ทรัมป์ถอยไม่ขึ้นภาษีนำเข้าจากยุโรป อียูระงับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แล้ว อนาคตกรีนแลนด์จะเป็นอย่างไร
- Author, เบิร์นด์ เดบุสแมนน์ จูเนียร์
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์หลังการหารือกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต อีกทั้งเขายังผ่อนท่าทีจากการข่มขู่ว่าจะขึ้นภาษีกับพันธมิตรชาติยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คัดค้านแผนของเขาที่ต้องการเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์
ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการประชุม ซึ่งทั้งเขาและนาโตต่างระบุว่าเป็นการหารือที่ "มีความคืบหน้าอย่างมาก"
หลังจากใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวต่อพันธมิตรอีกฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติกมาหลายสัปดาห์ ทรัมป์ กล่าวว่าการพูดคุยครั้งนี้นำไปสู่ "กรอบ" ของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่าข้อตกลงดังกล่าวจะตอบโจทย์ความต้องการของทรัมป์เรื่อง "การเป็นเจ้าของ" กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นความทะเยอทะยานที่เขาย้ำอีกครั้งในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum-WEF) ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยทรัมป์ยังยืนยันด้วยว่าจะไม่ใช้กำลังทางทหาร
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า "เราได้วางกรอบของข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ และ ที่จริง รวมถึงทั้งภูมิภาคอาร์กติกด้วย
"ทางออกนี้ หากบรรลุผล จะเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ และประเทศสมาชิกนาโตทั้งหมด"
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยกับซีบีเอส ซึ่งเป็นพันธมิตรข่าวของบีบีซีในสหรัฐฯ ว่า ยังไม่มีข้อตกลงใดที่ให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมหรือเป็นเจ้าของดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์กแห่งนี้ แม้ว่าทรัมป์จะบอกกับผู้สื่อข่าวว่า แผนที่เขาพูดถึงอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในการทำเหมืองแร่ก็ตาม
หลังจากพบกับ มาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการนาโต ที่รีสอร์ตบนเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงที่เป็นไปได้นั้นอาจเกี่ยวข้องกับ สิทธิในการทำเหมืองแร่
เขายังกล่าวด้วยว่า พันธมิตรยุโรปอาจร่วมมือกันในแผนอื่นของทรัมป์ นั่นคือ ระบบป้องกันโกลเดนโดม (Golden Dome) เพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล
นอกจากที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์แล้ว รัฐบาลทรัมป์ยังพูดถึง ทรัพยากรแร่หายากจำนวนมหาศาล ของเกาะแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ และเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า
"นี่คือข้อตกลงระยะยาว เป็นข้อตกลงระยะยาวที่สุด" ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว
"มันทำให้ทุกฝ่ายอยู่ในจุดที่ดีจริง ๆ โดยเฉพาะในแง่ของความมั่นคงและทรัพยากรแร่
"มันคือข้อตกลงที่จะอยู่ตลอดไป"
เลขาธิการนาโตกล่าวว่า เขาไม่ได้หารือประเด็นสำคัญเรื่อง อธิปไตยของเดนมาร์กเหนือกรีนแลนด์ กับทรัมป์ในการพบกันครั้งนี้
รุตเตอร์ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ว่า "ประเด็นนี้ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกเลยในการสนทนาของผมกับประธานาธิบดีเมื่อคืนนี้" ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยปัดตกแนวคิดเรื่องการเช่ากรีนแลนด์ โดยกล่าวว่า "คุณปกป้องความเป็นเจ้าของ คุณไม่ได้ปกป้องสัญญาเช่า"
ด้านแอลลิสัน ฮาร์ต โฆษกนาโต กล่าวในแถลงการณ์ภายหลังการพบกันระหว่างทรัมป์และรุตเตอร์ว่า "การเจรจาระหว่างเดนมาร์ก กรีนแลนด์ และสหรัฐฯ จะเดินหน้าต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้แน่ใจว่า รัสเซียและจีนจะไม่มีวันได้ตั้งหลัก ไม่ว่าจะในเชิงเศรษฐกิจหรือทางทหาร ในกรีนแลนด์"
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสมาชิกรัฐสภาจากกรีนแลนด์ในรัฐสภาเดนมาร์กตั้งคำถามว่า เหตุใดนาโตจึงควรมีบทบาทใด ๆ ต่อทรัพยากรแร่ของเกาะแห่งนี้
อายา เชนมิทซ์ กล่าวว่า "นาโตไม่มีสิทธิ์เจรจาเรื่องใด ๆ โดยไม่มีกรีนแลนด์อยู่ในนั้น ไม่มีเรื่องของเรา โดยไม่มีเรา"
ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ แผนที่อาจเกิดขึ้นอาจเปิดทางให้สหรัฐฯ สร้างฐานทัพเพิ่มขึ้นในดินแดนแห่งนี้
เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการประชุมนาโตเมื่อวันพุธบอกกับนิวยอร์กไทมส์ว่า รูปแบบข้อตกลงที่ถูกเสนอจะคล้ายกับฐานทัพของสหราชอาณาจักรในไซปรัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ
ภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่กับเดนมาร์ก สหรัฐฯ สามารถส่งทหารไปยังกรีนแลนด์ได้ไม่จำกัดจำนวน และขณะนี้มีทหารอเมริกันประจำการถาวรอยู่มากกว่า 100 นาย ที่ฐานทัพพิทุฟฟิก ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของดินแดนแห่งนี้
อียูระงับการอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้นำและนักธุรกิจที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ รัฐสภายุโรปได้ระงับการให้ความเห็นชอบข้อตกลงการค้าสำคัญกับสหรัฐฯ ซึ่งตกลงกันไว้เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่ผ่านมา เพื่อประท้วงข้อเรียกร้องของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเข้าครอบครองกรีนแลนด์
การระงับดังกล่าวถูกประกาศที่เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมที่ดาวอส
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง จากความพยายามของทรัมป์ในการเข้าซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงิน จุดกระแสความกังวลเรื่องสงครามการค้า และความเป็นไปได้ที่ยุโรปจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% กับ "สินค้าทุกชนิด" ที่ส่งจากสหราชอาณาจักรเข้าสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงให้สหรัฐฯ สามารถเข้าซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์กได้
และมาตรการเดียวกันนี้เคยจะถูกใช้กับสินค้าจาก เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ซึ่งล้วนเป็นสมาชิกของนาโต องค์กรพันธมิตรด้านความมั่นคงที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1949
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยกเลิกคำขู่ดังกล่าวแล้วหลังการหารือกับมาร์ค รุตเตอร์ โดยเขาโพสต์บนทรูธโซเชียลว่า "จากความเข้าใจนี้ ผมจะไม่เรียกเก็บภาษีตามกำหนดการที่จะมีผลในวันที่ 1 ก.พ."
