“โสเภณีสร้างพีระมิด” มุกตลกเสียดสีชนชั้นของชาวอียิปต์โบราณ

รูปหมู่มหาพีระมิด

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

นอกจากจะเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณแล้ว มหาพีระมิดแห่งกีซา (The Great Pyramid of Giza) ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจของชาวอียิปต์ในปัจจุบัน แต่ใครจะคาดคิดว่าเมื่อหลายพันปีก่อน พีระมิดกลับเป็นสัญลักษณ์ของความเกลียดชังที่ชาวบ้านมีต่อชนชั้นสูง

ทัศนคติดังกล่าวของชนชั้นรากหญ้าในอาณาจักรอียิปต์โบราณ ปรากฏอยู่ในบันทึกความทรงจำของ “เฮโรโดตุส” (Herodotus) นักปราชญ์และนักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ซึ่งมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วอียิปต์ในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล ทำให้เขาได้บันทึกเรื่องเล่าขาน คติชน รวมทั้งมุกตลกต่าง ๆ ของท้องถิ่นเอาไว้มากมาย

อเล็กซ์ ทาร์เบต นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐฯ ได้นำเสนอมุกตลกเรื่องหนึ่งของชาวอียิปต์ที่เฮโรโดตุสได้บันทึกไว้ ในวิทยานิพนธ์สาขาสมัยคลาสสิกศึกษา (classical studies) ของเขา โดยระบุว่ามีเรื่องตลกขบขันที่ชาวบ้านเล่าขานกันติดปาก ในยุคที่กำลังมีการก่อสร้างมหาพีระมิดแห่งกีซาขึ้นใหม่ ๆ เมื่อราว 2,500 ปีก่อน

ในตอนนั้นผู้คนต่างพูดเล่นกันขำ ๆ ว่า มหาพีระมิดถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของพระธิดาในฟาโรห์คีออปส์หรือคูฟู ด้วยการขายเรือนร่างแลกกับหินก้อนใหญ่ 1 ก้อน จากชายที่มาใช้บริการทุกคน เพื่อสนองความทะยานอยากของพระบิดาที่ต้องการจะมีสุสานและอนุสาวรีย์เทิดพระเกียรติขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะกำลังขาดแคลนพระราชทรัพย์อยู่ก็ตาม

เฮโรโดตุสได้บันทึกถ้อยคำของนักแสดงตลกที่เป็นผู้เล่าเรื่องเอาไว้ดังนี้ “เขาว่ากันว่าพีระมิดถูกสร้างขึ้นจากหินพวกนั้น ! แต่ละด้านของมันยาวถึง 150 ฟุต นี่ฉันได้ไปวัดมาด้วยตัวเองเลย”

รูปสฟิงซ์และพีระมิด

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

ทาร์เบตกล่าวอธิบายเบื้องหลังของเรื่องขำขันข้างต้นในวิทยานิพนธ์ของเขาว่า มุกตลกที่ชนชั้นปกครองอาจไม่ขำด้วยนี้ สะท้อนถึงการดูหมิ่นดูแคลน และความพยายามลดทอนเกียรติยศศักดิ์ศรีของชนชั้นสูงที่แสดงออกผ่านการก่อสร้างพีระมิด โดยใช้การเล่ามุกตลกที่ตีแผ่ความทะนงตนและความเห็นแก่ตัวของฟาโรห์ผู้เอารัดเอาเปรียบออกมา เพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นกันอย่างชัดเจน

“อันที่จริงแล้ว ชาวอียิปต์โบราณที่อาศัยอยู่ใกล้กับมหาพีระมิดเกลียดมันมาก โดยเห็นเป็นทัศนอุจาด และพากันปฏิเสธไม่ยอมเรียกมันว่าพีระมิดของคีออปส์ แต่กลับไปใช้ชื่อคนเลี้ยงแกะในท้องถิ่นมาเรียกแทน เพราะพวกเขาเห็นว่าก้อนหินที่ตั้งซ้อนกันเป็นกองสูงนั้น ไม่ต่างจากกองมูลที่แกะถ่ายออกมาเลย”

“เรื่องเล่าชวนขบขันนี้ ได้ทำหน้าที่ทวงคืนสิทธิความเป็นผู้สร้างพีระมิดตัวจริงให้กับชนชั้นรากหญ้า โดยชี้ว่าหญิงโสเภณี ชายสามัญชน คนเลี้ยงแกะ และชาวบ้านที่ต้องไปเป็นแรงงานในสถานที่ก่อสร้างต่างหาก คือเจ้าของพีระมิดที่แท้จริง” ทาร์เบตกล่าว

นอกจากมุกตลกเรื่องโสเภณีสร้างพีระมิดแล้ว ยังมีเรื่องเล่าขำขันที่เสียดสีประเด็นชนชั้นทางสังคมในอียิปต์ยุคโบราณอยู่อีกมาก เช่นเรื่องความเปิ่นของเซตเน (Setne) โอรสของฟาโรห์รามเสสที่สองหรือรามเสสมหาราช ผู้ชอบอวดอ้างความเป็นนักผจญภัยและชอบเรียกตัวเองด้วยฉายาที่แสดงความเป็นวีรบุรุษเกินจริง จนสุดท้ายถูกเทพเจ้าล่อลวงไปให้ได้รับความอับอายต่อหน้าธารกำนัล