เผยจุดอ่อน "ไอเอิร์นโดม" อาวุธใดสามารถทะลวงผ่านระบบป้องกันที่แข็งแกร่งของอิสราเอลได้ ?

Large crowds gathered at funeral of Israeli soldier Sergeant Amitai Alon. Family members lean on his coffin crying with Israeli soldiers standing guard in front of it.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, การโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งคร่าชีวิตทหาร 4 นาย นับเป็นการถูกโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกินหนึ่งปีของอิสราเอล
    • Author, โยนาห์ ฟิชเชอร์
    • Role, บีบีซีนิวส์

โดรนที่ทั้งเชื่องช้า มีขนาดเล็ก และนับว่าราคาไม่แพงในการผลิต กำลังกลายเป็นเรื่องปวดหัวให้กับอิสราเอล ในการทำสงครามที่กินระยะเวลามาแล้วกว่าหนึ่งปี

การโจมตีของฮิซบอลเลาะห์ซึ่งพุ่งเป้าไปยังฐานทัพที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เมืองบินยามินา ทางตอนเหนือของอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สามารถสังหารทหารได้ 4 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บอีกหลายสิบคน

นี่นับเป็นการถูกโจมตีด้วยโดรนที่รุนแรงที่สุดที่อิสราเอลเคยเผชิญมา

ประเด็นนี้นำไปสู่คำถามว่า ระบบป้องกันทางอากาศมูลค่ามหาศาลของอิสราเอลพร้อมรับมือกับอาวุธราคาไม่แพงเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

ด้านนายโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระหว่างการเดินทางไปเยี่ยมฐานทัพที่ถูกทำลายนั้นว่า ตอนนี้กองทัพกำลัง "พยายามอย่างหนัก" ในการคิดหาทางออกเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยโดรนในอนาคต

Israel's Iron Dome anti-missile system intercepts rockets in the dark skies over the city of Ashkelon

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ระบบไอเอิร์นโดมของอิสราเอลสามารถระบุตำแหน่งจรวดของฮิซบอลเลาะห์ได้แม่นยำ แต่การหยุดยั้งโดรนเป็นเรื่องซับซ้อนกว่านั้น

ระบบป้องกันทางอากาศของอิสราเอลบางส่วนทำงานได้ดี ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ทีมข่าวบีบีซีได้ยินเสียงระเบิดเป็นเรื่องปกติ เมื่อระบบไอเอิร์นโดมคอยสกัดจรวดที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงออกมาจากทางตอนใต้ของเลบานอน ทางการอิสราเอลกล่าวว่าความแม่นยำของระบบไอเอิร์นโดมอยู่ที่กว่า 90%

แต่ที่ระบบไอเอิร์นโดมสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เพราะว่าจรวดของฮิซบอลเลาะห์นั้นค่อนข้างล้าสมัย ทำให้สามารถคำนวณได้ว่ามันจะมีวิถีจรวดแบบไหน และทำให้สามารถสกัดกั้นไว้ได้

การหยุดยั้งโดรนเป็นเรื่องซับซ้อนกว่านั้นมาก และนี่กลายเป็นเรื่องปวดหัวของอิสราเอลในสงครามครั้งนี้

เมื่อเดือน ก.ค. โดรนลำหนึ่งที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนปล่อยออกมาสามารถเข้ามาได้ถึงกรุงเทลอาวีฟ ต่อมาช่วงต้นเดือน ต.ค. กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces - IDF) แถลงว่าโดรนที่ปล่อยออกมาจากอิรักสังหารพลทหารของอิสราเอลไป 2 นายบริเวณที่ราบสูงโกลัน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง ก็มีโดรนอีกลำที่โจมตีไปยังบ้านพักคนชราในตอนกลางของอิสราเอล

"โดรนส่วนใหญ่ หรืออาจจะทั้งหมด ผลิตโดยอิหร่านและถูกส่งไปยังกลุ่มติดอาวุธในเลบานอน อิรัก และเยเมน" ดร.เยโฮชัว คาลิสกี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันความมั่นคงแห่งชาติศึกษา (Institute of National Security Studies) ในกรุงเทลอาวีฟ กล่าวกับบีบีซี

โดรนส่งสัญญาณเรดาร์แบบเบาบาง และสามารถบินได้ในระดับต่ำ ทำให้การตรวจจับตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นเรื่องยาก บางครั้งพวกมันยังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ฝูงนกด้วย

"เป็นเรื่องยากเช่นกันที่จะสกัดกั้นพวกมันด้วยอากาศยาน เพราะว่าโดรนไร้คนขับเหล่านี้บินด้วยความเร็วต่ำ" ดร.คาลิสกี กล่าว "พวกมันเคลื่อนด้วยความเร็วราว 200 กม./ชั่วโมง เทียบกับเครื่องบินเจ็ทที่บินด้วยความเร็ว 900 กม./ชั่วโมง"

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โดรนที่ผลิตและพัฒนาโดยอิหร่าน

รายงานจากสื่ออิสราเอลระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีโดรนของฮิซบอลเลาะห์สองลำ ซึ่งน่าจะเป็นรุ่น Ziyad 107 บินข้ามมาจากน่านฟ้าของเลบานอนเหนือน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียน โดยลำหนึ่งถูกยิงตก ส่วนอีกลำหายไป ซึ่งคาดว่ามันบินตกไปเอง จึงไม่มีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น หลังจากนั้น โดรนดังกล่าวได้พุ่งชนโรงอาหารของฐานทัพแห่งหนึ่ง

แต่ ซาริต เซฮานี จากสถาบันวิจัยอัลมา (Alma Research Institute) ซึ่งเชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านเหนือของอิสราเอล ไม่คิดว่าเหตุการณ์ที่โดรนสามารถฝ่ามาได้นั้นเป็นเรื่องบังเอิญ

“มันเป็นแผนการที่วางไว้อยู่แล้ว” เธอกล่าว “พวกเขาพยายามทำแบบนี้มานานแล้ว”

เซฮานีอาศัยอยู่ห่างจากชายแดนเลบานอนไป 9 กิโลเมตร ในเขตกาลิลีตะวันตกในอิสราเอล และเห็นเหตุการณ์เมื่อวันอาทิตย์จากระเบียงบ้านของเธอเอง เธอเล่าว่า มีการยิงจรวดมาและสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วพื้นที่ชายแดนพร้อมกับที่โดรนถูกปล่อยออกมา ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูก “ก่อกวนจนเกินขีดความสามารถ” และช่วยให้โดรนสามารถทะลุเข้ามาได้

สถาบันวิจัยอัลมาระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว มีเหตุการณ์โดรนบินข้ามชายแดนด้านเหนือของอิสราเอลเข้ามาเพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจหรือโจมตีถึง 559 ครั้ง โดยนี่ยังไม่นับรวมการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่เมืองบินยามินา สถาบันฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยโดรนแล้วทั้งหมด 11 ราย

นอกเหนือจากระบบไอเอิร์นโดมแล้ว ยังมีระบบอื่น ๆ เช่น อดัมส์สลิง (Adam’s Sling) หรือระบบแอร์โรว์สองและสาม (Arrow 2 และ Arrow 3) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อทำลายขีปนาวุธวิถีโค้ง และอีกไม่นานระบบเหล่านี้จะได้รับการเสริมกำลังด้วยแบตเตอรีระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะสูงขั้นสุดท้าย (Terminal High Altitude Area Defence) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ประมาณ 100 นายเข้ามาปฏิบัติการ

ขณะนี้ กำลังมีการพัฒนาทางออกถาวรเพิ่มเติมสำหรับการสกัดกั้นโดรน

“ตอนนี้กำลังมีการวิจัยเลเซอร์กำลังสูง และเทคโนโลยีอีกอย่างหนึ่งอย่างการใช้ปืนไมโครเวฟ เพื่อเผาทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์ของโดรน” ดร.คาลิสกี กล่าว

เธอระบุว่า เทคโนโลยีเหล่านี้น่าจะ “พร้อมใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้”