พบสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตในอดีตบนดาวอังคาร บนหินลายเสือดาว

Image taken on the surface of Mars. It shows a large red grainy rock with unusual pale dots ringed with a black outline that look like leopard spots as well as small black dots that scientists have nick named poppy seeds. There are also pale white rocky outcrops.

ที่มาของภาพ, NASA/JPL

คำบรรยายภาพ, หินในบริเวณนี้มีลวดลายผิดปกติคล้ายลายจุดของเสือดาวปกคลุมอยู่ทั่วพื้นผิว
    • Author, รีเบกกา โมเรลล์
    • Role, บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์

มีการค้นพบหินบนดาวอังคารซึ่งอาจเชื่อมโยงถึงความเป็นไปได้ว่าเคยมีสิ่งมีชีวิตในอดีต และอาจเป็นหลักฐานที่น่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่เคยพบมา

องค์การนาซารายงานว่า ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ตรวจพบหินโคลนลักษณะผิดปกติในร่องแม่น้ำที่เต็มไปด้วยฝุ่นบนดาวอังคาร หินเหล่านี้มีลวดลายแปลกตา ทำให้มีการตั้งชื่อเล่นว่า "จุดเสือดาว (leopard spots)" และ "เมล็ดฝิ่น (poppy seeds)"

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าลวดลายดังกล่าวเกิดจากแร่ธาตุที่ก่อตัวขึ้นจากปฏิกิริยาเคมี โดยตั้งข้อสันนิษฐานว่าแร่ธาตุเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับจุลชีพโบราณที่เคยอาศัยอยู่บนดาวอังคาร

แม้นักวิทยาศาสตร์จะยอมรับว่าแร่ธาตุดังกล่าวอาจเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติ แต่องค์การนาซายืนยันว่าการค้นพบนี้มีความสำคัญมากพอที่จะจัดให้อยู่ในเกณฑ์ที่นาซาเรียกว่า "เข้าข่ายเป็นสัญญาณชีวภาพ (potential biosignatures)"

Graphic showing the place where the rocks were found, within the Jazero crater on Mars

นี่เสมือนเป็นใบเบิกทางให้มีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อตอบคำถามว่าลวดลายดังกล่าวอาจมีต้นกำเนิดมาจากสิ่งมีชีวิตหรือไม่

ศาสตราจารย์ซันจีฟ คุปตา นักวิทยาศาสตร์ด้านดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอน และเป็นหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature กล่าวว่า "เรายังไม่เคยพบอะไรแบบนี้มาก่อน นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจมาก"

เขาอธิบายว่า "นักวิทยาศาสตร์พบคุณลักษณะบางประการในหินดังกล่าว ซึ่งหากพบบนโลก ก็สามารถอธิบายได้ว่าเกิดจากกระบวนการทางชีวภาพ เช่น กระบวนการของจุลชีพ ดังนั้นยังไม่มีการระบุว่ามีการพบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่เรายืนยันว่าหินเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การติดตามต่อ"

Graphic showing a close-up view of the rocks on Mars, with annotated labels to describe the leopard print and poppy seed nicknames

ทางเดียวที่จะยืนยันว่าแร่ธาตุบนดาวอังคารเกิดจากจุลชีพหรือไม่นั้น คือการนำตัวอย่างหินกลับมายังโลกเพื่อวิเคราะห์

องค์การนาซา และองค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency - ESA) ได้เสนอภารกิจนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลก อย่างไรก็ตาม อนาคตของโครงการนี้ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากองค์การนาซากำลังเผชิญกับการตัดลดงบประมาณครั้งใหญ่จากข้อเสนอในงบประมาณปี 2026 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และภารกิจนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับสู่โลกเป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกยกเลิก

แม้ปัจจุบันดาวอังคารเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและหนาวเย็น แต่หลักฐานทางธรณีวิทยาชี้ว่า เมื่อหลายพันล้านปีก่อน ดาวเคราะห์ดวงนี้เคยมีชั้นบรรยากาศหนาแน่นและมีน้ำ อันเป็นสภาพแวดล้อมที่อาจเอื้อต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต

องค์การนาซาส่งยานเพอร์เซเวียแรนซ์ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารในปี 2021 เพื่อค้นหาสัญญาณของชีววิทยา ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ยานได้สำรวจหลุมอุกกาบาตเจเซโร (Jezero Crater) ซึ่งเคยเป็นทะเลสาบโบราณที่มีแม่น้ำไหลเข้า

ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ค้นพบหินลายเสือดาวดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว ที่ก้นหุบเขาซึ่งถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำในบริเวณที่เรียกว่าไบรท์แองเจิลฟอร์เมชัน (Bright Angel Formation) นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าหินเหล่านี้มีอายุราว 3.5 พันล้านปี และเป็นหินโคลน (mudstone) ซึ่งเป็นหินเนื้อละเอียดที่เกิดจากดินเหนียว

โจเอล ฮูโรวิตซ์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสโตนีบรูค รัฐนิวยอร์ก และผู้เขียนหลักของงานวิจัยฉบับนี้ กล่าวว่า "เรารู้แทบจะทันทีเลยว่ามีเคมีบางอย่างที่น่าสนใจเกิดขึ้นในหินเหล่านี้ เราจึงตื่นเต้นกันมากตั้งแต่แรก"

Image taken on the surface of Mars. It shows the large Perseverance rover in the foreground against a wide vista of the Bright Angel Formation in Mars. The terrain is orange and dotted with rocks and the tracks of the rover can be made out indented on the soil. There are red mountains in the distance against a dust orange sky.

ที่มาของภาพ, NASA/JPL

คำบรรยายภาพ, ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ของนาซา ถ่ายภาพเซลฟีนี้ที่บริเวณไบรท์แองเจิลฟอร์เมชัน (Bright Angel Formation)

ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ใช้เครื่องมือหลายชนิดในห้องปฏิบัติการที่ติดตั้งอยู่บนตัวยาน เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของแร่ธาตุในหิน หลังจากการวิเคราะห์เสร็จสิ้น ยานได้ส่งข้อมูลกลับมายังโลกเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาเพิ่มเติม

ดร.ฮูโรวิตซ์ อธิบายว่า "เราคิดว่าสิ่งที่พบคือหลักฐานของชุดปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นในโคลนซึ่งทับถมอยู่ก้นทะเลสาบ และดูเหมือนว่าปฏิกิริยาเคมีเหล่านี้จะเกิดขึ้นระหว่างโคลนกับสารอินทรีย์ ซึ่งทั้งสองอย่างได้ทำปฏิกิริยากันจนเกิดเป็นแร่ธาตุชนิดใหม่"

เมื่อเทียบเคียงกับสภาพแวดล้อมที่คล้ายกันบนโลก ปฏิกิริยาเคมีที่ก่อให้เกิดแร่ธาตุนั้นมักมีจุลชีพเป็นตัวขับเคลื่อน

ดร.ฮูโรวิตซ์กล่าวว่า "นั่นคือหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้ ว่าลักษณะเหล่านี้เกิดขึ้นในหินได้อย่างไร"

เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า "นี่เป็นการตรวจพบสิ่งที่เข้าข่ายเป็นสัญญาณชีวภาพที่ชี้ชวนให้เชื่อที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา"

เหล่านักวิทยาศาสตร์ยังได้ศึกษาความเป็นไปได้ที่แร่ธาตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นโดยไม่มีจุลชีพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และได้ข้อสรุปว่า กระบวนการทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติก็อาจเป็นสาเหตุของปฏิกิริยาเคมีดังกล่าวได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเหล่านั้นมักต้องอาศัยอุณหภูมิสูง ซึ่งหินที่พบดูไม่เหมือนว่าเคยผ่านความร้อนมาก่อน

"เราพบว่ามันเป็นไปได้ยากที่จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยคำอธิบายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางชีวภาพ แต่เราก็ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้นั้นออกไปได้ทั้งหมด" ดร.ฮูโรวิตซ์ กล่าว

Image of a core of rock taken from Mars. The image shows a circular slice through of the rock sample against a black background. The sample is orange and dotted with white, grey and black marks.

ที่มาของภาพ, NASA/JPL

คำบรรยายภาพ, ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ได้เก็บตัวอย่างหินที่น่าสนใจเหล่านี้ไว้แล้ว

ยานเพอร์เซเวียแรนซ์ได้เก็บตัวอย่างหินระหว่างการสำรวจดาวอังคาร รวมถึงหินที่พบในบริเวณไบรท์แองเจิลฟอร์เมชัน โดยได้บรรจุตัวอย่างหินไว้ในกระป๋องพิเศษ และจะนำไปวางไว้บนพื้นผิวดาวอังคารเพื่อรอจนกว่าจะมีภารกิจนำวัตถุนั้นกลับมายังโลก

องค์การนาซายังไม่สามารถยืนยันแผนการสำหรับภารกิจนำหินนี้กลับมายังโลกได้ เนื่องจากกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการตัดงบประมาณ ขณะเดียวกัน จีนกำลังดำเนินแผนภารกิจนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลก โดยอาจเริ่มปล่อยยานในปี 2028

แม้การตัดสินใจยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่นักวิทยาศาสตร์หลายคนแสดงความกระตือรือร้นที่จะได้สัมผัสกับตัวอย่างหินเหล่านี้ผ่านถุงมือของตนเอง

"เราจำเป็นต้องเห็นตัวอย่างหินเหล่านี้กลับมายังโลก" ศาสตราจารย์ซันจีฟ คุปตา กล่าว

เขาเสริมว่า "ผมคิดว่าเพื่อให้มั่นใจอย่างแท้จริง นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ต้องการเห็นและตรวจสอบหินเหล่านี้บนโลก นี่คือหนึ่งในตัวอย่างหินที่มีลำดับความสำคัญสูงที่สุดที่เราต้องนำกลับมา"

Artist's impression of what the Jezero Crater was once thought to look like. The image shows a large lake filled with dark blue water with a river flowing into it. It is surrounded by a dusty red Martian terrain.

ที่มาของภาพ, NASA/JPL

คำบรรยายภาพ, ภาพจำลองโดยศิลปินแสดงให้เห็นว่า หลุมอุกกาบาตเจเซโร (Jezero Crater) อาจเคยมีลักษณะเป็นอย่างไรในอดีต