ภารกิจวันแรกของ นายกฯ ที่ถูกสั่งพักงาน กับ รักษาการนายกฯ

ประวิตร

ที่มาของภาพ, ผู้ช่วยโฆษก รองนายกฯ

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประวิตร ในฐานะรักษาการนายกฯ นั่งเป็นหัวโต๊ะการประชุมจากมูลนิธิป่ารอยต่อฯ 25 ส.ค.

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์วิเคราะห์ฉากทัศน์การเมืองไทย หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี จะเป็นการ “ปิดฉากรัฐประหาร 2557 และการสืบทอดอำนาจ” ส่วนวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ใหม่ ทั้งนายกรัฐมนตรีที่ถูกสั่ง “พักงาน” และผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พวกเขาเลือกทำงานผ่านระบบออนไลน์

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “พักงาน” ไม่ได้เดินทางเข้าไปทำงานภายในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เลือกเข้าร่วมประชุมสภากลาโหมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากบ้านพักภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) แทนในเวลา 13.30 น.

แม้ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ได้ แต่ พล.อ. ประยุทธ์ วัย 68 ปีสวมหมวกอีกใบ-มีอีกสถานะเป็น รมว.กลาโหม และเขายืนยันว่าจะทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไป

วานนี้ (24 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของ ส.ส. ฝ่ายค้านที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลงหรือไม่ โดยที่ฝ่ายค้านมองว่า พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค. 2565

ตุลาการเสียงข้างมากยังมีมติ 5:4 ให้ พล.อ. ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2565 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีนี้

พล.อ. คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงจุดยืนของกระทรวงกลาโหม หาก พล.อ. ประยุทธ์ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ว่า กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็แล้วแต่ ในส่วนของตัวบุคคลที่เข้ามาถูกต้องตามกฎหมายเราพร้อมรับฟังนโยบายและปฏิบัติตาม รมว.กลาโหมเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในฐานะฝ่ายบริหาร

สื่อมวลชน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, สื่อมวลชนต้องยกทัพกลับบ้าน ภายหลัง พล.อ. ประยุทธ์ไม่เข้าศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม วันที่ 25 ส.ค. ตามที่มีข้อมูลออกมาก่อนหน้านี้

ด้าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้เข้าทำเนียบรัฐบาล แต่เลือกทำงานจากที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถ.วิภาวดี-รังสิต

เวลา 10.00 น. พล.อ. ประวิตรเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีรัฐมนตรีและข้าราชการบางส่วนนั่งประชุมกับรักษาการนายกฯ จากมูลนิธิด้วย ทั้งนี้ตามกำหนดการเดิม พล.อ. ประยุทธ์ต้องทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการหลังทราบมติศาลรัฐธรรมนูญ

ที่ประชุมเห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์การบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. 2566-2570 ภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านการบริหารการเตือนภัย ด้วยดิจิทัลแบบบูรณาการที่มีมาตรฐานสากล” และเห็นชอบการดำเนินการแจ้งเตือนภัยโดยใช้ระบบ Cell Broadcast ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมากในการส่งเพียงครั้งเดียว

การปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายกฯ ของ พล.อ. ประวิตร รองนายกฯ ลำดับที่ 1 เป็นไปโดยอัตโนมัติ เนื่องจาก ครม. เคยมีมติเอาไว้แล้วตั้งแต่ 13 ส.ค. 2563 และออกเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง มอบหมายให้รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ ในกรณีที่นายกฯ ไม่อาจปฏิบัติราชการได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงไว้หลายครั้งว่า รักษาการนายกฯ มีอำนาจเต็มเหมือนนายกฯ ทุกอย่าง

มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองนายกรัฐมนตรีหลายคน ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ใดดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาราชการแทน

มาตรา 48 วรรคหนึ่ง ให้ผู้รักษาราชการแทนตามความใน พ.ร.บ. นี้ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน

ประวิตร

ที่มาของภาพ, ผู้ช่วยโฆษก รองนายกฯ

คำบรรยายภาพ, นอกจาก พล.อ. ประวิตร ยังมี พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมประชุมภายในมูลนิธิป่ารอยต่อ 25 ส.ค.

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเรื่องการเรียกชื่อตำแหน่งของ พล.อ. ประยุทธ์ และ พล.อ. ประวิตร ในหนังสือราชการ ไว้ดังนี้

  • กรณี พล.อ. ประยุทธ์ ใช้ รมว.กลาโหม เท่านั้น เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญให้ พล.อ. ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
  • กรณี พล.อ. ประวิตร ใช้ รองนายกรัฐมนตรี เท่านั้น เนื่องจากการรักษาราชการแทน เป็นไปตามกฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน และคำสั่งที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงไม่ต้องต่อท้ายตำแหน่งด้วยคำว่า รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

จุดเริ่มต้นสู่จุดจบ... พล.อ. ประยุทธ์ ?

รศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยถึงการขึ้นรักษาราชการแทนนายกฯ ของ พล.อ. ประวิตร มองว่าไม่ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร และแทบเป็นไปไม่ได้ หาก พล.อ. ประวิตร จะสั่งปรับคณะรัฐมนตรี หรือยุบสภา โดยไม่ปรึกษา พล.อ. ประยุทธ์ ก่อน

“ยังไงพวกเขา (พล.อ. ประยุทธ์ และ พล.อ. ประวิตร) คือพี่น้องกัน เป็นพี่ชายน้องชายที่ทำรัฐประหารมาด้วยกัน... ต้องปรึกษาหารือกันอยู่แล้ว” รศ.ดร. ประจักษ์กล่าว

นักรัฐศาสตร์รายนี้เห็นว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องคดี “นายกฯ 8 ปี” และสั่งให้ พล.อ. ประยุทธ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้การเมืองไทย “เข้าสู่ภาวะของความไม่แน่นอนสูง” และเป็นสิ่งที่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองจะจับตาด้วยความกังวล

“นับจากนี้จนถึงเดือน มี.ค. (ปี 2566) ช่วงการเลือกตั้ง อะไรก็เกิดขึ้นได้” รศ.ดร. ประจักษ์กล่าว

"สังคมไทยยังเดินหน้าต่อไปได้" รศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, "สังคมไทยยังเดินหน้าต่อไปได้" รศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ

เขายังอธิบายถึงฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้

ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า พล.อ. ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ยังไม่ครบ 8 ปี หมายความว่า พล.อ. ประยุทธ์​ กลับมาเป็นนายกฯ ต่อได้เหมือนเดิม

  • ถ้าเริ่มนับวาระนายกฯ ของ พล.อ. ประยุทธ์ ตั้งแต่ปี 2562 ความไม่พอใจของประชาชนจะยิ่งสูง และมีโอกาสที่จะเกิดการประท้วงมากขึ้น
  • หากมีการประท้วงมากขึ้นแบบ “จุดติด” รัฐบาลไม่อยู่ในสถานะที่จะใช้ความรุนแรงปราบปรามได้ เพราะไม่มีความชอบธรรม
  • ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่ผู้นำทั่วโลกจะเดินทางมา “รัฐบาลคงไม่อยากให้เกิดภาพการปราบปรามผู้ประท้วงรุนแรง”
  • “ต่อให้ศาลคุ้มครอง พล.อ. ประยุทธ์ ให้ไปต่อได้ในทางกฎหมาย แต่ในทางการเมือง ผมคิดว่ายากแล้ว”

ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า พล.อ. ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปีแล้ว

  • การเมืองไทยจะเปลี่ยนมหาศาล เพราะรัฐสภาต้องเลือกนายกฯ คนใหม่ และ พล.อ.ประวิตร รักษาการต่อไม่ได้แล้ว
  • “มีโอกาสที่จะเลือก (นายกฯ คนใหม่) ไม่ได้” เพราะเหลือแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้เลือกแค่ 3 คน หลังนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. ปฏิเสธไม่ขอเป็นหนึ่งในแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย อีกแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยก็ลาออกจากพรรคไปแล้ว โดยแคนดิเดตที่เหลือ มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้รับฉันทานุมัติจากรัฐสภา
  • หากไม่มีแคนดิเดตใดได้รับฉันทานุมัติจากรัฐสภา จะเปิดโอกาสให้เลือกนายกฯ คนนอก เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถ้า ส.ส. และ ส.ว. รวมเสียงได้มากกว่า 2 ใน 3 ก็จะไปเลือกใครก็ได้
ประชาชนร่วมชุมนุมเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งภายในเที่ยงคืนของ 23 ส.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ประชาชนร่วมชุมนุมเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งภายในเที่ยงคืนของ 23 ส.ค.

