“เด็กทุกคนชอบเล่นน้ำโคลน” พบรอยเท้าเด็กยุคน้ำแข็งในทางเดินสลอธยักษ์

ที่มาของภาพ, K.CARR / NPS
ความซุกซนของเด็กนั้นมีมาแต่โบราณ เมื่อเห็นแอ่งน้ำขังหรือบ่อโคลนก็มักจะอดใจไม่ได้ ต้องลงไปเหยียบย่ำเตะน้ำให้กระจายเล่นทุกครั้งไป ทำให้นักมานุษยวิทยาได้พบฟอสซิลรอยเท้าของแก๊งจอมป่วนจากยุคน้ำแข็ง ประทับอยู่ในรอยทางเดินของตัวสลอธยักษ์ ซึ่งกลายเป็นแอ่งน้ำขังเมื่อฝนตกลงมา
ฟอสซิลรอยเท้าของเด็กอายุ 5-8 ขวบ จำนวน 4 คน ถูกพบอยู่ในบริเวณที่เป็นก้นทะเลสาบเก่าซึ่งเหือดแห้งไปนานแล้ว ของอุทยานแห่งชาติไวท์แซนด์ (White sands National Park) ในรัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐฯ โดยสันนิษฐานว่ามีอายุเก่าแก่ระหว่าง 11,700 - 23,000 ปี
ศาสตราจารย์แมตทิว เบนเนตต์ จากมหาวิทยาลัยบอร์นมัธของสหราชอาณาจักร ผู้ค้นพบและศึกษาฟอสซิลดังกล่าวบอกว่า เขาสามารถทราบถึงอายุของเด็กที่เป็นเจ้าของรอยเท้าถึง 30 รอยดังกล่าวได้ ด้วยวิธีนำขนาดของรอยเท้าไปเปรียบเทียบกับข้อมูลการเจริญเติบโตของเด็กยุคปัจจุบัน
รอยเท้าของเด็กยุคน้ำแข็งปรากฏอยู่ในรอยทางเดินของสัตว์ดึกดำบรรพ์ ซึ่งในกรณีนี้คือตัวสลอธยักษ์ที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน (Nothrotheriops) เมื่อสลอธยักษ์ที่ตัวใหญ่เท่ากับวัวหรือหมีออกเดิน มันจะคลานไปด้วยขาทั้งสี่ โดยเมื่อวางอุ้งเท้าหน้าลงกับพื้นแล้ว ก้าวต่อไปมันจะวางอุ้งเท้าหลังลงในรอยเดิมของอุ้งเท้าหน้า ซึ่งเท่ากับว่ารอยเท้าแต่ละรอยของมันเป็นการประทับรอยซ้ำกันสองครั้ง
อุ้งเท้าสลอธยักษ์ที่มีขนาดประมาณ 40 เซนติเมตร ทำให้เกิดแอ่งดินเล็ก ๆ ที่ลึกเพียง 3 เซนติเมตร แต่เมื่อฝนตกลงมาทำให้น้ำชะล้างหน้าดินและเติมเต็มแอ่งดังกล่าว จนมันขยายกลายเป็นบ่อน้ำโคลนขนาดย่อมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ

ที่มาของภาพ, D.BUSTOS / M.BENNETT
ศ. เบนเนตต์บอกว่า พบรอยเท้าของมนุษย์โบราณในยุคน้ำแข็ง ทั้งรอยเท้าของเด็กและผู้ใหญ่ได้บ่อยครั้งในอุทยานแห่งชาติไวท์แซนด์ เนื่องจากผู้คนในยุคนั้นดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่าเป็นหลัก โดยมักจะย้ายถิ่นฐานไปเรื่อย ๆ ระหว่างติดตามร่องรอยของสัตว์เพื่อล่าเป็นอาหาร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการพาครอบครัวและเด็ก ๆ ติดตามนายพรานไปด้วย
ก่อนหน้านี้ทีมของศ. เบนเนตต์ เคยค้นพบฟอสซิลรอยเท้ามนุษย์อายุราว 21,000 - 23,000 ปีมาแล้ว อันถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนและเก่าแก่ที่สุด ซึ่งยืนยันถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยุคใหม่ในทวีปอเมริกา








