เนทันยาฮูสวนกระแสกดดันเรื่องการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์

เนทันฮู

ที่มาของภาพ, EPA

เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนกรานอีกครั้งว่า อิสราเอลควรรักษาการควบคุมความมั่นคงเหนือดินแดนปาเลสไตน์ทั้งหมด

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า เงื่อนไขนี้ "ตรงกันข้าม" กับการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ในอนาคต

การออกมาให้ความเห็นของเนทันยาฮูเมื่อวันเสาร์ (20 ม.ค.) ถือเป็นการสวนกระแสกดดันที่มีต่อรัฐบาลของเขา ทั้งจากสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่ให้คำมั่นสัญญาเรื่องเส้นทางสู่การเป็นรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต

เนทันยาฮู และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ หารือเกี่ยวกับอนาคตของดินแดนปาเลสไตน์ในระหว่างสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ (19 ม.ค.)

การแทรกแซงล่าสุดของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลดูเหมือนจะทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างรัฐบาลอิสราเอลกับสหรัฐฯ ในพื้นที่สาธารณะ ต่อเรื่องการปกครองฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ในอนาคตเมื่อความขัดแย้งในฉนวนกาซาสิ้นสุดลง

สหรัฐฯ เชื่อว่า รัฐปาเลสไตน์ในอนาคตเคียงข้างอิสราเอล ซึ่งรู้จักในนาม "วิธีแก้ปัญหาสองรัฐ" มีความสำคัญต่อเสถียรภาพในระยะยาว แต่ทำเนียบขาวเพิ่งยอมรับในสัปดาห์นี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และอิสราเอล "มองเห็นสิ่งต่าง ๆ แตกต่างกันอย่างชัดเจน"

ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังสองผู้นำหารือกันทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบเดือน ประธานาธิบดีไบเดนยืนยันว่า การแก้ปัญหาสองรัฐยังคงเป็นไปได้โดยที่นายเนทันยาฮูยังอยู่ในตำแหน่ง

“วิธีแก้ปัญหาสองรัฐมีหลายอย่าง หลายประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติก็ ไม่ได้มีกองทัพเป็นของตนเอง” เขากล่าว

ไบเดน เนทันยาฮู

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และอิสราเอล "มองเห็นสิ่งต่าง ๆ แตกต่างกันอย่างชัดเจน"

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ที่ออกโดยสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่า "ในการสนทนากับประธานาธิบดีไบเดน นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเน้นย้ำนโยบายของเขาว่าหลังจากกลุ่มฮามาสถูกทำลาย อิสราเอลจะต้องรักษาการควบคุมความมั่นคงในฉนวนกาซาเพื่อให้แน่ใจว่าฉนวนกาซาจะไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลอีกต่อไป ซึ่งเป็นความประสงค์ที่ขัดแย้งกับข้อเรียกร้องอธิปไตยของชาวปาเลสไตน์”

นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังโพสต์ในเอกซ์ (ซึ่งเดิมคือทวิตเตอร์) ว่า อิสราเอลจะต้องรักษา “การควบคุมความมั่นคงเหนือดินแดนทั้งหมดที่อยู่ทางตะวันตกของจอร์แดน” ซึ่งครอบคลุมเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครองอยู่ด้วย

ความคิดเห็นดังกล่าวบั่นทอนความหวังที่ว่า วิกฤตฉนวนกาซาอาจส่งผลให้ผู้นำอิสราเอลและปาเลสไตน์เริ่มเจรจาทางการทูตอีกครั้ง และเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพ

นอกจากถูกโดดเดี่ยวในทางสากล ความไม่พอใจของชาวอิสราเอลต่อเนทันยาฮูยังเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนผ่านการชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งนำตัวประกันราว 130 รายที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไปไว้ในฉนวนกาซากลับบ้านเกิดโดยเร็ว

ผู้ประท้วงหลายพันคน รวมถึงญาติของผู้สูญหาย รวมตัวกันที่กรุงเทลอาวีฟเมื่อวันเสาร์ (20 ม.ค.) เรียกร้องให้เนทันยาฮูเร่งหาทางบรรลุข้อตกลงยุติสงครามเพื่อเปิดทางให้ตัวประกันได้กลับบ้าน พร้อมมเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ทันที

นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมในเมืองไฮฟา และบริเวณนอกทำเนียบนายกรัฐมนตรีในนครเยรูซาเลมด้วย

เนทันยาฮูต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการเร่งนำตัวประกันที่กลุ่มฮามาสจับไปตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2023 กลับมาให้ได้โดยเร็ว หลังปรากฏข่าวเรื่องการเสียชีวิตของตัวประกันเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มฮามาสเพิ่งประกาศการเสียชีวิตของตัวประกัน 2 คน

ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลเนทันยาฮูทำข้อตกลงกับกลุ่มฮามาสเพื่อให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัว

ที่มาของภาพ, REUTERS

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลเนทันยาฮูทำข้อตกลงกับกลุ่มฮามาสเพื่อให้ตัวประกันได้รับการปล่อยตัว

ในการแถลงข่าวเมื่อเย็นวันเสาร์ (20 ม.ค.) แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า กองกำลังพบอุโมงค์แห่งหนึ่งในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และคาดว่าตัวประกันบางส่วนเคยถูกพาตัวไปหลบซ่อนในนั้น

การแลกเปลี่ยนเพื่อปล่อยตัวประกันเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปี 2023 หลังจากนั้น ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากอิสราเอล-ฮามาส ที่ใกล้เคียงกับการปล่อยตัวประกันอีกเลย

ความล่าช้าในการช่วยเหลือตัวประกันถือเป็นความล้มเหลวอย่างร้ายแรงในความรู้สึกของประชาชนที่มองว่ารัฐบาลเนทันยาฮูกำลังเพิกเฉยต่อชีวิตของพลเมืองที่ตกอยู่ในอันตราย ทำให้ชาวอิสราเอลบางส่วนออกมาเรียกร้องรัฐบาลชุดใหม่เพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศ

ก่อนสงครามเริ่มต้น ผู้นำอิสราเอลต้องเผชิญกับการประท้วงต่อต้านการปฏิรูปกฎหมายที่รัฐบาลของเขาพยายามผลักดัน ทั้งนี้การปฏิรูปดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดอำนาจของฝ่ายตุลาการ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยของอิสราเอล