ทำไมยูเอ็นต่อต้าน GHF มูลนิธิด้านมนุษยธรรมกาซาที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลหนุน

ที่มาของภาพ, Reuters
องค์กรแจกจ่ายความช่วยเหลือรายใหม่ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในขณะนี้ เริ่มปฏิบัติงานในพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาแล้ว โดยองค์กรนี้ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา
องค์กรที่ว่านี้คือ "มูลนิธิด้านมนุษยธรรมกาซา" หรือ Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ระบุว่า รถบรรทุกที่บรรทุกอาหารจำนวนมากได้ถูกส่งไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยในกาซาตอนใต้เมื่อวันจันทร์ และได้เริ่มแจกจ่ายความช่วยเหลือแก่ชาวปาเลสไตน์หลายร้อยคนแล้ว
พยานในฉนวนกาซาระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์หลายพันคนบุกเข้าไปในศูนย์แจกจ่ายของ GHF ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการใกล้เมืองราฟาห์
พวกเขาระบุว่า ผู้คนต่างเข้าแย่งชิงกล่องอาหารจากศูนย์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล และกองทัพอิสราเอลจนต้องยิงปืนขึ้นฟ้า อย่างไรก็ดี องค์กรดังกล่าวปฏิเสธเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่าพวกเขาสามารถแจกจ่ายกล่องอาหารไปได้ 8,000 กล่องก่อนที่ศูนย์จะถูกบุก
พยานเล่าให้ฟังว่า บรรยากาศที่จุดแจกจ่ายความช่วยเหลือ "เต็มไปด้วยความโกลาหล" โดยฝูงชนต่างแย่งชิงอาหารที่มีอยู่ทุกกล่องไป
"พวกเขาให้กล่องใบหนึ่งผมมา มีน้ำหนักประมาณห้ากิโลกรัม" ชายคนหนึ่งซึ่งรอคอยความช่วยเหลือนานถึงแปดชั่วโมงกล่าว "ผมไม่รู้ว่ามันจะพอสำหรับผมกับลูก ๆ หรือเปล่า ก็อย่างที่เห็น คนล้นหลามมาก"
ชายอีกคนหนึ่งกล่าวว่า หน่วยงานดังกล่าวอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่แจกของได้ครั้งละเพียง 50 คน
"สุดท้ายก็โกลาหลมาก ผู้คนปีนข้ามรั้ว ทะเลาะกัน แย่งคูปองไปหมด มันเป็นประสบการณ์ที่น่าเวทนาจริง ๆ" เขากล่าว
"เราทุกข์ทรมานจากความหิวโหยมามาก สิ่งที่เราต้องการก็แค่ น้ำตาลนิดหน่อยไว้ชงชา ขนมปังสักชิ้นไว้ประทังชีวิต" เขาเสริม
ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในจุดแจกจ่ายให้สะท้อนความคิดแบบเดียวกัน "ผู้คนหมดแรงเต็มที ยอมทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งเสี่ยงชีวิต เพื่อให้ได้อาหารมาประทังชีวิตลูก ๆ" เธอกล่าว
อิสราเอลปิดล้อมกาซามาเกือบสามเดือน ขณะที่กลุ่มฮามาสกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของอิสราเอลในการจัดการวิกฤตด้านมนุษยธรรม
GHF มีแผนจัดส่งความช่วยเหลือไปยังกาซาอย่างไร ?
ตอนนี้ โครงการของ GHF กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกตรวจสอบจับตา
องค์กรนี้ใช้บริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีเจ้าหน้าที่อเมริกันติดอาวุธ เพราะมีเป้าหมายเพื่อเลี่ยงการพึ่งพาสหประชาชาติในฐานะผู้จัดส่งความช่วยเหลือหลักให้กับประชาชนกว่า 2.1 ล้านคนในกาซา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ากำลังเผชิญภาวะอดอยากครั้งใหญ่ หลังถูกอิสราเอลปิดล้อมต่อเนื่องนาน 11 สัปดาห์ ก่อนจะผ่อนคลายมาตรการไปเล็กน้อยเมื่อไม่นานมานี้
ภายใต้กลไกของ GHF ชาวปาเลสไตน์จะต้องไปรับกล่องบรรจุอาหารและของใช้จำเป็นพื้นฐานด้วยตัวเองตามจุดแจกจ่าย 4 แห่งในพื้นที่ตอนใต้และตอนกลางของฉนวนกาซา
จุดแจกจ่ายเหล่านี้จะมีบริษัทรักษาความปลอดภัยจากสหรัฐฯ เป็นผู้ดูแล และมีกองทัพอิสราเอลลาดตระเวนพื้นที่โดยรอบ
ชาวปาเลสไตน์จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบตัวตนและคัดกรอง ด้วยระบบไบโอเมตริกซ์และเทคโนโลยีจดจำใบหน้า เพื่อดูว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาสหรือไม่ ก่อนที่จะเข้าถึงความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดด้านการขนส่งหลายประการยังคงไม่ชัดเจน

ที่มาของภาพ, Getty Images
เหตุใดยูเอ็น หน่วยงานให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ รวมถึงฮามาสไม่เห็นด้วยกับแผนช่วยเหลือ ?
