ปริศนาการหายตัวไปของ "ปันเชนลามะ" วัย 6 ขวบ ผู้นำจิตวิญญาณลำดับสองของทิเบตเมื่อ 30 ปีก่อน

ที่มาของภาพ, The Tibet Museum
- Author, สวามินาธาน นาตาราจัน
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ชาวทิเบตทั่วโลกจะร่วมรำลึกถึงวันครบรอบ 30 ปี ของการหายตัวไปของพระปันเชนลามะ (Panchen Lama) พระสมณศักดิ์สูงเป็นอันดับสองในพระพุทธศาสนาของทิเบตในวันเสาร์ที่ 17 พ.ค.
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 1995 องค์ดาไลลามะ ซึ่งเป็นผู้นำชาวพุทธศาสนานิกายทิเบต ได้เลือกเด็กชายวัย 6 ขวบที่มีชื่อว่า เกดหุน โชคยี นยีมา (Gedhun Choekyi Nyima) ขึ้นเป็นพระปันเชนลามะที่กลับชาติมาเกิดใหม่ อันถือเป็นบุคคลสำคัญอันดับสองของพุทธศาสนาในทิเบต
พระปันเชนลามะ องค์ที่ 11 ได้หายตัวไปหลังจากนั้นสามวัน และไม่มีข่าวคราวใด ๆ เกี่ยวกับที่อยู่หรือชะตากรรมของเขาอีกเลยตั้งแต่นั้นมา
ทางการจีนยอมรับว่าทราบพิกัดของนยีมา แต่เปิดเผยข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับชาวทิเบตผู้นี้ ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันเขาจะมีอายุ 36 ปีแล้ว
บีบีซีได้ติดต่อไปยังรัฐบาลจีนเพื่อชี้แจงสถานะปัจจุบันของพระปันเชนลามะที่หายตัวไป สถานทูตจีนในกรุงลอนดอนตอบว่า "บุคคลดังกล่าวเป็นเพียงพลเมืองจีนธรรมดาที่ใช้ชีวิตปกติ ทั้งตัวเขาและครอบครัวไม่ต้องการให้สาธารณชนจับตามองโดยไม่จำเป็น" และเรียกร้องให้บีบีซี "พิจารณาดำเนินการเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง"
ทิเบตซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่ห่างไกลและประชากรส่วนใหญ่นับถือพุทธแบบทิเบต เป็นเขตปกครองตนเองที่อยู่ภายใต้อำนาจของจีน โดยจีนถูกกล่าวหาว่ากดขี่เสรีภาพทางวัฒนธรรมและศาสนาที่นั่น
กลุ่มสิทธิมนุษยชนเรียกนยีมาว่าเป็น "นักโทษการเมืองที่อายุน้อยที่สุดในโลก" และสนับสนุนชาวทิเบตให้ออกมาเรียกร้องการปล่อยตัวเขาอย่างต่อเนื่อง
ปันเชนลามะ วัย 6 ขวบ หายตัวไปเมื่อใด

ที่มาของภาพ, Getty Images
ชาวพุทธทิเบตเชื่อในการกลับชาติมาเกิดใหม่ และผู้ที่บรรลุทางจิตวิญญาณจะสามารถตัดสินใจถึงเวลาและสถานที่ของการกลับชาติมาเกิดใหม่ได้
หลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระปันเชนลามะ องค์ที่ 10 โดยเหตุอันน่าสงสัยเนื่องจากประชาชนบางส่วนเชื่อว่าเขาถูกวางยาพิษ เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 1989 ความพยายามในการค้นหาการกลับชาติมาเกิดใหม่ของเขาก็เริ่มต้นขึ้น
คณะค้นหาซึ่งนำโดยพระภิกษุอาวุโสได้ระบุว่า เด็กชายที่เกิดในวันที่ 25 เม.ย. 1989 แก่นายกุนชอก ฟุนซอก (บิดา) และเดเชน โชดอน (มารดา) ในเขตลาฮารี มณฑลนาชู ในทิเบต คือการกลับชาติมาเกิดใหม่ของพระปันเชนลามะ
รายละเอียดในเอกสารจากองค์กรติดตามผู้ถูกคุกคาม Society for Threatened Peoples องค์กรนอกภาครัฐที่มีสถานะเป็นที่ปรึกษาพิเศษต่อเลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวหาว่ารัฐบาลจีนลักพาตัวครอบครัวของเด็กชายผู้นี้ทั้งหมด และควบคุมตัวพระภิกษุในข้อหาเป็นผู้นำในการค้นหาตัวเด็กชายคนนี้
รัฐบาลพลัดถิ่นทิเบตกล่าวถึงการหายตัวไปของนยีมา ว่าเป็น "ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดของการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงของจีน"
"ตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีใครทราบที่อยู่และสภาพความเป็นอยู่ของเขาอีกเลย เขาถูกซ่อนตัวอยู่ภายใต้ม่านความลับของรัฐ เราขอเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้รัฐบาลจีนเปิดเผยที่อยู่ของพระปันเชนลามะ และรับรองสภาพความเป็นอยู่ที่ดีของเขา" เทนซิน เล็กเชย์ โฆษกของฝ่ายบริหารกลางทิเบต กล่าวกับบีบีซี
อย่างไรก็ตาม ไม่มีประเทศใดให้การรับรองอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต
"ปันเชนลามะตัวปลอม"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทางการจีนปฏิเสธที่จะให้การรับรองพระปันเชนลามะที่แต่งตั้งโดยองค์ดาไลลามะ และจัดการคัดเลือกผู้มารับตำแหน่งพระปันเชนลามะขึ้นเอง และจีนได้รับเลือก เกียลเซน นอร์บู (Gyaltsen Norbu) เป็นพระปันเชนลามะ องค์ที่ 11 เมื่อปี 1995
พระปันเชนลามะองค์ที่ 11 ซึ่งแต่งตั้งโดยทางการจีน เข้าร่วมการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ และงานทางการอื่น ๆ ของจีน แต่เขาไม่ได้รับการยอมรับจากชาวทิเบต โดยรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบตเรียกเขาว่า "พระปันเชนลามะตัวปลอม"
นยีมา ได้รับการยอมรับมากกว่าภายในเขตปกครองตนเองทิเบต แต่การเปิดเผยภาพถ่ายของดาไลลามะ และพระปันเชนลามะ เป็นเรื่องต้องห้าม โดยมีรูปถ่ายของเด็กชายที่ "ถูกเจ้าหน้าที่ลักพาตัวไป" เพียงใบเดียวเท่านั้นที่ถูกนำมาเผยแพร่
เหตุใดพระปันเชนลามะจึงสำคัญต่อทิเบต

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในความเชื่อของพุทธศาสนาทิเบต องค์ดาไลลามะเป็นตำแหน่งเดียวที่อยู่สูงกว่าพระปันเชนลามะ โดยองค์ดาไลลามะ ซึ่งลี้ภัยจากทิเบตในปี 1959 และกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านการควบคุมของจีนในภูมิภาค จะมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ในวันที่ 6 ก.ค. นี้ (2025)
การระบุพิกัดและชะตากรรมของพระปันเชนลามะในตอนนี้มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากองค์ดาไลลามะ และพระปันเชนลามะ ยอมรับการกลับชาติมาเกิดของกันและกัน
"รัฐบาลจีนลักพาตัวเด็กชายวัย 6 ขวบและครอบครัวของเขา ทำให้พวกเขาหายตัวไปเป็นเวลา 30 ปี เพื่อควบคุมการคัดเลือกดาไลลามะองค์ต่อไป และเพื่อควบคุมพุทธศาสนาในทิเบต" ยัลคุน อูลูโยล นักวิจัยด้านจีนจากองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) กล่าว
"ฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรกดดันรัฐบาลจีนให้ยุติความโหดร้ายนี้ และให้ความคุ้มครองอิสรภาพแก่ เกดหุน โชคยี นยีมา และครอบครัวของเขา"

