ตรวจการบ้านรัฐบาลเศรษฐา (2): รถไฟฟ้า 20 บาท(ไม่)ตลอดสาย ขึ้นค่าแรง 400 อาจไม่ทั้งประเทศ

รถไฟสีแดง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าสู่สนามเลือกตั้ง 14 พ.ค. ภายใต้คำขวัญ “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” ประกาศสารพัดนโยบายประชานิยม หวังช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนผ่านคูหาเลือกตั้ง แต่ถึงขณะนี้รัฐบาลเพื่อไทยกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความสามารถในการแปรนโยบายไปสู่การปฏิบัติว่า “คิดครบ ทำได้จริง” หรือไม่

ผ่านมาเกือบ 2 เดือนนับจากรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อ 5 ก.ย. พวกเขาทำอะไรไปแล้วบ้าง นโยบายไหนเกิดผลเป็นรูปธรรม นโยบายไหนล่องหน นโยบายไหนไม่ตรงปก นโยบายไหนส่อเค้าเป็นเพียง “เทคนิคการหาเสียง”

บีบีซีไทยชวนตรวจการบ้านนโยบายหาเสียงหลักของพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างเพื่อไทยที่ประชาชนรอคอย-ถูกกล่าวขานถึงที่สุด โดยเปรียบเทียบข้อมูลจาก 3 ส่วน

  • เอกสารที่พรรค พท. ชี้แจง 70 นโยบายหาเสียง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ที่กำหนดให้พรรคการเมืองที่โฆษณานโยบาย ชี้แจงวงเงินและที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ, ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
  • คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา
  • สถานะล่าสุดของนโยบาย โดยสำรวจผ่านมติ ครม. และคำชี้แจงของรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง

ในตอนแรก ขอนำเสนอนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570

1. รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

นโยบายหาเสียง

นโยบายหาเสียง: รถไฟฟ้า กทม. 20 บาทตลอดสาย ใช้วงเงิน 40,000 ล้านบาท+8,000 ล้านบาทต่อปี โดยมาจากการบริหารงบประมาณ, การบริหารระบบภาษี, เงินกู้ และเงินนอกงบประมาณ

นโยบายนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของชุดนโยบาย “เพื่อคมนาคมไทยทั้งประเทศ” โดยพรรค พท. ปล่อยคลิปวิดีโอ “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ครั้งแรกเมื่อ 28 เม.ย. มีนายเศรษฐาเป็น “คนเดินเรื่อง” อธิบายนโยบายเพื่อซื้อใจคนกรุง

“พี่น้องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเดินทางจะถูกลงและสะดวกสบายขึ้นด้วยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไม่ว่าจะต่อรถกี่สาย ไปไกลแค่ไหน จากคูคตถึงสมุทรปราการ (สายสีเขียว) ก็เพียง 20 บาท แม้จากบางใหญ่ถึงสมุทรปราการ (สายสีส้ม) ก็จ่ายเพียง 20 บาท... การเดินทางในกรุงเทพฯ ต้องถูกลง เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำเป็นและเอาจริง” นายเศรษฐากล่าวในคลิปวิดีโอที่มีความยาว 2.52 นาที

แกนนำพรรค พท. คาดหวังว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะดึงคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กทม. ซึ่งเปลี่ยนการตัดสินใจได้ตามกระแส แม้เวลานั้นโหวตเตอร์ที่ยังไม่ตัดสินใจน่าจะเหลือเพียง 5-10% ก็ตาม

ในระหว่างพรรค พท. เปิดเวทีปราศรัยช่วย 33 ผู้สมัคร สส.กทม. ที่ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อ 5 พ.ค. นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กทม. ของเพื่อไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า นโยบาย 20 บาทตลอดสาย จะต้องเป็นราคา 20 บาทตลอดทั้งสาย ไม่ว่าจะเปลี่ยนสายรถไฟฟ้ากี่ครั้ง แต่ถ้าไม่ออกจากระบบก็จะอยู่ที่ราคา 20 บาทเท่านั้น

“หาก ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ทำได้ ‘20 บาทตลอดสาย’ ก็ต้องทำได้เช่นกัน” นายดนุพรกล่าว

สุริยะ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นำทีมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม รวมถึง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. หนึ่งเดียวของเพื่อไทย ไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในวันแรกของการปรับราคาใหม่ 20 บาทตลอดสาย เมื่อ 16 ต.ค.

นโยบายรัฐบาล

นโยบายรัฐบาล: ไม่ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ทำให้ สส. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ตั้งคำถามว่า “ทำจริงได้ไหม ควรทำหรือไม่ หรือเกิดมาเพื่อการโฆษณา” ก่อนตั้งข้อสังเกตว่า การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าจาก 17-62 บาท เป็น 20 บาทตลอดทาง รัฐบาลต้องนำงบไปอุดหนุน เพราะไม่มีทางที่บริษัทเอกชน ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าจะยอม และไม่เชื่อว่าแนวทาง “เจรจา” ตามที่นายเศรษฐาเคยให้สัมภาษณ์สื่อ จะเป็นไปได้จริง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ชี้แจงกลางรัฐสภาเมื่อ 11-12 ก.ย. ยืนยันว่า นี่เป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แต่การทำให้รถไฟทุกเส้นทางเก็บค่าโดยสาร 20 บาท จำเป็นต้องใช้เวลา เพราะต้องเจรจากับผู้เกี่ยวข้อง และต้องวางระบบเก็บค่าโดยสารแต่ละเส้นทางให้เป็นแบบเดียวกัน หรือที่เรียกว่าระบบตั๋วร่วม แต่สำหรับเส้นทางที่หน่วยงานรัฐดำเนินการได้เอง ได้แก่ สายสีแดง รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทันที

“ในระยะเวลา 3 เดือนหลังจากนี้ พี่น้องประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้าในส่วนที่หน่วยงานรัฐดำเนินการได้เอง และภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี พี่น้องจะได้ใช้ทุกเส้นทาง ทุกสาย ทุกสีในราคา 20 บาท” รมว.คมนาคมสังกัดพรรค พท. กล่าว

สถานะล่าสุด

สถานะล่าสุด: ขึ้นรถไฟฟ้า 20 บาท เฉพาะสายสีแดง-สีม่วง ทดลองแค่ 1 ปีก่อน

ครม. มีมติเมื่อ 16 ต.ค. อนุมัติมาตรการอัตราค่าโดยสารสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายรัฐบาล สำหรับรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ของการไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และรถไฟฟ้ามหานคร (สายสีม่วง) ของการไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน โดยให้มีผลทันที จนถึงวันที่ 30 พ.ย. 2567

สำหรับรถไฟฟ้า 2 สีที่นำร่องปรับลดค่าโดยสารเหลือ 20 บาทตลอดสาย จากเดิม 14-42 บาท ได้แก่

รถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ ระยะทาง 23 กม. จำนวน 16 สถานี

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต (สายธานีรัถยา) ระยะทาง 26 กม. จำนวน 10 สถานี และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน (สายนครวิถี) ระยะทาง 15 กม. จำนวน 4 สถานี

นายสุริยะกล่าวว่า การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาท ถือเป็นแผนปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) นโยบายแรกที่พรรค พท. หาเสียงกับประชาชน โดยเริ่มทันที จากเดิมประกาศว่าจะเริ่มนโยบายช่วงปลายปี 2566 เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับประชาชน

ส่วนเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ กระทรวงคมนาคมจะแต่งตั้งคณะกรรมการเจรจาร่วมกับภาคเอกชน เพื่อดำเนินนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายให้ครอบคลุมโครงข่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในทุกเส้นทาง ตามเป้าหมายภายใน 2 ปีนับจากนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตามนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท สำหรับสายสีแดง และสายสีม่วง ครม. ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมประเมินผลการดำเนินมาตรการเป็นรายปี โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปริมาณผู้โดยสารและรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาระการชดเชยจากภาครัฐ, ความสะดวกสบายในการเดินทางและการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินมาตรการดังกล่าวในปีถัดไป

เบื้องต้น รัฐบาลต้องใช้งบประมาณอุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้าปีละประมาณ 130 ล้านบาท

20 บาทรถไฟ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

2. ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ภายใน 4 ปี

นโยบายหาเสียง

นโยบายหาเสียง: ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ใช้การบริหารงบประมาณแผ่นดิน และการบริหารระบบภาษี

พรรค พท. ชูนโยบายนี้ โดยหวังเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และเพิ่มรายได้ให้เพียงพอกับค่าครองชีพ ทั้งนี้ต้องอาศัยการปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามภาวะเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และผลิตภาพแรงงาน โดยกำหนดให้ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทต่อวัน ภายในปี 2570

นโยบายรัฐบาล

นโยบายรัฐบาล: ไม่ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ทำให้ถูกทวงถามกลางสภาว่าค่าแรง 600 บาทจะได้เมื่อไร

“เราจะเจรจา 3 ฝ่าย ระหว่างแรงงาน ผู้ว่าจ้าง รัฐบาล เพื่อปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยมีเป้าหมายที่ 400 บาทต่อวันโดยเร็วที่สุด” นายกฯ เศรษฐาชี้แจงกลางสภาเมื่อ 12 ก.ย. และเปิดตัวเลขค่าแรงใหม่เบื้องต้นที่ 400 บาทก่อน

อย่างไรก็ตามนายเศรษฐาไม่ได้ระบุว่า “เร็วที่สุด” นั้นคือเมื่อใด

ทว่าในระหว่างให้สัมภาษณ์บนเวที “ไทยรัฐฟอรัม” เมื่อ 18 ก.ย. นายเศรษฐาระบุว่าจะหาข้อสรุปและคาดว่าจะประกาศได้ภายในเดือน พ.ย. เพื่อจะผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2567

“หวังว่าจะไปถึงจุดนั้น (400 บาทต่อวัน) ขอดูตัวเลขอีกที” นายเศรษฐากล่าว

แรงงาน

ที่มาของภาพ, SOPA Images/LightRocket/Getty Images

คำบรรยายภาพ, เครือข่ายแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. 2565

สถานะล่าสุด

สถานะล่าสุด: ขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ “เป็นไปไม่ได้แน่นอน”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน สังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมาเปิดเผยเมื่อ 26 ต.ค. ว่า จะมีการประกาศค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่ในเดือน ธ.ค. ส่วนจะปรับเป็น 400 บาทหรือไม่ ยังไม่กล้าประกาศออกไปก่อนที่คณะกรรมการค่าจ้างจะเคาะอัตราค่าจ้างใหม่ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค. 2567 และยังจะต้องดูค่าเงินเฟ้อในประเทศด้วย

“การจะปรับอัตราค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่จะขึ้นเป็นรายจังหวัด ไม่ได้เท่ากันทั้งหมด” รมว.แรงงานกล่าว