องค์การสหประชาชาติ (UN) และหน่วยงานให้ความช่วยเหลือหลายแห่ง ปฏิเสธที่จะร่วมมือกับแผนของ GHF โดยระบุว่า แผนดังกล่าวขัดต่อหลักการด้านมนุษยธรรม และดูเหมือนใช้ "ความช่วยเหลือเป็นอาวุธ"
โฆษกของสหประชาชาติระบุว่า การดำเนินงานของ GHF เป็น "สิ่งเบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ" พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลเปิดด่านผ่านแดนทั้งหมดอีกครั้ง
ทั้ง UN และองค์กรช่วยเหลืออื่น ๆ ยืนยันว่าจะไม่ร่วมมือกับแผนใด ๆ ที่ไม่เคารพหลักการพื้นฐานของมนุษยธรรม
พวกเขาเตือนว่า ระบบของ GHF อาจทำให้ผู้ที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว เช่น ผู้บาดเจ็บ ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังอาจบีบบังคับให้ประชาชนต้องอพยพอีกครั้ง เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อผู้คนหลายพันคน ทำให้ความช่วยเหลือกลายเป็นสิ่งที่มีเงื่อนไขทางการเมืองหรือทหาร และอาจกลายเป็นแบบอย่างที่อันตรายต่อการจัดส่งความช่วยเหลือทั่วโลกในอนาคต
ยัน เอเกอลันด์ เลขาธิการสภาผู้ลี้ภัยนอร์เวย์ (Norwegian Refugee Council) และอดีตหัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี เมื่อวันจันทร์ว่า เขามองว่า GHF เป็นองค์กรที่ "ถูกทำให้กลายเป็นหน่วยงานมีลักษณะเป็นแบบทหาร บริหารแบบเอกชน และยังทำให้เป็นเป็นองค์กรทางด้านการเมือง"
"คนที่อยู่เบื้องหลังองค์กรนี้ล้วนมาจากภาคทหาร อดีตเจ้าหน้าที่ CIA อดีตหน่วยรักษาความปลอดภัย มีบริษัทด้านความมั่นคงเข้ามาทำงานใกล้ชิดกับคู่ขัดแย้งในสงครามครั้งนี้อย่างกองทัพอิสราเอล" เขากล่าว "พวกเขาจะมีจุดแจกจ่ายบางแห่ง... และที่นั่นผู้คนจะถูกคัดกรองตามหลักเกณฑ์ที่เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้ง นั่นคืออิสราเอล"
"เราไม่สามารถยอมให้ฝ่ายหนึ่งในสงครามเป็นผู้กำหนดว่าใครจะได้รับความช่วยเหลือ ที่ไหน และอย่างไร" เขากล่าวเสริม
ขณะเดียวกัน กลุ่มฮามาสได้เตือนประชาชนชาวปาเลสไตน์ไม่ให้ร่วมมือกับระบบของ GHF โดยระบุว่า ระบบนี้จะ "ทำให้ความเป็นระเบียบกลายเป็นความวุ่นวาย ผลักดันนโยบายทำให้พลเรือนปาเลสไตน์อดอยากโดยเจตนา และใช้อาหารเป็นอาวุธในยามสงคราม"
GHF ออกแถลงการณ์โต้กลับว่า กลุ่มฮามาสได้ข่มขู่เอาชีวิตต่อหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนศูนย์แจกจ่ายของ GHF และพยายามขัดขวางไม่ให้ชาวกาซาเข้าถึงความช่วยเหลือ
ทางฝั่งอิสราเอลกล่าวว่าจำเป็นต้องมีระบบใหม่มาทดแทนระบบช่วยเหลือเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้ฮามาสขโมยสิ่งของช่วยเหลือ ซึ่งฮามาสปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ GHF ถูกจับตาอย่างหนักคือ การลาออกของเจค วูด ผู้อำนวยการองค์กร เมื่อคืนวันอาทิตย์ โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีดำเนินงานขององค์กร
เจค วูด คือใคร เหตุใดเขาถึงลาออก ?
