งบ "ซอฟต์พาวเวอร์" 5 พันล้าน เหตุใดอุดหนุนด้าน "หนังสือ" น้อยที่สุด แค่ 69 ล้านบาท

ภาพแพทองธารในงานสัปดาห์หนังสือ

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/Thai BOOK FAIR

คำบรรยายภาพ, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

นโยบายว่าด้วย "ซอฟต์พาวเวอร์" ของพรรคเพื่อไทย ถูกสังคมจับจ้องและวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านการตีความคำว่า "ซอฟต์พาวเวอร์" เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแปลงนโยบายมาเป็นการดำเนินการจริงด้วย

วานนี้ (30 พ.ย.) คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมการดังกล่าว ได้เห็นชอบกรอบงบประมาณ 5,164 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่พรรคเพื่อไทยเรียกว่า "ซอฟต์พาวเวอร์ไทย" ทั้งหมด 11 ด้าน

เมื่อพิจารณาแล้ว งบประมาณส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปให้กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการโปรโมตเทศกาลสำคัญ ๆ โดยได้รับการจัดสรรเป็นมูลค่าตั้งแต่ 500-1,000 ล้านบาท เช่น อุตสาหกรรมเฟสติวัลได้งบอุดหนุน 1,009 ล้านบาท อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้งบอุดหนุน 711 ล้านบาท เป็นต้น ขณะที่อุตสาหกรรม "หนังสือ" กลับได้งบอุดหนุนมาเพียง 69 ล้านบาท

จากความแตกต่างของงบประมาณดังกล่าวที่ดูเหมือนไม่ค่อยสมดุล ทำให้สังคมหยิบประเด็นนี้มาวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง

นายธีรภัทร เจริญสุข กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านหนังสือ คณะกรรมการด้านพัฒนาซอฟท์พาวเวอร์แห่งชาติ บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่เสนองบประมาณจำนวนนั้นไป เพราะต้องการนำไปใช้งานที่ดำเนินงานได้จริงภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดและกรอบงบประมาณ

"งบประมาณที่อนุมัติเป็นงบประมาณของปี 2567 ซึ่งมีระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้เพียง 10 เดือนที่เหลือเท่านั้น ส่วนงบที่ได้ มาจากการเกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานรัฐที่เคยดำเนินการตามสาขาต่าง ๆ เท่านั้น" นายธีรภัทร อธิบาย

เด็กอ่านหนังสือ

ที่มาของภาพ, Getty Images

เน้นโครงการที่ทำได้จริงภายในหนึ่งปี

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรอบงบประมาณเดิมที่สนับสนุนอุตสาหกรรมหนังสือมีน้อยอยู่แล้ว พอเกลี่ยงบประมาณมาแล้วจัดกลุ่มตามสาขาต่าง ๆ ใหม่ จึงทำให้ผลที่ตามมาคือ การจัดสรรงบประมาณได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมสาขาอื่น ๆ ที่จะมีการแทรกงบประมาณตามหน่วยงานต่าง ๆ อยู่ก่อนแล้ว

นายธีรภัทร ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ ของงบประมาณที่ได้รับ ดังนี้

  • กิจกรรมประชาสัมพันธ์หนังสือไทย จัดนิทรรศการนักเขียนไทย จัดการเจรจาระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ ในงานแสดงนิทรรศการหนังสือที่กรุงไทเป ของไต้หวัน ระหว่างวันที่ 20-25 ก.พ. 2567 ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุน 3.41 ล้านบาท จากกระทรวงพาณิชย์
  • จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. - 8 เม.ย. 2567 ได้รับงบประมาณสนับสนุน 8 ล้านบาท จากกระทรวงวัฒนธรรม
  • งานปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ จัดหาหนังสือ เพิ่มการประชาสัมพันธ์ มูลค่า 50 ล้านบาท จากกรุงเทพมหานคร
  • จัดมหกรรมหนังสือระดับชาติ ระหว่างวันที่ 10-20 ต.ค. 2567 เป็นงบประมาณมูลค่า 8 ล้านบาท จากกระทรวงวัฒนธรรม
ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์

"เราพยายามจะไม่เอางบประมาณที่ได้รับไปลงกับงานอีเวนต์ใหม่ หรือเป็นกิจกรรมสร้างอีเวนต์เป็นครั้งคราว โดยจะใช้ไปกับโครงการที่ทำได้จริงภายในหนึ่งปี เช่น ที่ไทเปในการแปลเรื่องย่อและทำแคตตาล็อกหนังสือสำหรับนักเขียนอิสระไปจำหน่ายในงาน รวมทั้งมีการอบรมการขายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ" เขากล่าวย้ำ

สำหรับงบประมาณที่ได้รับในส่วนงานสัปดาห์หนังสือ คาดว่าจะนำมาจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้นักเขียนคนไทย และเชิญนักเขียนชาวต่างชาติมาแลกเปลี่ยนความรู้กันในงานด้วย

เป้าหมายระยะยาว คือ สถาบันหนังสือระดับชาติ

นายจรัญ หอมเทียนทอง เจ้าของสำนักพิมพ์แสงดาว และอดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยในเรื่องดังกล่าวว่า ส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมหนังสือและสิ่งพิมพ์ในระยะยาวคือ การจัดตั้งสถาบันเกี่ยวกับหนังสือระดับชาติและการอ่านหนังสือแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนด้านนี้เป็นไปอย่างยั่งยืน

