ชุดพิธีการโอลิมปิกทีมชาติไทยสำคัญอย่างไร เหตุใดคนไทยบางส่วนไม่พอใจ

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/STADIUMTH
- Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ท่ามกลางการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือที่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเรียกว่า "ซอฟท์พาวเวอร์" เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พลันที่ภาพของชุดที่คาดว่าจะเป็น "ชุดพิธีการ" ของนักกีฬาไทยที่จะเข้าร่วมมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีสเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 26 ก.ค. -11 ส.ค. นี้ ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยบางส่วนมองว่า มีความเป็นอนุรักษนิยมสูง และไม่ทันสมัยเมื่อเปรียบเทียบกับชุดพิธีการของหลายประเทศ
ชุดดังกล่าวได้รับการเปิดเผยครั้งแรกผ่านเฟซบุ๊กเพจที่ใช้ชื่อว่า Stadium TH ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท แพลน บี อีเลฟเว่น จำกัด พันธมิตรของการกีฬาแห่งประเทศไทยในการทำการตลาดและการถ่ายทอดสดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกเกมส์ในปีนี้ โดยชุดดังกล่าวทำจากผ้าไหมไทยสีฟ้ามีลายที่กระดุม แตกต่างจากชุดพิธีการในปีก่อน ๆ ที่จะเป็นชุดสูทสากลสีต่าง ๆ
แต่วานนี้ (18 ก.ค.) ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย ออกมาชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่า ชุดที่ปรากกฏเป็นข่าว "ไม่ใช่ชุดพิธีการ" ที่ใช้ในพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก เพราะอาจจะไม่เหมาะกับสภาพอากาศที่กรุงปารีสในระหว่างเปิดการแข่งขัน ซึ่งต้องขึ้นเรือในพิธีเปิดด้วย พร้อมระบุว่าถึงตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และคาดว่าจะให้นักกีฬาสวม "ชุดแข่งขัน" แทน ซึ่งชุดดังกล่าวแกรนด์สปอร์ตเป็นผู้ออกแบบและผลิต
ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ค.) หัวหน้าคณะนักกีฬาไทยตัดสินใจให้นักกีฬาใส่ชุดที่ออกแบบโดยทีมงานศิลปแกรนด์สปอร์ตในวันพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปารีส ในวันที่ 26 ก.ค. นี้
จากกระแสที่เกิดขึ้น บีบีซีไทยชวนผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและการออกแบบพัสตราภรณ์ร่วมสมัยมาอธิบายปฏิกิริยาสังคมที่เกิดขึ้น พร้อมวิเคราะห์ถึงโอกาสที่ประเทศไทยควรคว้าไว้เมื่อมีโอกาสมีส่วนร่วมในงานใหญ่ระดับโลกเพื่อส่งเสริมความเป็นไทยสู่สากล

