ความรักไม่จำกัดวงเงินให้ "ลูก" สี่ขา

โดย วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส

นักเขียนอิสระ

สุนัขกับเจ้าของ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนมีลูกน้อยลง แต่ปริมาณสัตว์เลี้ยงกลับเพิ่มมากขึ้น

ในขณะที่คนยุคปัจจุบันมีลูกน้อยลง แต่ปริมาณสัตว์เลี้ยงกลับเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คนใช้เวลาอยู่กับบ้าน การรับสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนแก้เหงาจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม

ผนวกกับแนวโน้มของคนยุคใหม่ที่มักใช้ชีวิตโสด คู่แต่งงานชะลอการมีลูกเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ และประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การมีสัตว์เลี้ยงในบ้านจึงเป็นสิ่งชดเชยคุณค่าทางใจที่มีความหมายมากกว่าแค่สัตว์ แต่เป็นสมาชิกในครอบครัว

Pet Humanisation คือพฤติกรรมที่เจ้าของมองว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยงหรือ Pet Parent และเอาใจใส่ไม่ต่างจากเลี้ยงดูลูกคนหนึ่ง โดยพร้อมมอบความรักและทุ่มเทกำลังทรัพย์ไปกับอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ และการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด

บีบีซีขอชวนร่วมพิสูจน์รักอย่างไม่มีเงื่อนไขที่ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงมอบให้ แต่รวมถึงความรักจากใจเจ้าของที่มีต่อ ‘ลูก’ สี่ขาของพวกเขา

สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกในครอบครัว

ผิง ปริษา พจนธรรมและสามี รับเลี้ยง ‘บับเบิ้ล’ สุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียนมาเป็นเวลา 10 ปีตั้งแต่สมัยยังเป็นคนรักจนกระทั่งทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2561

“ตั้งแต่ได้มาก็เลี้ยงเขาเหมือนลูกคนหนึ่ง”

ผิงขยายความ ‘การเลี้ยงเหมือนลูก’ ของเธอคือต้องปรับเปลี่ยนกิจวัตรหลายอย่างเช่น การหัดทำอาหารและปรับเปลี่ยนสูตรไปเรื่อยๆ เพื่อให้ถูกปากบับเบิ้ล เลิกเที่ยวกลางคืนและการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์แทนเครื่องบินเพราะสุนัขต้องแยกไปอยู่ใต้ท้องเครื่อง รวมถึงการเลี้ยงดูไม่ต่างจากเด็กคนหนึ่งเช่นการคัดสรรวิตามินบำรุงขน บำรุงผิว และสุขภาพ, ดูแลตัดขนโดยช่างจากญี่ปุ่น, พาไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การว่ายน้ำ, เข้ากลุ่มกับสุนัขตัวอื่น ๆ และจัดงานวันเกิดให้ทุกปี

ปริษา พจนธรรม ครอบครัว และสุนัข

ที่มาของภาพ, ปริษา พจนธรรม

คำบรรยายภาพ, ‘การเลี้ยง[สุนัข]เหมือนลูก’ สำหรับผิงคือต้องปรับเปลี่ยนกิจวัตรหลายอย่างเช่น การหัดทำอาหารและปรับเปลี่ยนสูตรไปเรื่อยๆ เพื่อให้ถูกปากบับเบิ้ล

“หวีสุนัขที่เขาว่าดีอันละ 2,000-3,000 บาท ต้องซื้อสามอัน เราก็ยอมซื้อทั้งๆ ที่หวีของเราราคายังไม่ขนาดนั้นเลย”

นี่เป็นแค่บางส่วนของค่าใช้จ่ายจิปาถะในการดูแลบับเบิ้ลยังไม่ของใช้อื่นๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เสื้อผ้า รถเข็น แม้กระทั่งรองเท้าที่เธอฝึกให้ใส่รองเท้าตั้งแต่เด็ก

“ราคาของเสื้อผ้าก็แพงกว่าที่ซื้อให้สามี เรียกว่าราคาไม่ต่างจากเสื้อผ้าเด็กเลย”

เธอลองประเมินค่าใช้จ่ายต่อเดือนในการดูแลสุนัขขั้นต่ำอยู่ที่ 3,000 บาท ทั้งค่าอาหารและค่าหมอที่ต้องไปหาทุกเดือน

ผิงเคยตั้งใจจะมีลูกและเลี้ยงควบคู่ไปกับบับเบิ้ล แต่หลังจากแต่งงานมา 4 ปี เธอและสามีก็ตัดสินใจล้มเลิกความคิดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะยังต้องดูแลพ่อและแม่ของทั้งคู่

ผิงยอมรับว่าการเลี้ยงสุนัขก็มีค่าใช้จายแต่ยังน้อยกว่าการเลี้ยงเด็กสักคนให้มีคุณภาพทั้งค่าเทอม ค่าครองชีพและที่สำคัญคือเรื่องสังคมทุกวันนี้ที่ทุกอย่างรวดเร็วจนกลัวว่าจะตามไม่ทันลูก

ปริษา พจนธรรม ครอบครัว และสุนัข

ที่มาของภาพ, ปริษา พจนธรรม

คำบรรยายภาพ, ผิงตัดสินใจเลี้ยงบับเบิ้ลเป็นลูกแทนการมีลูกจริงๆ จากภาระด้านค่าใช้จ่าย

“เราเลี้ยงตัวเองยังต้องเอาชีวิตรอดอยู่เลย ทำไมจะต้องมีลูกให้เขามาลำบาก มีสัตว์เลี้ยงก็ช่วยคลายเหงาได้ มันมีค่าใช้จ่ายก็จริง แต่มันก็ช่วยด้านจิตใจได้เยอะมาก เป็นกิจกรรมที่สร้างความรักให้ครอบครัวได้”

ไม่ใช่เจ้าของ แต่เป็นพ่อแม่ของสัตว์เลี้ยง

 วันดี วัฒนาคม และสุนัข

ที่มาของภาพ, วันดี วัฒนาคม

คำบรรยายภาพ, ค่าใช้จ่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงของวันดี อยู่ราวๆ 10,000 บาทต่อเดือน

“พ่อแม่เลี้ยงหมากับเราเลี้ยงมันต่างกัน เขาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงเฝ้าบ้านที่เขารักแต่ไม่ได้เลี้ยงเป็นลูกแบบเรา” วันดี วัฒนาคม เล่าถึงรูปแบบการเลี้ยงสุนัขที่แตกต่างกับรุ่นพ่อแม่

เธอเกิดในครอบครัวที่รักสุนัขมาตลอด แต่ก็มีช่วงที่ต้องหยุดเลี้ยงสุนัขไปเพราะต้องทำงานนอกบ้าน จนกระทั่งเมื่อราวสิบกว่าปีที่แล้ว วันดีและสามีรับเลี้ยงมิกกี้สุนัขพันธ์ปอมเมอเรเนียนตัวแรกเข้ามาอยู่ในครอบครัว

หลังจากนั้น 3 ปีมิกกี้ก็เสียชีวิตลงกระทันหันเป็นเหตุการณ์ ‘โลกถล่ม’ เพราะกิจวัตรประจำวันของเธอคือการไปรับไปส่งสุนัขที่สถานรับเลี้ยงทุกวันไม่ต่างจากส่งลูกที่โรงเรียน

วันดีเคยถอดใจที่จะไม่เลี้ยงสุนัขอีกต่อไป กระทั่งพบกับแมกกี้สุนัขพันธ์ปอมเมอเรเนียนตัวใหม่ หลังจากนั้นไม่นานก็รับมาร์ตินี่มาอยู่เป็นเพื่อนกันอีกหนึ่งตัว

เธอทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับสมาชิกสี่ขาทั้งเรื่องอาหารพรีเมียมควบคุมไขมัน เสริมด้วยผักและปลาต้ม วิตามินและคอลลาเจนฉีดยาบำรุงข้อทุกเดือน และตรวจเลือดเช็คสุขภาพทุกๆ 3 เดือน ค่าใช้จ่ายขึ้นต่ำอยู่ที่ราว ๆ 1 หมื่นบาท ยังไม่นับรวมเสื้อผ้าและของใช้นำเข้าจากต่างประเทศ

“ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะเลี้ยงแบบนี้แต่พอเลี้ยงก็ยิ่งผูกพัน ค่าใช้จ่ายจริงๆ ก็พอๆ กับการมีลูก ถ้าเจ็บปวยเราถึงไหนถึงกัน ขอยาดีที่สุดเพื่อรักษาชีวิตเขาไว้”

วันดีและสามีแต่งงานมาหลายปี แต่ไม่มีลูก การเลี้ยงสุนัขจึงเป็นสิ่งมาช่วยเติมเต็มชีวิตครอบครัวที่มีข้อดีคือไม่ต้องกังวลถึงอนาคตของลูก