ที่มาของภาพ, Tenzin Tsundue
จีนกล่าวถึงพระปันเชนลามะอย่างไรบ้าง
หลังจากการหายตัวไปของนยีมา ทางการจีนกล่าวกับสหประชาชาติโดยทันทีว่า "ไม่เคยมีกรณีการหายตัวไป หรือการถูกลักพาตัวครอบครัวของเด็กผู้กลับชาติมาเกิดใหม่"
ในปีถัดมา ทางการจีนกล่าวว่ามี "ผู้ไม่มีศีลธรรม" จำนวนหนึ่งพยายามลักลอบพาเด็กชายไปต่างแดน ดังนั้นพ่อแม่ของเด็กจึงได้ขอความช่วยเหลือจากจีน ซึ่งจีนก็ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ภายใต้การรักษาความปลอดภัย รัฐบาลจีนกล่าวว่าเด็กชายและครอบครัวของเขาใช้ชีวิตปกติและไม่ต้องการให้ใครมารบกวน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนกล่าวย้ำหลายครั้งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในปี 1998 รัฐบาลจีนแจ้งต่อคณะทำงานของสหประชาชาติว่ามารดาของพระปันเชนลามะกำลังรับโทษจำคุก แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเธอถูกจำคุกเพราะเหตุใด และมีโทษจำคุกนานแค่ไหน
ในปี 2000 โรบิน คุก อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวว่าจีนได้แสดงภาพถ่ายเด็กชาย 2 ภาพให้แก่เจ้าหน้าที่อังกฤษ ซึ่งจีนระบุว่าเป็นภาพถ่ายของปันเชนลามะที่สูญหายไป โดยอังกฤษได้รับอนุญาตให้ดูภาพดังกล่าว แต่ไม่สามารถเก็บไว้ได้

ที่มาของภาพ, INTERNATIONAL TIBET NETWORK
มีความหวังในการพบตัวพระปันเชนลามะองค์นี้หรือไม่
นักรณรงค์ชาวทิเบตได้สร้างภาพจำลองว่าปันเชนลามะที่หายตัวไปขึ้นมาว่าพระองค์จะมีลักษณะอย่างไรเมื่ออายุ 30 ปี โดยได้รับความช่วยเหลือจากทิม วิดเดน ศิลปินด้านนิติเวชชาวอังกฤษ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในการค้นหาเด็กชายแก้มแดงรูปร่างอวบในภาพถ่ายอันโด่งดังใบนี้
สำหรับชาวทิเบตหลาย ๆ คน ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับชะตากรรมของพระปันเชนลามะเป็นเรื่องที่เลวร้าย ชุมชนชาวทิเบตในอินเดียและยุโรปยังคงจัดประท้วงต่อสาธารณะเพื่อเรียกร้องให้ทางการจีนปล่อยตัวเด็กชายผู้นี้
"เพียงแค่จินตนาการว่าเขาถูกคุมขังนานถึง 30 ปีก็เจ็บปวดแล้ว เราสวดภาวนาและเรียกร้องให้เขาได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีในทุกวัน สำหรับชาวทิเบตแล้ว เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นความหวังของทิเบตในอนาคตอีกด้วย" เทนซิน ซึนดู นักเขียนและนักเคลื่อนไหวชาวทิเบตที่อาศัยอยู่ในอินเดีย กล่าวกับบีบีซี
"ผมเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่และหวังจะได้พบเขา" เขากล่าว และบอกว่าเขาเชื่อว่าทางการจีนจะใช้ชายคนนี้เพื่อควบคุมการบอกเล่าเรื่องราวการกลับชาติมาเกิดครั้งต่อไปขององค์ดาไลลามะ
รัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต กล่าวว่าการหายตัวไปของพระปันเชนลามะเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวทิเบตรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง
"พระปันเชนลามะองค์ที่ 10 มีบทบาทสำคัญในการปกป้องภาษา ศาสนา และมรดกทางวัฒนธรรมของทิเบตภายใต้การปกครองของจีน" เทนซิน เล็กเชย์ กล่าว
"เสียงและวิสัยทัศน์ของเขาเป็นที่รำลึกถึงอย่างยิ่งในทิเบตยุคปัจจุบัน"
บทความนี้มีเนื้อหาบางส่วนมาจากบทความของบีบีซี นิวส์ เมื่อปี 2020 โดยไมเคิล บริสโตว์