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/STADIUMTH
"นาทีแรกที่เห็นภาพในโซเชียลเน็ตเวิร์คก็คือ สะดุดตา อุ๊ย! ทำไมชุดแปลก ๆ" พีรมณฑ์ ชมธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายไทยโบราณ ที่เป็นที่รู้จักในชื่อ "ครูบิ๊ก" อธิบายถึงความรู้สึกแรกเมื่อเห็นชุดดังกล่าวพร้อมกับเสียงหัวเราะ ก่อนจะเล่าต่อว่า
"รู้สึกผิดหวังนิดหนึ่ง เพราะเราคาดหวังไว้ว่า ชุดพิธีการของนักกีฬาไทยปีนี้น่าจะมีความทันสมัยมาก ๆ มีความแปลกใหม่มากกว่าเดิมมาก ๆ เพราะว่าในปีนี้รัฐบาลได้ออกตัวแรงมากเลยว่าจะสนับสนุนเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ และแฟชั่นไทย ผ้าไทยสู่สากล เพราะฉะนั้นผมก็มีความคาดหวังที่จะเห็นว่า ปีนี้แหละจะเป็นปีที่ประเทศไทยจะรุกคืบพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดในเชิงการสร้างแบรนด์ผ้าไทยชุดไทยออกสู่สายตาสากลเพื่อใช้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ดี"
เปิดงบแฟชั่นไทยผ่านชุดนักกีฬาโอลิมปิก
เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา บีบีซีไทยรายงานเกี่ยวกับโครงการในงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์สาขาแฟชั่น พบว่า โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นประเภทกีฬาผ่านนักกีฬาโอลิมปิกไทยในเวทีโลก เป็นหนึ่งในโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด 3 อันดับแรก
โดยโครงการนี้ใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท แบ่งเป็น การออกแบบชุดนักกีฬา 1.5 ล้านบาท ผลิตสื่อสำหรับส่งเสริมภาพลักษณ์ 2 ล้านบาท และประชาสัมพันธ์ 1.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 18 ก.ค. น.ส.กมลนาถ องค์วรรณดี อดีตประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่ออธิบายว่่า เดิมได้ขอเสนอโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์แฟชั่นไทยผ่านนักกีฬาโอลิมปิก ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการชุดเดิมที่ลาออกมาแล้วต่อคณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ แต่สุดท้ายถูกยกเลิกไป จึงไม่ได้มีโอกาสได้ทำโครงการดังกล่าว

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล งบประมาณ 130 ล้านบาท ในการทำโครงการออกแบบสินค้าโดยใช้ผู้ที่มีองค์ความรู้ทางด้านมวยไทยมาร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางแฟชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมวยไทย
ส่วนอีกโครงการคือ โครงการ Fashion Alliance งบประมาณ 95 ล้านบาท รายละเอียดงบประมาณ ได้แก่ การจัดจ้างคณะทำงานออกแบบพัฒนาหลักสูตร 25 ล้านบาท พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ 30 ล้านบาท บ่มเพาะธุรกิจให้คำปรึกษา 20 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเพื่อส่งออก 20 ล้านบาท
โอกาสทองของไทยที่จะประกาศศักยภาพด้านแฟชั่น
พีรมณฑ์กล่าวว่า มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกเป็นโอกาสทองของไทยที่จะประกาศและโชว์ศักยภาพความสร้างสรรค์ และศักยภาพในการออกแบบเครื่องแต่งกาย แต่สิ่งที่ปรากฏกลับเป็นสิ่งที่ไม่สะท้อนถึงความสมัยใหม่มากพอ
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญผ้าไทยคนนี้จึงตัดสินใจโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวเพื่อเสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขจำนวน 7 ข้อ อย่างเช่น "การปรับวงคอให้ตื้นขึ้นอีก ตอนนี้มันคว้านลึกไป, วงแขนใหญ่เกินตัวไปมาก ต้องแก้แพทเทิร์นใหม่ให้เล็กลง, เก็บเกล็ดหลังเสื้อเข้าอีก, ลดขนาดแขนเสื้อให้แคบลงอีก, ปลายแขนเสื้อยาวไปปรับขึ้นให้พอดีข้อมือ, ความยาวของตัวเสื้อยาวไปมากใส่แล้วดูตัวยาวขาสั้นรูปร่างผิดส่วนอย่างแรงต้องปรับให้ชายเสื้อสั้นขึ้นอีก"
โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากจนทำให้มียอดแชร์มากกว่า 1.5 พันครั้ง

