิลด์คัพจบลงในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว
“ในท้ายที่สุดที่มันติดตั้งเสร็จ มันมีความสวยงามอย่างมาก” สตรอปเปียนา กล่าว โดยบริษัทของเขาเป็นผู้ทำลู่วิ่งให้กับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทุก ๆ ครั้งตั้งแต่ปี 1976
มอนโด กรุ๊ป ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้งของบริษัทที่ชื่อว่า เอดมอนโด สตรอปเปียนา ซึ่งเริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตยางล้อจักรยานในช่วงยุคหลังสงคราม ก่อนขยับขยายมาทำลู่วิ่งในปี 1972
มอนโด กรุ๊ป บอกว่า ลู่วิ่งในโอลิมปิกปารีสทำให้วิ่งได้เร็วกว่าลู่วิ่งในโอลิมปิกเมื่อปี 2020 ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นถึง 2%
ภายใต้ลู่วิ่งสีม่วงเป็นโครงสร้างที่ทำจากยางสองชั้น ชั้นล่างสุดมีโครงสร้างภายในคล้ายรูปร่างของรังผึ้ง ซึ่งอากาศภายในช่องต่าง ๆ สามารถดูดซับแรงกระแทกขณะที่เท้าลงสัมผัสกับพื้น และช่วยส่งแรงกลับไปที่เท้าขณะที่ยกขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
ลู่วิ่งกรีฑามีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ เซอร์ โรเจอร์ แบนนิสเตอร์ สร้างสถิติวิ่งในระยะทาง 1 ไมล์ ภายในเวลาไม่ถึง 4 นาที ในการแข่งขันวิ่งที่ถนนอิฟฟลีย์ในมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร เมื่อปี 1954
สถิติดังกล่าวเกิดขึ้นกับการวิ่งบนลู่วิ่งที่ทำจากขี้เถ้า ซึ่งถือว่าเป็นพื้นผิวที่ดีที่สุดของลู่วิ่งในสมัยนั้น
เซอร์ โรเจอร์ ซึ่งเป็นประธานสโมสรกรีฑาของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในตอนนั้น ได้สร้างลู่วิ่งขึ้นมาใหม่แทนลู่วิ่งเดิมที่มีลักษณะเป็นหลุมบ่อ
“เขาตัดสินใจว่าต้องสร้างลู่วิ่งความยาว 402 เมตร ด้วยขี้เถ้า” เทิร์สตัน แบนนิสเตอร์ ลูกชายของเซอร์ โรเจอร์ เล่า
ขี้เถ้าเป็นหินภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยฟองก๊าซ ในการสร้างพื้นผิวของลู่วิ่งพวกเขาผสมขี้เถ้ากับดินเหนียว พีทมอส หรือขี้เถ้าที่ได้จากการเผาไหม้ถ่านหิน ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดจะยึดพื้นผิวเข้าไว้ด้วยกัน
ลู่วิ่งจากขี้เถ้าค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ลู่วิ่งที่เป็นลานสกปรก หรือลานหญ้า และพื้นผิวที่ทำจากไม้ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19
แม้ลู่วิ่งจากขี้เถ้านั้นมีความแข็งกว่าและทำให้วิ่งได้เร็วกว่า แต่มันก็มีข้อเสียใหญ่ ๆ เช่นกัน
“คุณอาจจะเลอะเทอะได้ถ้าหากว่า มันเปียกหรือชื้น มันเป็นเรื่องน่าสนุกเสมอ ถ้าคุณเห็นตัวเองตอนที่วิ่งจบ” มาเรีย แมคเคมบริดจ์ นักวิ่งระยะ 5,000 เมตร ในการแข่งขันโอลิมปิกที่เอเธนส์ กล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
