เมื่อพันธมิตรอิสราเอลพบหลักฐานการก่ออาชญากรรมสงครามเพิ่มมากขึ้นในกาซา จะเกิดอะไรขึ้นกับอิสราเอล ?

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, เจเรมี โบเวน
- Role, บรรณาธิการข่าวต่างประเทศบีบีซี
เมื่อสองปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่มฮามาสกำลังเตรียมแผนการโจมตีอิสราเอลในขั้นสุดท้าย นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เชื่อว่าชาวปาเลสไตน์เป็นปัญหาที่ต้องจัดการ ขณะเดียวกันเขาก็ยืนยันว่าภัยคุกคามที่แท้จริงคืออิหร่าน
แม้วาทกรรมของเนทันยาฮูที่ต่อต้านกลุ่มฮามาสจะไม่เลือนหาย แต่เขาก็อนุญาตให้กาตาร์ส่งเงินเข้าสู่ฉนวนกาซาได้ การกระทำดังกล่าวทำให้เขามีพื้นที่สำหรับสิ่งที่เขาให้ความสำคัญอย่างแท้จริงในนโยบายต่างประเทศ นั่นคือการเผชิญหน้ากับอิหร่านและการหาหนทางฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย
ด้านรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีในขณะนั้นและรัฐบาลของเขาเชื่อว่า สหรัฐฯ กำลังใกล้บรรลุข้อตกลงอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิสราเอลอย่างลับ ๆ
ทว่าทั้งหมดนี้กลับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างภาพลวงตา
เนทันยาฮูปฏิเสธที่จะเริ่มกระบวนการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดที่เขาทำร่วมกับกองทัพและหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงซึ่งทำให้ฮามาสมีโอกาสโจมตีอย่างรุนแรงอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023
ความขัดแย้งที่ยาวนานเป็นศตวรรษระหว่างชาวยิวและชาวอาหรับเพื่อเข้ายึดครองและควบคุมดินแดนระหว่างแม่น้ำจอร์แดนกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็ยังไม่คลี่คลาย มิหนำซ้ำยังลุกลามและกำลังจะระเบิดเป็นสงครามที่ดูเหมือนจะมีผลกระทบที่สำคัญพอ ๆ กับเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์อื่นเช่นที่เกิดขึ้นในปี 1948 และ 1967
ภูมิภาคตะวันออกกลางได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วนับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. และถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองปีแล้วที่ดินแดนแห่งนี้ก้าวเข้าสู่การสู้รบ ซึ่งความขัดแย้งในฉนวนกาซาก็อยู่ในจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่งเช่นกัน
การสู้รบในครั้งนี้ถือเหตุการณ์หนึ่งที่มีความยากลำบากสำหรับบรรดานักข่าวที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อรายงานข่าว
การโจมตีของกลุ่มฮามาสในวันที่ 7 ต.ค. 2023 สร้างความประหลาดใจให้กับผู้สื่อข่าว และนับตั้งแต่นั้นมา อิสราเอลได้สั่งห้ามนักข่าวต่างชาติจากฉนวนกาซาไม่ให้รายงานข่าวได้อย่างอิสระ นักข่าวชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาได้ทำงานอย่างกล้าหาญ และมีผู้เสียชีวิตเกือบ 200 คน ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าว
แต่ข้อเท็จจริงสำคัญนั้นมีความชัดเจนว่า กลุ่มฮามาสได้ก่ออาชญากรรมสงครามหลายครั้งในการโจมตีที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไป 1,200 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือนชาวอิสราเอล และในขณะนั้นยังจับตัวประกันไป 251 คน ซึ่งเชื่อว่าอาจมีตัวประกันอีก 20 คนที่ยังคงถูกกักขังอยู่ในฉนวนกาซาและยังมีชีวิตอยู่
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานชัดเจนว่าอิสราเอลก็ได้ก่ออาชญากรรมสงครามหลายครั้งนับตั้งแต่นั้นมาเช่นกัน
หนึ่งในการก่ออาชญากรรมสงครามของอิสราเอลนั้นรวมถึงสภาพความอดอยากของพลเรือนชาวกาซา ความล้มเหลวในการปกป้องพวกเขาระหว่างปฏิบัติการทางทหารที่กองกำลังอิสราเอลสังหารผู้บริสุทธิ์หลายหมื่นคน และการทำลายล้างเมืองทั้งเมืองอย่างโหดร้ายซึ่งไม่ได้สัดส่วนกับความเสี่ยงทางทหารที่อิสราเอลเผชิญ
เนทันยาฮูและอดีตรัฐมนตรีกลาโหมของเขาต่างตกเป็นเป้าหมายของการออกหมายจับในข้อหาอาชญากรรมสงคราม ที่ออกโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC) แต่พวกเขาก็ยืนกรานในความบริสุทธิ์ของตนเอง
อิสราเอลยังประณามกระบวนการทางกฎหมายของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศซึ่งกล่าวหาว่าอิสราเอลกำลังก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ แต่อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็น "การใส่ร้ายป้ายสีเลือด" ต่อต้านชาวยิว
มาถึงตอนนี้ อิสราเอลกำลังจะอยู่ในสภาพไร้ญาติขาดมิตร โดยพันธมิตรที่เคยรวมพลังกันหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ได้หมดความอดทนกับการกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาไปแล้ว