"ดังนั้น เราจึงต้องรอความชัดเจนในส่วนการประกาศใช้ พ.ร.บ.ตั้งสำนักงาน Thailand Creative Content Agency หรือ THACCA เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งสถาบันด้านหนังสือดังกล่าวอีกด้วย" นายจรัญ ระบุ

เตรียมของบหนุนปี 2568 อีก 1,000 ล้านบาท

นายธีรภัทร คาดว่าจากแผนงานที่ได้วางแผนไว้ในปีงบประมาณหน้า หรือปี 2568 คาดว่าทุกอย่างน่าจะเข้าสูภาวะปกติตามแผนที่กำหนดไว้ 9 ด้านสำหรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังสือและสิ่งพิมพ์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นมูลค่างบการสนับสนุนราว 1,000 ล้านบาท

ส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินการ 9 ประการ ประกอบด้วย การตั้งสถาบันหนังสือและการอ่านแห่งชาติ (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ), สนับสนุนพื้นที่ในการจัดงานหนังสือแห่งชาติ (ในประเทศ), การสนับสนุนผู้ประกอบการในการเข้าร่วมงานหนังสือในต่างประเทศ, ทุนส่งเสริมการแปลหนังสือไทยเป็นภาษาต่างประเทศ, การจัดตั้งศูนย์ประสานงานการดัดแปลงหนังสือเป็นสื่อต่าง ๆ, การขยายจัดห้องสมุดทั่วประเทศ และการขอสนับสนุนร้านหนังสืออิสระ เป็นต้น

"งบประมาณที่อนุมัติเป็นงบประมาณของปี 2567 ซึ่งมีระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้เพียง 10 เดือนที่เหลือเท่านั้น ส่วนงบที่ได้มาจากการเกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานรัฐที่เคยดำเนินการตามสาขาต่าง ๆ เท่านั้น" นายธีรภัทร อธิบาย

ที่มาของภาพ, สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

คำบรรยายภาพ, "งบประมาณที่อนุมัติเป็นงบประมาณของปี 2567 ซึ่งมีระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้เพียง 10 เดือนที่เหลือเท่านั้น ส่วนงบที่ได้ มาจากการเกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานรัฐที่เคยดำเนินการตามสาขาต่าง ๆ เท่านั้น" นายธีรภัทร อธิบาย

"อยากให้ทุกคนมาร่วมมือร่วมกันขับเคลื่อนหนังสือ เรื่องบันเทิงอื่น ๆ อาจจะหมายถึงความเล่าเรื่อง เป็นตัวอักษรจะเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรมที่สร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดพลังที่มากขึ้น" เขากล่าวทิ้งท้าย

งบซอฟต์พาวเวอร์เพื่อไทย 5,164 ล้านบาท แบ่งอย่างไรบ้าง

สำหรับกรอบงบประมาณที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหลัก 11 ด้าน ประกอบด้วย

  • อุตสาหกรรมเฟสติวัลหรืองานเทศกาลทางวัฒนธรรม 1,009 ล้านบาท
  • อุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่านกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว 711 ล้านบาท
  • อุตสาหกรรมอาหาร ผ่านโครงการ อาทิ 1 หมู่บ้าน 1 เชฟอาหารไทย, เชฟชุมชน และเชฟชาแนล 1,000 ล้านบาท
  • ด้านศิลปะไทย จำนวน 5 โครงาร อาทิ เปิดหอศิลป์บริเวณถนนรัชดาภิเษก จัดตั้งสภาศิลปะแห่งประเทศไทย จัดกองทุนสนับสนุนศิลปะการแสดงร่วมสมัย รวมงบประมาณ 380 ล้านบาท
  • ด้านออกแบบ ส่งเสริมไทยแลนด์แบรนด์ ใช้งบประมาณประมาณ 310 ล้านบาท
  • ด้านกีฬา เน้นส่งสริมประสิทธิภาพมวยไทย ทั้งในและต่างประเทศ ประมาณ 500 ล้านบาท
  • สาขาดนตรี ผ่านการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะและส่งเสริมการฝึกอบรม ส่งเสริมศิลปินไทยสู่ระดับโลก 144 ล้านบาท
  • สาขาหนังสือ ให้หนังสือไทยออกสู่หนังสือนานาชาติ 69 ล้านบาท
  • สาขาภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ การจัดเทศกาลนิทรรศการในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมการสร้างภาพยนตร์และซีรีส์ เพื่อผลักดันสู่ออสการ์ 545 ล้านบาท
  • สาขาแฟชั่น พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ และส่งเสริมการแสดงสินค้าในต่างประเทศ 268 ล้านบาท
  • สาขาเกม พัฒนาหลักสูตร การส่งเสริมผู้ประกอบการ ส่งเสริมกองทุนและสร้างสนามกีฬาอีสปอร์ตแห่งชาติ งบประมาณ 374 ล้านบาท

ขั้นตอนต่อไปคือ การทบทวนแผนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 14 ธ.ค.นี้ ก่อนส่งให้คณะกรรมการฯ ชุดใหญ่พิจารณาอีกครั้งในเดือน ม.ค. 2567