การแข่งขันวิ่งในโอลิมปิกใช้ลู่วิ่งขี้เถ้าแดงอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งในปี 1968 รวมถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงเม็กซิโก ซิตีเป็นเจ้าภาพ ลู่วิ่งกรีฑาได้เปลี่ยนมาใช้โพลียูรีเทนแทน ซึ่งมันมีชื่อว่า "ลู่ทาร์ทัน" โดยมีบริษัท 3 เอ็ม บริษัทเดียวกับผู้ผลิตสก็อตช์เทป เป็นผู้ผลิต
แม้ว่าไม่มีความจำเป็นว่าต้องทำให้วิ่งเร็วกว่าเสมอไป แต่ลู่วิ่งเหล่านี้ก็ใช้งานได้ดีกว่าเมื่อฝนตก เพราะลู่วิ่งจากขี้เถ้า เมื่อเจอฝนตกมักจะต้องยกเลิกการแข่งขัน
โพลียูรีเทนผลิตจากสารโพลิเมอร์ที่สังเคราะห์โดยมนุษย์ ที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยซ้ำ ๆ จำนวนมาก
ชอน กูดี ผู้บริหารของบริษัท “สปอร์ตส กรุ๊ป” ผู้ผลิตพื้นผิวสนามกีฬา รวมทั้งลู่วิ่ง สำหรับการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ บอกว่า ปัจจุบันโพลิเมอร์ยังถูกใช้ในการทำลู่วิ่งกรีฑา แต่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก
“โพลิเมอร์ที่เราใช้ทุกวันนี้ สามารถปรับแต่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งานโดยเฉพาะ เช่น ป้องกันปุ่มแหลมที่ส้นรองเท้ากีฬา หรือป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตหรือยูวี” เขากล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่นครมอนทรีออลของแคนาดา เมื่อปี 1976 เป็นครั้งแรกที่มีการใช้ลู่วิ่งยางที่ผลิตโดยบริษัทมอนโด
“พวกเราได้ใช้ลู่วิ่งที่ยอดเยี่ยมของมอนโดที่กรุงเอเธนส์ของกรีซ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฉันชอบความแข็งของมัน ฉันรู้สึกอย่างยิ่งว่ามันวิ่งได้เร็วกว่าลู่ทาร์ทันมาก” แมคเคมบริดจ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แมคเคมบริดจ์กล่าวว่าความแข็งก็อาจจะเป็นปัญหาได้ เธอบอกว่า “นักวิ่งระยะไกลบางคนบ่นว่ามันทำให้รู้สึกตึงที่น่องไปอีกสองสามวันหลังจากแข่งจบ”
“นักวิ่งระยะ 10,000 เมตร มักจะใส่รองเท้าวิ่งแบบพื้นบางในการแข่งขัน มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้รู้สึกกับพื้นแข็งแบบนั้น”
“ลู่วิ่งต้องมีคุณสมบัติสองอย่างที่แตกต่างกัน ทั้งความแข็งและความนุ่ม” ชูเอา บอมฟิม นักเคมีโพลิเมอร์จากลักเซมเบิร์ก และอดีตหัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาของมอนโด
เขาบอกด้วยว่า ยิ่งพื้นผิวแข็งเท่าไหร่ ก็ยิ่งวิ่งได้เร็วขึ้นเท่านั้น “คุณสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นบนพื้นคอนกรีตหรือแอสฟัลต์มากกว่าวิ่งบนพื้นทรายของชายหาด”
แต่นั่นก็หมายถึงน้ำหนักที่กดลงไปถึงสามเท่าจากน้ำหนักตัว ดังนั้น แรงกดจึงจำเป็นต้องถูกดูดซับหรือไม่อย่างน้อยก็ต้องไม่ส่งแรงกระแทกกลับไปยังเท้า
แนวคิดในการทำลู่วิ่งแบบนี้ หมายถึงแรงกระแทกจะช่วยส่งให้นักกีฬาเคลื่อนไปข้างหน้าแทนที่จะเป็นการทำให้เกิดการบาดเจ็บ
บอมฟิม ระบุว่า การใช้โครงสร้างของยางสองชั้น โดยใช้วัสดุของยางที่แตกต่างกันในแต่ละชั้นจะทำให้ลู่วิ่งมีคุณสมบัติสองแบบที่แตกต่างกันในลู่วิ่งอันเดียว
การเลือกวัสดุเคมีที่ไม่เหมือนกันในการเตรียมพื้น ทำให้นักออกแบบลู่วิ่ง “สามารถหาส่วนผสมของวัสดุที่ปรับการดูดซับแรงได้มากขึ้น หรือไม่ก็ฟื้นตัวได้ยืดหยุ่นมากขึ้น” เขากล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters
ทาดห์ ซัลลิแวน จากสโมสรกีฬากรีฑาดันดรัมในเซาท์ดับลินของไอร์แลนด์ ซึ่งติดตั้งลู่วิ่งจากมอนโดบอกว่า ในปัจจุบันลู่วิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงอาจทำมาจากทั้งโพลียูรีเทนหรือยาง
เขาอธิบายว่า ความแตกต่างประการสำคัญระหว่างพื้นผิวสองประเภทนี้ คือ วิธีการติดตั้ง ลู่วิ่งจากโพลียูรีเทนจะใช้วิธีผสมที่พื้นสนาม ส่วนพื้นผิวยางจะผลิตมาจากโรงงานแล้วนำมาติดตั้ง เขาบอกด้วยว่า สำหรับประเทศที่มีฝนตกบ่อยอย่างไอร์แลนด์ ลู่ที่ทำจากยางจะง่ายกว่าในการติดตั้ง

ที่มาของภาพ, Steward Humble
ตอนนี้ที่สนามในเขตอิฟฟลีย์ของอ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งเคยเป็นสนามวิ่งที่เซอร์ โรเจอร์ แบนนิสเตอร์ เคยทำลายสถิติการวิ่งเมื่อ 70 ปีก่อน กำลังติดตั้งลู่วิ่งที่ทำจากวัสดุโพลียูรีเทน โดยบริษัทเยอรมันที่ชื่อว่า สต็อกไมเออร์
อานิกา ชวาซ-ชินตาพัตลา นักวิ่งวิบากซึ่งเรียนแพทย์อยู่ที่วิทยาลัยทรินิตี มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ตั้งตารอคอยลู่วิ่งใหม่ หลังจากที่พื้นลู่วิ่งสนามเก่าให้เธอเกิดอาการบาดเจ็บ
“ฉันตื่นเต้นมาก ๆ กับลู่วิ่งใหม่ และมันน่าจะทำให้กังวลกับเรื่องบาดเจ็บน้อยลง” เธอกล่าว
ลู่วิ่งที่ติดตั้งใหม่ที่อ็อกซ์ฟอร์ดนี้จะใช้สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยด้วย
“การวิ่งเป็นเหมือนเกมทางจิตวิทยา มันมีทั้งการมองเห็นภาพและสี”
แล้วการทำลู่วิ่งสีต่าง ๆ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร
บอมฟิม นักเคมีซึ่งอยู่เบื้องหลังลู่วิ่งของมอนโด กล่าวว่า “สีที่ทำง่ายที่สุดสำหรับลู่วิ่งยางคือสีดำ มันเป็นสีของยางรถยนต์”
ส่วนสีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีดำมีความท้าทายในการทำ และสีที่เป็นไปไม่ได้เลยคือสีขาว”
ในการพัฒนาลู่วิ่งกรีฑา นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน การผลิตลู่วิ่งมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
วิธีแรกที่ผู้ผลิตทำ คือ กำจัดแร่ใยหินและกำมะถันออกไป และใช้วัสดุที่นำมากลับมาใช้ใหม่มาแทน
ผู้บริหารมอนโดบอกว่า ลู่วิ่งที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกปารีสเกมส์ใช้วัสดุรีไซเคิลราว 50%
ส่วนลู่วิ่งที่ทำเป็นสีเขียวในท้องตลาด อย่างลู่วิ่งของบริษัทสปอร์ตส กรุ๊ป ซึ่งใช้ชื่อแบรนด์ว่า “เรคคอร์ตัน”(Rekortan) ใช้วัสดุที่ทำขึ้นจากโพลียูรีเทนที่ได้มาจากน้ำมันคาโนลาและน้ำมันเรปซีด
ดังนั้น ลู่วิ่งกีฬาไม่ว่าจะสีแดงหรือสีม่วง อนาคตของการทำลู่วิ่งกรีฑามีแนวโน้มว่าจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น











