เปิดเหตุผล คณะอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ด้านแฟชั่น ลาออกยกชุด 24 คน

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
การลาออกยกชุดของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น 24 คน ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้รับคำชี้แจงจาก นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟพาวเวอร์แห่งชาติว่า เป็นข้อจำกัดด้านเวลา
"ผมทราบดีว่า ภารกิจหลังจากวางแผนงานและได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2567 จะเรียกร้องเวลามากมายจากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ทุกอุตสาหกรรม ในการลงมือผลักดันผ่านหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง" นพ.สุรพงษ์ กล่าว
ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวถึงการลาออกของคณะอนุกรรมการฯ โดยรีโพสต์คำชี้แจงของ นพ.สุรพงษ์ โดยระบุว่า เข้าใจถึงข้อจำกัดด้านเวลาของคณะอนุกรรมการทุกคน พร้อมขอบคุณที่ร่วมวางรากฐานขั้นแรกในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นจนสำเร็จ
"ดิฉันเข้าใจถึงข้อจำกัดด้านเวลาของอนุกรรมการทุกคน หากต้องปฏิบัติภารกิจจำนวนมากที่รออยู่ข้างหน้า และขอทุกคนติดตามคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่นชุดใหม่ ในวันที่ 9 ก.พ. นี้"
ก่อนหน้านี้ น.ส.กมลนาถ องค์วรรณดี ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ในฐานะตัวแทนคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ได้โพสต์หนังสือขอลาออกของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ลงวันที่ 31 ม.ค. 2567
หนังสือยื่นลาออกระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการและที่ปรึกษาฯ ได้ร่วมกันดำเนินการรวบรวมข้อมูลและจัดทำนโยบายและแผนงาน รวมทั้ง กำหนดแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมการใช้กลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอในขั้นตอนแรก ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เสร็จสิ้นแล้ว แต่งานขั้นถัดไปซึ่งเข้าสู่การลงรายละเอียดตามแผนงาน เกินความสามารถของทางอนุกรรมการและที่ปรึกษาอนุกรรมการ เนื่องจากมีภารกิจในการดูแลธุรกิจของตนเอง จากการลงมติร่วมกันเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2567 ทางคณะเห็นชอบในการยุติการดำเนินงานตำแหน่งดังกล่าว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2567 เป็นต้นไป
"งานขั้นต่อไปที่จะเกิดขึ้น เกินความสามารถที่จะบริหารจัดการเวลาในการติดตาม ลงรายละเอียด ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานในความรับผิดชอบให้แผนงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษาฯ ต่างมีภารกิจและหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพในการดำเนินธุรกิจของตน"

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ปีที่แล้ว ประกอบด้วยอนุกรรมการและที่ปรึกษา ที่เป็นบุคคลในแวดวงแฟชั่น เช่น กมลนาถ องค์วรรณดี นักออกแบบและผู้ประสานงานเครือข่าย Fashion Revolution ประเทศไทย, ภาณุ อิงคะวัต นักสร้างสรรค์งานโฆษณา นักออกแบบแฟชั่น ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์เกรย์ฮาวด์, พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู ASAWA, ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ธีระ ฉันทสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์และสินค้าแฟชั่น ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบให้กับผลิตภัณฑ์โอท็อป
เสียงจากอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แฟชั่น
ภาณุ อิงคะวัต ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์เกรย์ฮาวด์ หนึ่งในที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการชุดนี้ เปิดเผยกับบีบีซีไทยสั้น ๆ ว่า เหตุผลการยุติการทำงานต่อเป็นไปตามหนังสือที่ทางอนุกรรมการยื่นลาออก เนื่องจากภารกิจของแต่ละคนทำให้อาจไม่สามารถทำหน้าที่ในคณะอนุกรรมการชุดนี้ต่อได้
"แต่ละคนยุ่งกันมาก ๆ และรู้สึกว่าได้ทำเฟสแรกไปแล้ว คือเรื่องการทำแผนทั้งหมด ครบทุกระดับของกลุ่มเป้าหมายที่เขามองไว้ เลยคิดว่า ขออนุญาตช่วงนี้ดีกว่า เพราะเป็นช่วงเข้าสู่รายละเอียด ซึ่งเราคงไม่ว่างกันพอที่จะทำต่อ"
อนุกรรมการอีกคนหนึ่งในชุดนี้ ยังเปิดเผยกับบีบีซีไทยด้วยว่า เหตุที่ลาออกทั้งชุด เนื่องจาก ตอนจัดทั้งคณะอนุกรรมการ ประธานอนุกรรมการ ได้รับอิสระในการเลือกอนุกรรมการทั้งหมด ดังนั้น ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ จึงอยากให้ประธานของคณะอนุกรรมการ คนใหม่ ที่จะได้รับการแต่งตั้งเข้ามา ได้เลือกคณะทำงานเองโดยไม่กดดัน