“ทุกวันนี้ทำงานเพื่อตัวเองเก็บไว้ใช้ยามเกษียณ ไม่ต้องสะสมหลักทรัพย์ไว้ให้ใคร ซึ่งการเลี้ยงสุนัขก็มาช่วยชดเชยการไม่มีลูกของเราได้ระยะหนึ่งเพราะวงจรชีวิตเขาสั้น เราก็อยากทุ่มเทให้เขามากที่สุดในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่กับเรา”

สุนัขกับแบรนด์เนม

ลูน่า สุนัขสวมเสื้อกุชชี่

ที่มาของภาพ, บอล

คำบรรยายภาพ, แบรนด์หรูอย่างกุชชี่ พราด้า หลุยส์ วิตตอง แอร์เมส มีผลิตภัณฑ์สำหรับเพื่อนสี่ขาเพื่อสนองความต้องการของเจ้าของ

“การที่ให้เขาใส่แบรนด์เนมคงเป็นความสุขของเรามากกว่า เขาเป็นสุนัขเขาไม่รู้หรอกว่าเขาใส่อะไร” บอล (นามสมมุติ) พูดถึงลูน่า สุนัขพันธ์ุเชาเชาวัย 1 ขวบ 3 เดือน ที่สวมชุดของ กุชชี่ แบรนด์หรูจากอิตาลี เขาและคนรักรับเลี้ยงสุนัขทั้งหมด 7 ตัวโดยลูกน่าเป็นสมาชิกใหม่อายุน้อยที่สุดในครอบครัว

“แฟนผมเป็นคนซื้อให้ เขาเห็นว่ามันน่ารักดี วิธีคิดของเขาก็เหมือนการซื้อของให้น้อง ให้ลูก และใช้เวลาตัดสินใจนานพอๆ กับซื้อกระเป๋าให้ตัวเอง”

ปัจจุบันธุรกิจแฟชั่นเริ่มหันมาสนใจเสื้อผ้าสัตว์เลี้ยง แบรนด์หรูอย่างกุชชี่ พราด้า หลุยส์ วิตตอง แอร์เมส ฯลฯ มีผลิตภัณฑ์สำหรับเพื่อนสี่ขาเพื่อสนองความต้องการของเจ้าของ

โดยในปี 2564 มินเทล บริษัทวิเคราะห์การตลาดคาดว่ามูลค่าการซื้อของใช้สัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ สูงถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7.2 แสนล้านบาท)

บอลเล่าว่าเขาไม่ได้ซื้อแบรนด์เนมให้กับสุนัขทุกตัว แต่ดูแลทั้งหมดไม่ต่างกัน ทั้งกิจกรรมอย่างการพาไปว่าย และอาบน้ำ ตัดขนที่เขากับคนรักช่วยกันทำเอง แต่ลูน่าจะพิเศษกว่าตัวอื่นคือต้องส่งเข้าโรงเรียนเพราะตื่นคน และมักจะต้องพาไปด้วยทุกๆ ที่ เพื่อให้ชินกับสภาพแวดล้อมที่มีคนเยอะๆ

“ตอนนี้ Pet Friendly กลายเป็นประเด็นหลัก ถ้าอยากจะไปร้านกาแฟหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็จะทำการบ้านก่อนว่าที่ไหน พาหมาไปได้บ้างก็จะเลือกไปเฉพาะร้านที่นั้น”

ธุรกิจเพื่อคนรักสัตว์

คอมมูนิตี้สำหรับคนรักสัตว์

ที่มาของภาพ, Trail and Tai

คำบรรยายภาพ, Morgan Stanley คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมดูแลสัตว์เลี้ยง จะมีมูลค่าแตะ 10 ล้านล้านบาท ภายในปี 2573

จากรูปแบบการเลี้ยงสัตว์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ราว 10% ต่อปี โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2561- 2563 มีการเจริญเติบโตแตะหมื่นล้านบาทต่อปี

ในปีนี้มูลค่าของตลาดสัตว์เลี้ยงก็สูงกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจปรับตัวให้เป็นมิตรกับสัตว์ (Pet Friendly) ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งบริการสำหรับสมาชิก 4 ขาโดยเฉพาะ อย่างเช่นที่ Trail and Tail คอมมูนิตี้สำหรับคนและสัตว์เลี้ยงครบวงจรแห่งแรกในเมืองไทย ที่คนและสัตว์ได้ใช้ชีวิตร่วมกันเต็มพื้นที่

ติ๊ก พิมพ์สุรีย์ สุขพันธ์โพธาราม หนึ่งในผู้ก่อตั้งTrail and Tail เผยกับบีบีซีว่าได้แรงบันดาลใจจากการทำงานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในต่างประเทศและได้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของคนและสัตว์เลี้ยงที่ดีเป็นอย่างไร

จากนั้นใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี เพื่อนำมาออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งคนและสัตว์ เช่นการใช้สี พื้นที่ส่วนกลาง และการกั้นรั้วเพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงโดย Trail and Tail มีสนามหญ้ากว้างให้สัตว์ได้วิ่งเล่น และสวนสมุนไพรสำหรับสัตว์ รวมทั้งบริการต่างเช่น สระว่ายน้ำ สนามวิ่งเล่นในร่ม ศูนย์สุขภาพองค์รวมสำหรับ (Pet Wellness Center )

“ในเมืองไทยมีโรงแรม และสระว่ายน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่ไม่มีค่อยมีพื้นที่ที่เจ้าของและสัตว์จะใช้ชีวิตร่วมกันได้ทั้งหมด ที่นี่จึงมีทั้งคาเฟ่ คลินิคความงาม ร้านขายของแต่งบ้าน ร้านอาหาร ที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้”

เธอให้ความเห็นว่าก่อนหน้านี้เมืองไทยก็มีสัตว์เลี้ยงเยอะอยู่แล้ว แต่เป็นรูปแบบเลี้ยงเฝ้าบ้าน ส่วนที่เติบโตขึ้นในยุคหลังๆ คือการเลี้ยงให้เป็นสมาชิกในครอบครัว เจ้าของจึงอยากใช้เวลาและดูแลเป็นพิเศษ ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตสวนกระแสธุรกิจอื่นๆในช่วงที่ผ่านมา

โคลนนิ่งสุนัข รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

สุนัขกับเงาสะท้อน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, “ความจริงแล้วมีความต้อง[โคลนสุนัข]การสูงมาก แต่เมื่อติดที่ราคาแพง”

ปัจจุบันมีบริการใหม่ๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของสัตว์เลี้ยงแม้กระทั่งตอนตาย เช่นการฌาปณกิจพร้อมสวดบังสกุลไม่ต่างจากคน, การนำอัฐิมาผ่านวิธีทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นพลอยเนื้ออ่อนทำเครื่องประดับแทนความทรงจำสำหรับเจ้าของ, การนำขนของสัตว์ตัวเดิมไปทำตุ๊กตาเสมือนจริง หรือแม้กระทั่งการโคลนนิ่งคืนชีวิตให้สัตว์ตัวเดิมกลับคืนมา

สัตวแพทย์ศุภเสกข์ ศรจิตติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์คริสตัล เพ็ทประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งสุนัขตัวแรกร่วมกับสัตวแพทย์ชาวเกาหลีใต้เมื่อเดือนมีนาคมปี 2562 และเปิดให้บริการคนไทยที่ต้องการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงโดยทำได้ทั้งในสัตว์ที่ยังมีชีวิตและตายแล้วไม่เกิน 5 วัน จากนั้นใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนถึงจะได้สัตว์เลี้ยงที่เหมือนตัวเดิมถึง 99% ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราวๆ 3.6 ล้านบาท

“ความจริงแล้วมีความต้องการสูงมาก แต่เมื่อติดที่ราคาแพง” อย่างไรก็ดีมีคนรักสัตว์ที่ยอมควักกระเป๋าจ่าย ซึ่งปัจจุบันเขาทำโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงไปมากกว่า 10 ตัว เฉลี่ยปีละ 2-3 เคส

เขามองว่าปัจจุบันคนทุ่มเทกับสัตว์มากขึ้นกว่าแต่ก่อน และการพัฒนาเรื่องการรักษาต่าง ๆ ดีขึ้นเช่นการใช้เซลล์ในการรักษามะเร็ง หรือพัฒนาการทำคีโมให้มีผลข้างเคียงน้อยลงและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดย Morgan Stanley คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมดูแลสัตว์เลี้ยง จะมีมูลค่าแตะ 275,000 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ (ราวๆ 10 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573

“เมื่อ 20 ปีที่แล้วโรงพยาบาลสัตว์มีน้อยมาก เข็มสมัยนั้นต้องเอามาฝนกับกำแพงเพื่อให้คม แต่ตอนนี้การรักษามีความใกล้เคียงกับคนมากขึ้น และราคาก็สูงขึ้นด้วย มีแค่คนบางกลุ่มที่ยอมจ่ายหลักแสนหลักล้านได้”