หากเป็นฉากทัศน์หลัง รศ.ดร. ประจักษ์ยอมรับว่า “จะเกิดความวุ่นวาย” แต่จะหมายความว่าประเทศไทย “จะเข้าสู่ยุคใหม่”

"พล.อ. ประยุทธ์ “จะกลับมาไม่ได้แล้ว กลับมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้แล้ว เล่นการเมืองต่อไปไม่ได้แล้ว... แล้วพรรคพลังประชารัฐจะยังอยู่ไหม เพราะตั้งขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐประหารให้สืบทอดอำนาจได้”

“การแข่งขันในการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไป ภูมิทัศน์ทางการเมืองจะเปลี่ยนไปเลย”

แต่คนที่จะสูญเสียมากที่สุดหาก พล.อ. ประยุทธ์ “ไม่ได้ไปต่อ” ในทัศนะของ รศ.ดร. ประจักษ์ คือตัว พล.อ. ประยุทธ์ เอง และ “เครือข่าย บริวาร พวกพ้อง ที่เกาะเกี่ยวมากับ พล.อ. ประยุทธ์”

“ส่วนสังคมไทยยังเดินหน้าต่อไปได้ และอาจออกจากวิกฤตนี้ไปได้... การเมืองไทยจะกลับสู่ภาวะปกติกว่านี้ การเลือกตั้งจะแข่งขันกันปกติ แข่งขันในเชิงนโยบาย ไม่มีพรรคการเมืองที่ลงมาเพื่อสืบทอดอำนาจ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหาร”

“ถือเป็นการปิดฉากการรัฐประหารปี 2557 และการสืบทอดอำนาจ” รศ.ดร. ประจักษ์ทิ้งท้าย

สื่อต่างชาติเกาะติดคำสั่งพักงานนายกฯ ไทย

ขณะที่สื่อต่างประเทศหลายสำนักได้เกาะติดข่าวนายกฯ ไทยถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนญ

สำนักข่าวรอยเตอร์ให้คำจำกัดความ พล.อ. ประยุทธ์ นอกจาก "นายกรัฐมนตรีของไทย" และ "ผู้ก่อรัฐประหาร" แล้ว ยังเรียกเขาว่า "นักแต่งเพลงบัลลาด" ที่รอดชีวิตจากมรสุมทางการเมืองหลายครั้ง

รอยเตอร์ระบุตอนหนึ่งว่า ในเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรมาสั่นคลอนอำนาจของ พล.อ. ประยุทธ์ได้นับจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯ สมัยแรกภายหลังรัฐประหาร 2557 และรอดชีวิตจากการเลือกตั้ง 2562 ที่เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนได้เป็น “นายกฯ พลเรือน” รวมถึงการชุมนุมประท้วงบนท้องถนน และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน 4 ครั้ง

ทว่าในวันพุธ (24 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งพักงาน พล.อ. ประยุทธ์ ในวัย 68 ปี จากตำแหน่งราชการ โดยถือเป็น “ความพ่ายแพ้ที่ยากจะเกิดขึ้น แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะกลายเป็นคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่แบบถาวรหรือไม่”

รอยเตอร์ยังย้อนประวัติของ พล.อ. ประยุทธ์ ในฐานะนักแต่งเพลงบัลลาดที่ใช้ชื่อว่า “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ซึ่งถูกเปิดอย่างกว้างขวางในสถานีวิทยุแห่งชาติ อีกทั้งยังมีผลงานการประพันธ์เพลงอีกอย่างน้อย 10 เพลง โดยหนึ่งในนั้นเล่าถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองไทยที่เกิดขึ้นมานานนับทศวรรษ

ลุงตู่

ที่มาของภาพ, Reuters

ด้านบีบีซี และเอเอฟพี ก็รายงานข่าวศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ พล.อ. ประยุทธ์พักงาน โดยบีบีซีพาดหัวข่าวว่า ศาลไทยสั่งพักงานนายกฯ และผู้นำรัฐประหาร

ส่วนเอเอฟพีรายงานเพิ่มเติมว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามามีบทบาทในการเมืองไทย เพราะเคยมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2549 และ 2557 เป็นโมฆะมาแล้ว

รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้นายกฯ ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี โดยฝ่ายค้านชี้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ มาตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่ฝ่ายผู้สนับสนุนนายกฯ มองว่าต้องเริ่มนับวาระดำรงตำแหน่งนับจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญในปี 2560 หรือหลังเลือกตั้ง 2562 หากศาลเชื่อในหลักการนี้ พล.อ. ประยุทธ์ก็จะทำหน้าที่ต่อไปได้จนถึงปี 2568 หรือปี 2570 ถ้าเขาชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. 2566

ด้านสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่เน้นประเด็นทางเศรษฐกิจพาดหัวข่าวว่า “สุญญากาศการเมืองไทยอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน” โดยอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ที่ว่าคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ครั้งนี้อาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุนบ้าง ทว่าอาจไม่ได้สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง