นักวิชาการถกเดือด “กุนุงปาดัง” คือพีระมิดเก่าแก่ที่สุดในโลกแน่หรือ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ฟินานดา ปราติวิ
- Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
เมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา วารสารวิชาการด้านโบราณคดี Archaeological Prospection ได้ตีพิมพ์เผยแพร่เรื่องราวการค้นพบที่ทำให้โลกตื่นตะลึง เกี่ยวกับเนินเขา “กุนุงปาดัง” (Gunung Padang) ในพื้นที่ทางตะวันตกของเกาะชวาของอินโดนีเซีย ว่าแท้จริงแล้วเนินเขาแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เป็นโครงสร้างของพีระมิดขั้นบันไดขนาดยักษ์ ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก
ทีมนักโบราณคดีจากสำนักวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย (BRIN) และทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งบันดุง (ITB) อ้างว่าหลักฐานจากการศึกษาวิเคราะห์ที่ยาวนานกว่าสิบปี และผลการตรวจหาอายุของดินและหินในโบราณสถานดังกล่าวด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี พบว่ากุนุงปาดังอาจถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 16,000 - 27,000 ปีก่อน ซึ่งเป็นสมัยเดียวกับยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุดของโลก (Last Glacial Period - LGP)
ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อว่าสิ่งก่อสร้างปริศนาแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นก่อนที่มนุษย์จะรู้จักเกษตรกรรม และก่อนกำเนิดแหล่งอารยธรรมแรกของโลกหลายพันปี แม้แต่มหาพีระมิดแห่งกิซาที่อียิปต์ และสโตนเฮนจ์ที่สหราชอาณาจักร ก็ยังมีอายุน้อยเพียง 1 ใน 5 ของกุนุงปาดังเท่านั้น
การค้นพบน่าพิศวงนี้ทำให้คนที่เชื่อใน “สมมติฐานไซลูเรียน” (Silurian Hypothesis) พากันทึกทักว่า นี่คือหลักฐานของของอารยธรรมโบราณที่มีความเจริญรุ่งเรืองและก้าวล้ำทางเทคโนโลยียิ่งกว่ามนุษย์ปัจจุบัน ซึ่งอารยธรรมที่สูงส่งนี้เคยครองโลกในยุคดึกดำบรรพ์เป็นเวลานานหลายล้านปี ก่อนการถือกำเนิดขึ้นของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดีและนักธรณีวิทยาจำนวนมาก ตั้งคำถามถึงความถูกต้องในงานวิจัยข้างต้น ซึ่งดูเหมือนจะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับไม่เพียงพอ ทำให้ทางวารสาร Archaeological Prospection ลงมือตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงานวิจัยนี้อีกครั้งแล้ว
ทักษะการก่อสร้างที่เหนือกว่ามนุษย์โบราณ
ศาสตราจารย์แดนนี ฮิลมาน นาตาวิดจาจา นักธรณีวิทยาผู้นำทีมวิจัยของ BRIN ยืนยันว่า กุนุงปาดังเป็นพีระมิดขั้นบันไดที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ และเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างจากหินทั้งก้อนในธรรมชาติ (monolithic architecture) แห่งแรกของโลกอย่างแน่นอน เพราะพบวัสดุที่เป็นสารอินทรีย์จำนวนมากเมื่อขุดลึกลงไปในใจกลางเนินเขา ทั้งยังพบห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งอาจมีโบราณวัตถุล้ำค่าบรรจุอยู่ และพบโครงสร้างหน่วยย่อยซ่อนอยู่ใต้ดินด้วย
ศ.นาตาวิดจาจา ยืนยันว่ากุนุงปาดังหรือ “ภูเขาแห่งความรู้แจ้ง” ในภาษาซุนดา เกิดจากการเจาะสกัดหินลาวาก้อนใหญ่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ดับมอดแล้ว จนเกิดโพรงลึกเข้าไปในแกนกลางของภูเขาไฟ โดยมีการแบ่งส่วนของพีระมิดเป็นหลายชั้น จากยอดเขาลึกลงไปถึงใต้เนินเขา 30 เมตร ทั้งมีสิ่งก่อสร้างย่อย ๆ ที่เป็นส่วนประกอบรวมกันทั้งหมด 4 หน่วย (unit) ซึ่งถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยที่แตกต่างกัน โดยมีการทิ้งช่วงงานก่อสร้างไปนานนับพันปีหลายครั้ง ทั้งมีความเป็นไปได้ว่า มีการฝังกลบโครงสร้างในหน่วยเก่า ก่อนจะต่อเติมโครงสร้างที่เป็นหน่วยใหม่
ศ.นาตาวิดจาจา บอกกับบีบีซีว่า “การค้นพบของเราท้าทายต่อความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า อารยธรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความก้าวหน้าทางเทคนิคการก่อสร้าง เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นของยุคหินใหม่ (Neolithic period) หรือในช่วงต้นของสมัยโฮโลซีน (Holocene epoch) เมื่อ 11,700 ปีก่อน”
“แต่วิศวกรผู้สร้างกุนุงปาดังในหน่วยที่ 2 และ 3 จะต้องมีทักษะความสามารถในการก่ออิฐ (masonry) ขั้นสูง ซึ่งเป็นความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เหนือกว่ามนุษย์ในยุคนั้น ซึ่งยังคงล่าสัตว์และหาเก็บของป่าเลี้ยงชีพ” ศ.นาตาวิดจาจา กล่าวสรุป

ที่มาของภาพ, TTRM
นักโบราณคดีโต้แย้งดุเดือด “เหลือเชื่อและเป็นไปไม่ได้”
ดร.ลุฟตี ยอนดรี นักโบราณคดีของ BRIN อีกผู้หนึ่ง ออกมาแสดงการคัดค้านไม่เห็นด้วยกับรายงานวิจัยข้างต้น ซึ่งทีมของศ. นาตาวิดจาจา ได้ตีพิมพ์ลงวารสาร Archaeological Prospection ไปเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยบอกว่าข้อสรุปที่ฟันธงว่ากุนุงปาดังคือพีระมิดอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกนั้น “เป็นการเชื่อมโยงแบบจับแพะชนแกะ โดยไม่มีข้อมูลหลักฐานที่หนักแน่นชัดเจน”
ดร.ยอนดรี ชี้ว่า ข้อสรุปดังกล่าวนั้นเหลือเชื่อและห่างไกลจากความเป็นจริงไปมาก เพราะชาวอินโดนีเซียไม่มีธรรมเนียมดั้งเดิม หรือวัฒนธรรมที่นิยมการสร้างพีระมิดแต่อย่างใด
“คำถามก็คือ มีใครบ้างในหมู่เกาะของอินโดนีเซียที่สร้างและฝังพีระมิดเอาไว้ใต้เนินเขา ธรรมเนียมที่ว่านี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะต้องใช้วัสดุมากมายมหาศาลแค่ไหน ในการก่อตัวเป็นเนินเขาลูกย่อม ๆ ขึ้นมา” ดร.ยอนดรี กล่าว
เขาเสนอแนวคิดทางเลือกว่า กุนุงปาดังนั้นไม่ใช่พีระมิด แต่เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างโบราณที่พบได้ทั่วไปในอินโดนีเซีย นั่นก็คือระเบียงหิน (stone terrace) หรือที่เรียกว่า “ปันเดน เบรันดัก” (punden berandak) ในภาษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างสกัดจากหินรูปทรงคล้ายโต๊ะ ใช้ทำพิธีบวงสรวงบูชาบรรพบุรุษ
“อินโดนีเซียเคยมีวัฒนธรรมการก่อสร้างพีระมิดอย่างนั้นหรือ ? อย่าแต่งเรื่องขึ้นมาจะดีกว่า ผู้คนในหมู่เกาะของอินโดนีเซียเคยสร้างแต่ระเบียงหินต่างหาก” ดร.ยอนดรีกล่าว
เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่า กุนุงปาดังน่าจะเป็นระเบียงหินหลายชุดที่ตั้งอยู่ด้วยกันเท่านั้น ซึ่งควรจะมีการตรวจสอบอายุของตัวอย่างวัสดุที่ใช้ในการวิจัยอีกครั้ง ก่อนจะด่วนทำนายหรือฟันธงลงไปถึงต้นกำเนิดของมัน โดยไม่ได้พิจารณาถึงภูมิหลังทางวัฒนธรรมอย่างรอบคอบ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้สื่อข่าวบีบีซีพยายามติดต่อไปยังกองบรรณาธิการของวารสาร Archaeological Prospection แล้ว แต่ไม่มีการตอบรับ อย่างไรก็ตาม ดร.ไอลีน เออร์เนนเวน นักธรณีฟิสิกส์ด้านโบราณคดี จากมหาวิทยาลัยเทนเนสซีสเตตของสหรัฐ ฯ ซึ่งเป็นบรรณาธิการร่วมคนหนึ่งของวารสารดังกล่าว ระบุในอีเมลที่ส่งถึงวารสาร Nature ว่า กำลังตรวจสอบรายงานวิจัยนี้อยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าจัดทำขึ้นตามแนวทางของคณะกรรมการจริยธรรมว่าด้วยการตีพิมพ์บทความวิชาการ
ทางด้าน ศ.นาตาวิดจาจา ผู้นำทีมวิจัยของ BRIN บอกว่า ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจสอบผลงานของเขาเพิ่มเติมอีก เพราะทีมวิจัยของเขายึดมั่นในข้อกำหนดตามมาตรฐานจริยธรรมการวิจัยทุกประการ ทั้งยังเคยผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 9 เดือน จากกองบรรณาธิการของวารสารมาแล้ว