แม้แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ พันธมิตรที่สำคัญที่สุดของอิสราเอล ก็มีรายงานว่ากำลังหมดความอดทนกับเนทันยาฮู หลังจากที่เขาต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อผู้นำอิสราเอลสั่งโจมตีกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ซึ่งเป็นการโจมตีที่มุ่งเป้าหมายไปที่ระบอบการปกครองใหม่ของซีเรีย ซึ่งทรัมป์ให้การยอมรับและสนับสนุน
ขณะที่ชาติพันธมิตรตะวันตกอื่น ๆ ของอิสราเอลก็หมดความอดทนไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน
แถลงการณ์ร่วมอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งประณามการกระทำของอิสราเอล ได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 21 ก.ค. โดยรัฐมนตรีต่างประเทศจากสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น ได้ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเพื่ออธิบายถึงความทุกข์ทรมานของประชาชนในฉนวนกาซา และระบบการแจกจ่ายความช่วยเหลือที่ล้มเหลวและเต็มไปด้วยอันตราย ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิมนุษยธรรมแห่งกาซา (Gaza Humanitarian Foundation - GHF) ซึ่งอิสราเอลนำมาใช้แทนวิธีการที่ผ่านการพิสูจน์แล้วและมีความเชื่อถือของสหประชาชาติและกลุ่มบรรเทาทุกข์ระดับโลกอื่น ๆ
"ความทุกข์ทรมานของพลเรือนในฉนวนกาซาได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก" แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ
ส่วนเนื้อหาสำคัญอื่น ๆ ในแถลงการณ์ดังกล่าวก็มีระบุถึงสถานการณ์อันเลวร้ายในกาซาอีกด้วย ดังนี้
"รูปแบบการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลอิสราเอลนั้นอันตราย ก่อให้เกิดความไม่มั่นคง และพรากศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชาวกาซาไป เราขอประณามการให้ความช่วยเหลืออย่างจัดกัดจำเขี่ยและการสังหารพลเรือนอย่างไร้มนุษยธรรม รวมถึงเด็ก ๆ ที่กำลังแสวงหาน้ำและอาหารเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานที่สุดของพวกเขา เป็นเรื่องน่าตกใจที่ชาวปาเลสไตน์กว่า 800 คนถูกสังหารขณะแสวงหาความช่วยเหลือ"
"การที่รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นต่อพลเรือนนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ อิสราเอลต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ที่มาของภาพ, Reuters
เดวิด แลมมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมตามด้วยแถลงการณ์ของเขาเอง โดยใช้ถ้อยคำที่คล้ายคลึงกันในสภาสามัญชนในอาคารรัฐสภาอังกฤษ
นี่ถือว่ายังไม่เพียงพอ สำหรับ สส. พรรคแรงงาน ที่ต้องการให้มีการใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวและได้รับการสนับสนุนจากการกระทำที่แข็งกร้าวนั้น สส. พรรคแรงงานคนหนึ่งบอกผมว่า มี "ความโกรธแค้น" ต่อความไม่เต็มใจของรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดมากขึ้น วาระสำคัญของพวกเขาคือการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ของสหประชาชาติได้ดำเนินการไปแล้ว สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้หารือกันในเรื่องนี้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ดูเหมือนจะเชื่อกันว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม
รัฐสภาอิสราเอล หรือที่รู้จักกันในชื่อ "คเนสเซต" (Knesset) เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก่อนปิดสมัยประชุมฤดูร้อน ซึ่งจะกินเวลาไปจนถึงเดือน ต.ค. นั่นหมายความว่า เบนจามิน เนทันยาฮู จะได้พักจากภัยคุกคามจากการลงมติไม่ไว้วางใจจากกลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงในรัฐบาลผสมของเขาที่ต่อต้านการหยุดยิงในฉนวนกาซา
ความไม่เต็มใจของเขาในการเจรจาสงบศึกเป็นผลมาจากภัยคุกคามของกลุ่มนี้ที่จะลาออกจากรัฐบาล หากเนทันยาฮูพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง วันแห่งการชดใช้ความผิดพลาดในวันที่ 7 ต.ค. ของเขา รวมถึงจุดจบของการพิจารณาคดีคอร์รัปชันที่ยืดเยื้อมานานจะมาถึงเขาในไม่ช้า
การหยุดยิงดูเหมือนจะเป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสแห่งความอยู่รอดสำหรับพลเรือนในกาซาและตัวประกันชาวอิสราเอลที่ถูกฮามาสจับกุมคุมขังมาเป็นเวลานาน
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลง สงครามได้นำพาความเลวร้ายไปสู่ระดับใหม่ แต่หากมีการหยุดยิง ก็จะมีโอกาสอีกครั้งที่จะเปลี่ยนจากการสังหารไปสู่การทูต