วูด ซึ่งเป็นอดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเขาได้รับการทาบทามให้มารับตำแหน่งผู้อำนวยการของ GHF เมื่อสองเดือนก่อน เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม แต่เขาตัดสินใจลาออกเพราะรู้สึกไม่สบายใจต่อแผนงานที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล
"ผมรู้สึกตกตะลึงและเจ็บปวดกับวิกฤตความอดอยากในกาซาเหมือนกับคนอีกมากมายทั่วโลก และในฐานะผู้นำด้านมนุษยธรรม ผมรู้สึกว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานนี้" เขาระบุในแถลงการณ์ลาออก
วูดยังกล่าวว่า เขารู้สึก "ภูมิใจกับงานที่ดูแลอยู่ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาแผนการปฏิบัติจริง ที่สามารถเลี้ยงดูผู้หิวโหย รับมือกับข้อกังวลด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนเส้นทางของความช่วยเหลือ และเสริมกับงานขององค์กร NGO ที่ทำงานในกาซามานาน"
แต่เขายอมรับว่า "มันชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ว่า แผนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้โดยที่ยังยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมสากล ได้แก่ หลักมนุษยธรรม ความเป็นกลาง ความไม่ลำเอียง และความเป็นอิสระ ซึ่งผมจะไม่ละทิ้ง"
GHF แถลงตอบโต้ว่า การลาออกของวูดจะ "ไม่ทำให้พวกเราหวั่นไหว" พร้อมยืนยันว่าจะเริ่มแจกจ่ายความช่วยเหลือในวันจันทร์ และตั้งเป้าเข้าถึงประชาชนชาวปาเลสไตน์ 1 ล้านคนภายในสิ้นสัปดาห์นี้
GHF ยังระบุว่า บรรดาผู้ที่วิจารณ์โครงการนี้ "คือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากระบบเดิม และหมกมุ่นกับการทำลายแผนใหม่นี้มากกว่าการช่วยนำความช่วยเหลือเข้าไป เพราะกลัวว่าแนวทางใหม่ที่สร้างสรรค์ต่อปัญหาที่ยืดเยื้ออาจประสบความสำเร็จจริง"
GHF ได้แต่งตั้ง จอห์น แอครี อดีตผู้บริหารอาวุโสขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) เป็นผู้อำนวยการรักษาการคนใหม่

ที่มาของภาพ, Gaza Humanitarian Foundation/Handout via Reuters
สถานการณ์ในพื้นที่จริงเลวร้ายแค่ไหน ?
อิสราเอลประกาศปิดล้อมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อฉนวนกาซาโดยสิ้นเชิงเมื่อวันที่ 2 มี.ค. และกลับมาเปิดฉากโจมตีทางทหารอีกครั้งในอีกสองสัปดาห์ต่อมา นับเป็นการยุติข้อตกลงหยุดยิงที่มีอยู่กับกลุ่มฮามาสนานสองเดือน
รัฐบาลอิสราเอลระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกดดันกลุ่มติดอาวุธฮามาสให้ปล่อยตัวตัวประกัน 58 คนที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งคาดว่ามีผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 23 คน
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. กองทัพอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเชิงรุกครั้งใหญ่ขึ้นอีก โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า ทหารอิสราเอลจะ "เข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมด" ของฉนวนกาซา โดยมีรายงานว่าแผนปฏิบัติการครั้งนี้จะรวมถึงการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทางตอนเหนือทั้งหมด และบังคับให้ย้ายลงไปทางใต้
เนทันยาฮูยังกล่าวด้วยว่า อิสราเอลจะผ่อนคลายมาตรการปิดล้อมเป็นการชั่วคราว และอนุญาตให้มีการลำเลียงอาหารในปริมาณ "ขั้นพื้นฐาน" บางส่วนเข้าสู่ฉนวนกาซา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะอดอยาก ภายใต้แรงกดดันจากพันธมิตรในสหรัฐฯ
นับตั้งแต่นั้นมา ทางการอิสราเอลระบุว่าได้อนุญาตให้รถบรรทุกบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างน้อย 665 คัน ซึ่งรวมถึงแป้งสาลี อาหารทารก และเวชภัณฑ์ เข้าสู่ฉนวนกาซา
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) เตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความช่วยเหลือที่ส่งเข้าไปนั้นเป็นเพียง "น้ำหยดเดียวในทะเล" เมื่อเทียบกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะความอดอยากอย่างรุนแรง อาหารพื้นฐานขาดแคลน และราคาพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง
จากการประเมินของหน่วยจัดการจัดลำดับระยะความอดอยาก (Integrated Food Security Phase Classification - IPC) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ ระบุว่า มีประชาชนกว่า 500,000 คน ที่เสี่ยงเผชิญภาวะอดอยากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในกาซา เพื่อตอบโต้การโจมตีข้ามพรมแดนของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และอีก 251 คนถูกจับเป็นตัวประกัน
กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซา ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มฮามาส ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 54,056 คน นับตั้งแต่วันนั้น รวมถึง 3,901 คนในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา