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล
เปิดงบประมาณขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ สาขาแฟชั่น
ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2566 เห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอแผนงานโครงการภายใต้ทั้ง 11 สาขาในเบื้องต้นแล้วจำนวน 54 โครงการ กรอบวงเงิน 5,164 ล้านบาท
ในสาขาแฟชั่น มีการตั้งงบประมาณไว้ 268.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.17% ของงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ทั้งหมด โดยสาขาที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 3 สาขา ได้แก่ สาขาเฟสติวัล 1,009.84 ล้านบาท สาขาอาหาร 1,000 ล้านบาท และสาขาท่องเที่ยว 749 ล้านบาท ส่วนสาขาแฟชั่น ได้งบประมาณอยู่ที่อันดับ 8 จากทั้งหมด 11 สาขา
เมื่อดูโครงการในงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์สาขาแฟชั่น โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด 3 อันดับได้แก่
- โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล งบประมาณ 130 ล้านบาท ในการทำโครงการออกแบบสินค้าโดยใช้ผู้ที่มีองค์ความรู้ทางด้านมวยไทยมาร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางแฟชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมวยไทย
- โครงการ Fashion Alliance งบประมาณ 95 ล้านบาท รายละเอียดงบประมาณ ได้แก่ การจัดจ้างคณะทำงานออกแบบพัฒนาหลักสูตร 25 ล้านบาท พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ 30 ล้านบาท บ่มเพาะธุรกิจให้คำปรึกษา 20 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเพื่อส่งออก 20 ล้านบาท
- โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นประเภทกีฬาผ่านนักกีฬาโอลิมปิกไทยในเวทีโลก งบประมาณ 5 ล้านบาท แบ่งเป็น การออกแบบชุดนักกีฬา 1.5 ล้านบาท ผลิตสื่อสำหรับส่งเสริมภาพลักษณ์ 2 ล้านบาท และประชาสัมพันธ์ 1.5 ล้านบาท
งบประมาณซอฟต์พาวเวอร์รัฐบาลเศรษฐา
ก่อนหน้านี้ น.ส.กมลนาถ องค์วรรณดี ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านแฟชั่น ชุดที่ลาออก เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดแข่งขันบันทึกสถิติโลกใส่กางเกงช้างว่า คณะอนุกรรมการสาขาแฟชั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกิจกรรมนี้
การจัดแข่งขันบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ เป็นกิจกรรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย "ติ๊กตอก" (TikTok) ที่จัดแข่งขันเพื่อบันทึกสถิติตามซอฟต์พาวเวอร์แต่ละมิติ โดยมีการแข่งขันใส่กางเกงช้างเยอะที่สุดใน 1 นาที เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
น.ส.กมลนาถ แสดงความเห็นบนเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Kamonnart Ong ตั้งคำถามถึงการจัดอีเวนท์ในลักษณะนี้ของหน่วยงานรัฐว่าสร้างคุณค่าให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างไร
"คิดกันเองเห็นดีเห็นงามกันเอง ทำแล้วได้อะไรคะ ทีมเอกชนอาสาทำงานกันหนักมากเพื่อวางกรอบคิดการพัฒนาอุตสาหกรรม ในขณะที่หน่วยงานทำอีเวนท์จุดพลุแล้วไงต่อ สร้าง value อะไรขึ้นมา ฝากหน่วยงานทุกหน่วยที่อยากเอาใจนาย ก่อนจะทำอะไรปรึกษาหารือกรรมการยุทธศาสตร์ หรือคิดให้รอบด้านด้วยค่ะ เงินภาษีประชาชน" ข้อความบนเฟซบุ๊ก Kamonnart Ong ระบุ
ประเด็นของการตั้งงบประมาณเพื่อผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ถูกวิจารณ์จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่า มีแต่โครงการที่ "แตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศคนละทาง" ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา
นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชี้ว่า งบประมาณในกรอบวงเงิน 5,164 ล้านบาท ในจำนวน 11 สาขาของซอฟต์พาวเวอร์ เป็นงบประมาณที่จ่ายไปเป็นงบเพื่อจัดอีเวนท์มากถึงเกือบ 2 ใน 3 ขณะที่ภาพรวมขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ทั้งหมด
นอกจากนี้ โครงการที่ข้อเสนอของกลุ่มคณะอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 54 โครงการ ไม่มีโครงการไหนเลย ที่บรรจุอยู่ในเอกสารงบประมาณ











