ผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกคำร้อง 8 ปี นายกฯ ประยุทธ์

pm

ที่มาของภาพ, Thai news Pix

เจ้าของคำร้องยื่นตีความวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่แปลกใจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกคำร้องของเขา พร้อมจับตาจะเกิดปัญหาทางเทคนิคกับคำร้องของ ส.ส. ฝ่ายค้านหรือไม่

“เราวิเคราะห์ว่าพอมีบางประเด็นที่เป็นเผือกร้อน เขาอาจต้องเซฟ (รักษาชีวิต) ตัวเองเอาไว้ก่อน ก็เลยหาเหตุไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วย” นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย วิเคราะห์กับบีบีซีไทยถึงสาเหตุที่ผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกคำร้องของเขา และบอกด้วยว่า “เรื่องนี้ผมเตรียมใจไว้อยู่แล้ว”

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ได้รับทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่าผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้ยุติเรื่องที่ตนขอให้พิจารณาและมีความเห็นส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของ พล.อ. ประยุทธ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ

สื่อหลายสำนัก อาทิ มติชน และกรุงเทพธุรกิจ รายงานตรงกันโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อเกี่ยวกับมติของผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อ 17 ส.ค. โดยให้เหตุผลว่า คำร้องของนายศรีสุวรรณไม่ใช่การขอให้พิจารณาว่าบทบัญญัติของกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 มาตรา 23 (1) กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

แต่เป็นเรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 170 วรรคสาม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกเพื่อให้ประธานสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระอื่น ซึ่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน มาตรา 37 (4) กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรับไว้พิจารณา

ศรีสุวรรณ

ที่มาของภาพ, ศรีสุวรรณ จรรยา

คำบรรยายภาพ, นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นหนังสือต่อตัวแทนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ 8 ปี พล.อ. ประยุทธ์ เมื่อ 5 ส.ค.

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ส.ค. นายศรีสุวรรณเข้ายื่นคำร้องต่อ 2 องค์กรอิสระคือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงาน กกต. เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ พล.อ. ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยด้วย

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเห็นว่าเป็นคำร้องประเภทเดียวกัน และมองว่ามีองค์กรอื่นทำหน้าที่อยู่แล้ว เพราะผู้ร้องได้ไปยื่นร้องควบเอาไว้ ก็เลยโบ้ยไปให้ กกต.

“วิธีการของผมคือต้องปิดรอยรั่วทั้งหมด ไม่ว่าจะวิ่งไปไหน ก็ชิงไปอุดให้หมด ผมเลยยื่น (คำร้อง) ไว้ 2 ที่” นายศรีสุวรรณกล่าว

นักกฎหมาย เจ้าของสมญา “นักร้อง” ทางการเมือง กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่ กกต. จะไม่ส่งคำร้องของเขาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะยื่นร้องตามระเบียบ วิธีการ และข้อบังคับของ กกต. ทุกประการ อีกทั้งรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นอำนาจของ กกต. ในการส่ง เปรียบเสมือน “บุรุษไปรษณีย์” หรืออาจทำความเห็นเล็กน้อยแนบไป

อย่างไรก็ตามไม่มีข้อกำหนดเรื่องกรอบเวลาว่า กกต. ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาภายในเมื่อใดหลังจากได้รับคำร้อง แต่นายศรีสุวรรณเตือนว่า ประเด็นนี้อยู่ในความสนใจของสาธารณชน และหนึ่งในทางเลือกที่เขาเสนอไปก็คือควรดำเนินการให้เสร็จก่อน 24 ส.ค. ซึ่งเป็นวันเข้ารับตำแหน่งนายกฯ สมัยแรกของ พล.อ. ประยุทธ์

“การมัวมานิ่งเฉย ดึงเรื่องให้ช้า หรือคิดว่าจะส่งเมื่อไรก็ได้ ก็จะเป็นผลร้ายหรือผลเสียต่อ กกต. เอง เพราะเป็นเรื่องที่สังคมวิจารณ์ ก็น่าจะรีบเร่งส่งให้ ซึ่งอย่างช้าที่สุดไม่ควรเกินวันจันทร์-อังคารหน้า (22-23 ส.ค.)” นายศรีสุวรรณ กล่าว

ล่าสุดเมื่อ 22 ส.ค. คณะกรรมการ กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเนื่องจากเห็นว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยแล้ว และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญย่อมเป็นอันเด็ดขาดและมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น กกต. จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีก

ฝ่ายค้าน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภา นำทีมยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ที่รัฐสภา 17 ส.ค.

ส่วนกรณีที่ 171 ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเข้าชื่อกันยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีเดียวกัน เมื่อ 17 ส.ค. มีโอกาสประสบปัญหาทางเทคนิคและทำให้คำร้องถูกตีตกไปหรือไม่ หลังผู้ตรวจการแผ่นดินแสดงตัวอย่างให้เห็น

นายศรีสุวรรณให้ความเห็นว่า สภาน่าจะมีอำนาจส่งคำร้องได้ทั้งหมดที่เกี่ยวกับคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าดูถ้อยคำที่เขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 คือให้เป็นอำนาจของ กกต. เท่านั้น ดังนั้น “คำร้องของสภาอาจถูกปัดตกไปก็ได้”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เคยแนะนำว่า ใครก็ตามที่ต้องการยื่นตีความกรณีวาระดำรงตำแหน่งของนายกฯ ให้ยื่นผ่าน กกต. แล้วให้ กกต. เป็นผู้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ให้นำเอามาตรา 82 มาใช้โดยอนุโลม เป็นเรื่องที่ ส.ส. หรือ ส.ว. สงสัยในการขาดความเป็นสมาชิกในสภาตัวเอง

“ส่วนเรื่องนายกฯ ประชาชนต้องไปยื่นร้องผ่าน กกต. แต่สำหรับ ส.ส. และ ส.ว. เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน แต่ทางที่ดีที่สุดไปที่ กกต. เพราะมาตรา 170 วรรคท้ายบอกว่าให้ กกต. มีอำนาจดำเนินการเรื่องนี้ หากฝ่ายค้านต้องการยื่น ควรต้องไปยื่นต่อ กกต.” รองนายกฯ ระบุ

สำหรับมาตรา 82 ระบุว่า ส.ส. หรือ ส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลง และให้ประธานสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย