เลือกตั้ง 2569: ปฏิกิริยาพรรคประชาชน-กล้าธรรม หลังผู้สมัคร สส. ถูกกล่าวหาเอี่ยว "ทุนเทา"

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาชน
ในช่วงนับถอยหลัง 25 วันสุดท้ายก่อนเข้าคูหา 8 ก.พ. ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จาก 2 พรรคการเมืองต้องเผชิญกับคดีอาญา เมื่อถูกกล่าวหาว่าเข้าไป "พัวพันกับเว็บพนันออนไลน์"
พรรคแรกคือ พรรคประชาชน (ปชป.) นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อดีต สส. และผู้สมัคร สส. ตาก เขต 2 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ควบคุมตัวจากบ้านพักใน กทม. เมื่อ 14 ม.ค.
อีกพรรคคือ พรรคกล้าธรรม (กธ.) นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส. และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 ถูกคณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่งเรื่องให้อัยการและศาลยึดทรัพย์สินของเครือข่ายมูลค่า 158 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่า "มีทั้งผู้สมัคร สส. และอดีต สส." อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบกรณีมีเอี่ยวกับ "ทุนสีเทา"
คำชี้แจงจากหัวหน้าเท้ง
เช้าวันนี้ (15 ม.ค.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. เปิดแถลงข่าวด่วนที่ทำการพรรค ถ.รามคำแหง โดยระบุว่า พรรคได้ทราบเรื่องจากทนายความของนายรัชต์พงศ์เมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.)
นายณัฐพงษ์กล่าวยืนยันว่า พรรค ปชน. มีนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่า "ไม่ยอมรับพฤติกรรมสีเทา" ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ทุนเทา สแกมเมอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์ หากบุคลากรในพรรคไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดมีพฤติกรรมเหล่านี้ พรรคจะไม่ปกป้องหรือปกปิดการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ตนเองตามขั้นตอนทางกฎหมาย
เขายอมรับว่า กรณีดังกล่าว "อาจมีผล" ไม่สามารถหาผู้สมัครลงแทนในเขตนี้ได้ แต่พรรคไม่สามารถจะอ้างเหตุผลทางการเมืองว่ากลัวไม่มีผู้สมัครเขตนี้ มาเป็นเหตุผลเหนือมาตรฐานของพรรคที่ประกาศไปว่าไม่มีสีเทา หมายความว่าเราไม่ทนต่อปัญหาเหล่านี้ หากตรวจพบพฤติกรรมหลักฐาน มีมูล มีน้ำหนัก ก็พร้อมดำเนินการอย่างได้สัดส่วน
หัวหน้าพรรคสีส้มบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยมีคนส่งเรื่องร้องเรียนมาก่อน แต่ไม่ใช่กรณีนี้โดยตรง ทางพรรคพยายามสืบสวน แต่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างที่ตำรวจมีได้ จึงได้ดำเนินการตามสัดส่วนตามข้อมูลหลักฐานที่มี
ทั้งนี้ คณะกรรมการวินัยหรือคณะกรรมการบริหารของพรรค (กก.บห.) ได้ดำเนินการตรวจสอบนักการเมืองของพรรคทุกคนที่มีการร้องเรียนมา โดยไม่มีการละเว้นผู้ใด หากพบการกระทำผิดก็จะมีบทลงโทษอย่างได้สัดส่วน นี่เป็นหลักปฏิบัติของพรรคดังที่ได้ปรากฏมา เช่น กรณีอดีตพรรคก้าวไกล (กก.) เคยถูกตรวจสอบและเพิกถอนความเป็นสมาชิกพรรค จากข้อร้องเรียนว่าล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ
นายณัฐพงษ์ยังแสดงความคาดหวังด้วยว่า การดำเนินการของรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ต่อกรณีนี้และกรณีอื่น ๆ ในอนาคต จะเป็นการดำเนินการกวาดล้างนักการเมืองที่เป็นผู้มีอิทธิพล เครือข่ายอาชญากรรมที่ค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ทุนเทา สแกมเมอร์ หรือเว็บพนันออนไลน์ทั้งหมดอย่างจริงจัง มิใช่เป็นเพียงการดำเนินการเพื่อหวังผลทางการเมืองช่วงก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
พรรค ปชน. เข้าสู่สนามเลือกตั้งภายใต้แคมเปญ "มีเรา ไม่มีเทา" ทว่าเพียง 1 วันหลังส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 (เขตบางพลัด-บางกอกน้อย) ได้ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินจากเครือข่ายยาเสพติด ถูกออกหมายจับและควบคุมตัวคาบ้านพักฝั่งธนบุรี โดยเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อ 29 ธ.ค. 2568 ทำให้พรรค ปชน. ต้องแถลงขอโทษประชาชน และเปลี่ยนตัวผู้สมัครคนใหม่ เป็นนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีต สส.กทม. เขตใกล้เคียงกัน (เขตคลองสาน ธนบุรี ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งประกาศวางมือทางการเมืองไปแล้ว แต่ต้องหวนกลับมาลงสนามเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3 เพื่อทำ "ภารกิจฟื้นความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรค"
พรรคกล้าธรรมยังไม่เคลื่อนไหว
ด้านแกนนำพรรคสีเขียวอย่างกล้าธรรม ต้นสังกัดของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวใด ๆ หลังจากเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เผยแพร่เอกสารข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมเมื่อ 12 ม.ค. ระบุว่า คณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติดการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่น ๆ หลายคดี
เอกสารข่าวดังกล่าว ปรากฏชื่อ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ในข้อที่ 2.4 โดยระบุว่า "กลุ่มบุคคลผู้ร่วมกันให้มีการเล่นการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ เว็บไซต์ http://www.gimi888.com และเว็บไซต์อื่น ๆ รายนายชนนพัฒฐ์ฯ กับพวก คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 69 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 158 ล้านบาท"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
รมต. จากพรรคสีน้ำเงินเคยพูดไว้อย่างไร
กระแสข่าวการเปิดปฏิบัติการสืบสวนและจับกุมนักการเมืองที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน สแกมเมอร์ และยาเสพติด ประมาณ 10 ราย เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่ ทำให้ผู้สื่อข่าวต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม จากโควต้าพรรค ภท. กล่าวยอมรับเมื่อ 9 ม.ค. ว่า ขณะนี้แนวทางดำเนินงานอยู่ระหว่างการสืบสวน ไม่สามารถกำหนดวันได้ว่าเป็นเมื่อใด ต้องรอพยานหลักฐานให้ชัดเจนจากฝ่ายสืบสวน จึงจะเริ่มปฏิบัติการได้
รมว.ยุติธรรมปฏิเสธจะตอบคำถามว่ามีอดีต สส. อยู่ในข่ายถูกตรวจสอบด้วยหรือไม่
แต่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเลขาธิการพรรค ภท. คือผู้ยืนยันต่อสื่อมวลชนว่า มีทั้งผู้สมัคร สส. และเป็นอดีต สส. มาก่อน ส่วนจะมีกี่พรรคนั้น "ขอให้รอชม แต่มีมากกว่า 1 พรรค" ซึ่งรายละเอียดจะต้องให้ รมว.ยุติธรรมเป็นคนตอบ เบื้องต้นพบหลักฐานและเส้นทางการเงินที่ชัดเจน โดยในความเป็นจริงนั้นยังมีอีกมาก แต่จะขอเฉพาะเท่าที่พิสูจน์ทราบได้
ส่วนการปล่อยรายชื่อ 10 สส. ที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา ถือเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายไชยชนกปฏิเสธว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นช่วงเลือกตั้ง เมื่อมีการตรวจสอบเจอก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เมื่อเลือกตั้งแล้วไม่สามารถดำเนินการได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการมองว่าเป็นการเตะตัดคู่แข่งทางการเมือง เลขาธิการ ภท. ตอบว่า "ไม่ใช่ครับ แล้วแต่คนจะมอง เราอยู่ในตำแหน่งบริหารตอนนี้ เรามีหน้าที่รับผิดชอบ ถ้าเราไม่ทำ นั่นหมายถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แค่ประจวบเหมาะในช่วงการเลือกตั้ง แต่หากไม่ยุบสภา เรื่องดังกล่าวนี้ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ยังไงก็ตามถึงอย่างไรก็ต้องทำ"
เขายังถูกถามถึงการเชิญ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. และนฤมล ภิญโญวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรค กธ. ไปให้ข้อมูล ว่าทางกระทรวงดีอีจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเจ้าตัวบอกว่าไม่ได้เป็นคนทำกำหนดการเชิญทั้ง 2 บุคคล แต่เป็นทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงดีอีมีหน้าที่เพียงรวบรวมข้อมูล หาหลักฐานที่หาได้ และได้ส่งไปแล้ว แต่การขยายความและนำข้อมูลเหล่านั้นไปพิสูจน์หลักฐาน จป็นหน้าที่ของดีเอสไอ รวมถึงการเห็นควรว่าจะเชิญใครมาให้ข้อมูลด้วย