ที่มาของภาพ, พีรมณฑ์ ชมธวัช
นอกจากนี้เขายังแนะนำให้ "ใส่เสื้อสีฟ้าครามตัวนี้กับกางเกงสีขาวล้วนถุงเท้าขาวรองเท้าสีขาว จะช่วยให้ดูดีขึ้น เป็นชุดของหนุ่มสาวมากขึ้นเหมาะเหมาะกับวัยของนักกีฬา"
ชุดแข่งขันที่เปิดตัวออกมาก่อนตราตรึงใจมากกว่า
ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พีรมณฑ์รู้สึกผิดหวังกับเสื้อชุดไทยของนักกีฬาโอลิมปิกก็เพราะ "ชุดแข่งขันและชุดเดินทาง" ของนักกีฬาทีมชาติไทยที่ผลิตโดยบริษัท แกรนด์สปอร์ต ออกแบบมาได้ดีกว่าคาดมาก ด้วยการนำลวดลายที่สะท้อนถึงความเป็นไทยและมรดกไทยอย่าง “มรดกโลกบ้านเชียง” มาใช้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ข้อมูลจากแกรนด์สปอร์ตอธิบายว่า ในการผลิตชุดแข่งขันและชุดเดินทาง มีขั้นตอนการวิจัยค้นคว้า และมีส่วนร่วมกับศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมทั้งได้ขอข้อมูลและคำแนะนำจากพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง กรมศิลปากร และมีการไปคุยกับชุมชนชาวบ้านเชียงที่ยังคงสืบสานเรื่องของการทอผ้า การย้อมผ้าคราม และทำเครื่องปั้นลายบ้านเชียง ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะและมีชื่อเสียงเป็นที่น่าจดจำ มาประยุกต์ในการออกแบบ นอกจากนี้ ชุดดังกล่าวยังได้นำเอาเรื่องนวัตกรรมเสื้อโปโลรีไซเคิลจากขวดพลาสติก มาช่วยลดปัญหาโลกร้อนอีกด้วย
"ก่อนหน้านี้ เขาเปิดตัวชุดกีฬาสำหรับการแข่งขันของแกรนด์สปอร์ตไงครับ ซึ่งมีความสวยงามมากทำได้ดีมาก จนต้องชมเลยว่า นี่แหละคือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ก้าวออกมาจากกรอบแบบเดิม ทำให้ดูทันสมัยขึ้น" พีรมณฑ์กล่าว
"แกรนด์สปอร์ตสอบผ่านเลยคราวนี้" เขากล่าวย้ำและว่า "ด้วยการที่เราได้เห็นชุดของแกรนด์สปอร์ตไปแล้ว จึงทำให้เราคาดหวังว่า ชุดอื่น ๆ ก็น่าจะดีด้วยนะ เพราะชุดแกรนด์สปอร์ตนำร่องมาดีไว้แล้ว ชุดทางการน่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะวิธีคิดนี้มาแล้ว พอชุดออกมาแบบไม่ทันสมัยพอ ก็เลยทำให้ผู้คนรู้สึกผิดหวัง"
"ทุกประเทศต้องการให้นักกีฬาสวมชุดที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีที่สุด"
ยิ่งใกล้วันที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีสจะจัดขึ้น การเปิดตัวชุดแข่งขัน รวมทั้งชุดพิธีการ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั้งในไทยและต่างประเทศ เว็บไซต์บีบีซีนิวส์ ได้เลือกชุดกีฬาที่มีสไตล์มากที่สุด 9 ประเทศมารายงานเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าแต่ละประเทศล้วนได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้การผสมผสานระหว่างแฟชั่นและกีฬากลายเป็นสิ่งที่น่าจดจำมากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้

ที่มาของภาพ, Lulumelon
รายงานนี้ได้ยกตัวอย่างชุดแข่งขันและชุดพิธีการของทีมชาติแคนาดา ว่าเป็นหนึ่งใน 9 ชุดที่มีสไตล์มากที่สุด ชุดดังกล่าวเลือกใช้สีแดงและพิมพ์ลายดอกไม้ ด้วยการออกแบบโดยแบรนด์ชั้นนำของประเทศอย่าง ลูลูเลมอน (lululemon) นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสแบรนด์สตาร์ทอัพอย่าง "เลฟต์ ออน ฟรายเดย์" (Left on Friday) ออกแบบชุดสำหรับทีมวอลเลย์บอลด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ส่วนทีมเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศส ได้เลือกให้สเตฟาน แอชพูล ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ ปิกัลล์ (Pigalle) เป็นผู้ออกแบบชุด ขณะที่ทีมชาติสหราชอาณาจักรก็ได้จับมือกับแบรนด์ยักษ์ระดับโลกอย่าง อดิดาส ที่ใช้โอกาสนี้เฉลิมฉลองการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมาอย่างยาวนานครบรอบ 40 ปีด้วย โดยรักษาธรรมเนียมเดิมคือ การใช้สีบนธงชาติสหราชอาณาจักรมาเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบทั้งหมด
ด้านทีมชาติสหรัฐอเมริกา ก็ยังคงให้แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) ที่เป็นแบรนด์คู่บุญมาตั้งแต่ปี 2008 เป็นผู้ออกแบบ โดยให้นักกีฬาสวมเบลเซอร์พอดีตัวในชุดพิธีการ ทำให้ดูมีความเป็นลำลอง พร้อมด้วยเนกไทแบบถักทอ เสื้อเชิ้ตลายทาง และกางเกงยีน เป็นต้น

ที่มาของภาพ, Team GB/ Adidas
ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพัสตราภรณ์ร่วมสมัยบอกกับบีบีซีไทยว่า ต่างชาติใช้สิ่งที่ดีที่สุด ดีไซเนอร์ที่ดังที่สุด ทุกประเทศต้องการให้นักกีฬาสวมชุดที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีที่สุด และน่าจดจำที่สุดในการแข่งขันระดับโลก ทุกคนต้องการขายแบรนด์ ขายภาพลักษณ์ของตัวเองผ่านนักกีฬา ผ่านเครื่องแต่งกายของนักกีฬา ซึ่งเป็นวิธีการที่สำคัญในการประชาสัมพันธ์ประเทศ
"ทุกประเทศล้วนหยิบเอาข้อดีของตนเองมาใช้ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ออกแบบมาให้เป็นชุดกีฬาลำลองที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์เบอร์ใหญ่อย่าง ราล์ฟ ลอเรน ถือว่าเป็นตัวแทนที่ดีของประเทศ" เขาอธิบายพร้อมแนะนำว่า ประเทศไทยก็ควรจะต้องใช้นักออกแบบที่มีความสามารถ มือฉมัง ไว้ใจได้ ไม่เกิดความผิดพลาด มาออกแบบเครื่องแต่งกายทั้งชุดแข่งขันและชุดทางการที่จะร่วมพิธีเปิด

ที่มาของภาพ, Ralph Lauren
นอกจากนี้ เขายังยกตัวอย่างประเทศที่ไม่ได้มีความล้ำสมัยหรือไฮเทคมากนัก เช่น ประเทศมองโกเลีย ที่ใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรมดั้งเดิมโบราณของตนเอง ด้วยการหยิบเอาชุดประเพณีพื้นเมืองโบราณมาใช้ แต่ก็ได้เลือกใช้สีที่เข้ากับยุคกับสมัย ใช้รูปแบบการตัดเย็บที่ปราณีตอย่างมากและใส่ใจในรายละเอียด เพราะต้องการเชิดชูความเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองว่ามีคุณค่า
"ประเทศไทยมีทางเลือกที่ดีสองทางคือ เราจะไปในทางทันสมัยหรือเต็มไปด้วยความเป็นแฟชั่น หรือว่าจะไปในทางไทยโบราณเลย แต่ต้องทำให้ถึงทั้งสองทาง ในมุมมองของผมถ้าจะเลือกทางใดทางหนึ่งก็ต้องทำให้ถึงทั้งสองทาง ไม่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญ หรือกระบี่มือหนึ่งของประเทศ" เขากล่าวทิ้งท้าย