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่กี่วันหลังจากทรัมป์ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ รอบใหม่จากกรณีกรีนแลนด์ แบร์นด์ ลังเกอ ประธานคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของรัฐสภายุโรป กล่าวว่า สภาฯ "ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องระงับการดำเนินการต่อร่างกฎหมายการค้าที่มีชื่อว่า ทอร์นเบอรี (Turnberry) สองฉบับ"
เขากล่าวว่า การเดินหน้าบังคับใช้แผนการค้าจะถูกพักไว้ "จนกว่าสหรัฐฯ จะตัดสินใจกลับเข้าสู่แนวทางความร่วมมือ แทนการเผชิญหน้า และก่อนที่จะมีการดำเนินการใด ๆ ต่อไป"
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ความเป็นไปได้ที่สหภาพยุโรปจะเดินหน้าขึ้นภาษีกับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 93,000 ล้านยูโร ซึ่งประกาศไว้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อโต้ตอบมาตรการภาษีของทรัมป์ กลับมาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ อียูได้ระงับแผนดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวระหว่างการสรุปข้อตกลงการค้า แต่ขณะนี้มาตรการเหล่านั้นจะมีผลในวันที่ 7 ก.พ. เว้นแต่กลุ่มประเทศสมาชิกจะขยายเวลาการพัก หรือให้ความเห็นชอบข้อตกลงใหม่
ลังเกอ ซึ่งให้สัมภาษณ์ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศ "กรอบข้อตกลง" และถอยจากคำขู่เรื่องภาษี กล่าวว่า จะ "ไม่มีทางประนีประนอมได้" ตราบใดที่คำขู่ของทรัมป์ยังไม่สิ้นสุด
เขายังหยิบยกแนวคิดการใช้ "เครื่องมือต่อต้านการบีบบังคับ" ซึ่งเป็นมาตรการตอบโต้ทางการค้า ที่มีฉายาว่า "บาซูก้าทางการค้า" ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสด้วย
ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี หลังทรัมป์ประกาศแผนดังกล่าว ลังเกอปฏิเสธที่จะระบุว่าข้อตกลงการค้าจะยังพอ "กู้กลับมาได้หรือไม่" โดยเสริมว่า จะต้องใช้เวลา "พอสมควร" เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบ
"เราต้องดูว่า 'ทางออก' ที่เรียกกันนี้ จะมีความหมายอย่างไร" เขากล่าว
ดูเหมือนว่าเหล่าผู้มีอำนาจในอียูจะรู้สึกกันว่า การถอยของทรัมป์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อบีบีซีนิวส์สอบถามแหล่งข่าวระดับสูงของสหภาพยุโรปคนหนึ่งถึงปฏิกิริยาต่อคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่าจะไม่เดินหน้าขึ้นภาษี คำตอบที่ได้มีเพียง อีโมจิกลอกตา เท่านั้น
สุนทรพจน์ของทรัมป์ที่ดาวอสช่วยทำให้ตลาดการเงินของประเทศทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกกลับมาสงบลง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ร่วงลงต่อเนื่องหลายวัน
ปริมาณการซื้อขายหุ้นในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อหลังมีการประกาศข้อตกลง โดยดัชนี ดาวโจนส์ (Dow Jones), เอสแอนด์พี 500 (S&P 500) และแนสแด็ก (Nasdaq) เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในการซื้อขายช่วงบ่ายของวันพุธ ขณะที่ดัชนี FTSE 100 ของสหราชอาณาจักรปิดบวกเล็กน้อย
ส่วนราคาทองคำยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยทะลุระดับ 4,842 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (151,960 บาทต่อออนซ์) เป็นครั้งแรก ส่วนราคาเงินยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (2,980 บาทต่อออนซ์) เพียงเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวอยู่แถว 94 ดอลลาร์สหรัฐ
โลหะมีค่าถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่มีความไม่แน่นอน และราคาของทั้งทองคำและเงินได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากตลอดปีที่ผ่านมา













