“กระเบนชวาน้ำลึก” ปลาทะเลชนิดแรกที่สูญพันธุ์ด้วยน้ำมือมนุษย์

Edda Aßel, Museum für Naturkunde Berlin

ที่มาของภาพ, Edda Aßel, Museum für Naturkunde Berlin

คำบรรยายภาพ, (Credit: Edda Aßel, Museum für Naturkunde Berlin)
    • Author, คริส บารานิวก์
    • Role, บีบีซี ฟิวเจอร์

ข่าวใหญ่เกี่ยวกับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมโลกเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เห็นจะไม่มีข่าวใดเป็นที่ตื่นเต้นฮือฮาในวงกว้างมากเกินไปกว่าข่าวการสูญพันธุ์ของ “กระเบนชวาน้ำลึก” (Java stingaree) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ประกาศว่า มันคือปลาทะเลชนิดแรกที่ต้องสูญพันธุ์ไปเพราะการกระทำของมนุษย์

จูเลีย คอนสแทนซ์ นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ ดาร์วิน ของออสเตรเลีย มักจะชอบออกไปดำน้ำตามชายฝั่งทะเลที่มีสีฟ้าสดใส เพื่อค้นหาปลากระเบนจิ๋ว (stingaree) สายพันธุ์ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ ปลากระเบนชนิดนี้มีลำตัวแบนเหมือนปลากระเบนทั่วไป แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ทั้งยังดำรงชีวิตแบบซ่อนเร้นไม่ให้สัตว์ผู้ล่าหรือนักดำน้ำพบเห็นได้โดยง่าย

“พวกมันนิ่งและใจเย็นมาก” คอนสแทนซ์กล่าว เธอยังบอกเล่าถึงประสบการณ์ในตอนที่ดำน้ำตื้น จนไปพบเข้ากับปลากระเบนจิ๋วชนิดธรรมดา (common stingaree) ที่มีผิวสีอ่อนจางและซีดเผือดเหมือนผีว่า “พวกมันจะไม่มาว่ายน้ำอยู่ข้าง ๆ คุณเหมือนกับกระเบนราหู ชั่วขณะที่คุณบังเอิญพบเข้ากับมัน คุณจะได้เห็นมันเต็มตาก็ต่อเมื่อมันฝังตัวลงไปในทรายเรียบร้อยแล้ว”

อย่างไรก็ตาม มีปลากระเบนจิ๋วชนิดหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญอย่างคอนสแทนซ์ไม่เคยพบเห็นในตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่เลย เนื่องจากพวกมันมีอุปนิสัยที่เอาแต่ซุ่มซ่อนหลบเร้นอยู่ในน้ำลึกที่ก้นทะเล จนไม่มีบันทึกการพบเห็นของนักวิทยาศาสตร์มานานกว่า 160 ปีแล้ว ซึ่งพวกมันก็คือ “กระเบนชวาน้ำลึก” (Java stingaree) นั่นเอง

ทว่าเมื่อเดือนธ.ค. ของปีที่ผ่านมา คอนสแทนซ์และเพื่อนร่วมทีมวิจัยของเธอได้ตีพิมพ์รายงานการประเมินสถานะของปลากระเบนจิ๋วดังกล่าว โดยระบุชี้ชัดแบบฟันธงลงไปว่า กระเบนชวาน้ำลึกนั้นสูญพันธุ์หมดไปจากโลกเสียแล้ว ซ้ำร้ายยังเป็นปลาทะเลชนิดแรกที่ต้องสูญพันธุ์ไปด้วยน้ำมือของมนุษย์

“นี่เป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่มากจริง ๆ มันทำให้ผู้คนวิ่งวุ่นกันจนฝุ่นตลบไปหมด” คอนสแทนซ์กล่าว เธอยังบอกว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะในอดีตนักวิทยาศาสตร์แทบจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับปลาทะเลสายพันธุ์ลึกลับดังกล่าว ปัจจุบัน ทั่วโลกมีซากของกระเบนชวาน้ำลึกเหลืออยู่เพียงตัวเดียวในพิพิธภัณฑ์ หลังนักสัตววิทยาชาวเยอรมันผู้หนึ่งซื้อมาจากตลาดปลาที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เมื่อปี 1862

แต่เราจะรู้อย่างแน่ชัดและแน่ใจได้อย่างไรว่า กระเบนชวาน้ำลึกนั้นถือเป็นสัตว์ในชนิดพันธุ์หรือสปีชีส์ (species) ที่แตกต่างออกไปและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเด่นชัด รวมทั้งจะทราบได้อย่างไรว่า พวกมันหายไปจากโลกเพราะการกระทำของมนุษย์จริง ๆ ?

ซากที่เป็นตัวอย่างหนึ่งเดียวของกระเบนชวาน้ำลึก ทุกวันนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มันมีความยาวจากหัวจรดหางเพียง 33 เซนติเมตร และมีผิวสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งคาดว่าเป็นสีที่เกิดจากการแปรสภาพจนซีดจางลง

ปลากระเบนขนาดเล็กจิ๋วตัวนี้เป็นตัวเมีย แต่ไม่ทราบชัดว่าเป็นปลาแรกรุ่นหรือโตเต็มวัยแล้ว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะไขปริศนานี้ได้ ก็ต่อเมื่อลงมือผ่าตัดเพื่อดูการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์ภายในของมันเท่านั้น “เนื่องจากมันเป็นตัวอย่างชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ในโลก การผ่าซากของกระเบนชวาน้ำลึกนี้จึงไม่อาจทำได้ แต่ดูแล้วลำตัวของมันกลมเกลี้ยงเกินไปจริง ๆ เมื่อเทียบกับกระเบนชนิดอื่น ๆ” คอนสแทนซ์กล่าว

แม้มันจะมีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างจากปลากระเบนจิ๋วสายพันธุ์อื่นมาก ทั้งยังอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ซึ่งไม่มีรายงานมาก่อนว่าเคยพบปลากระเบนจิ๋วชนิดอื่น แต่ถึงกระนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่อาจจะแน่ใจได้ว่า กระเบนชวาน้ำลึกนับเป็นสัตว์อีกชนิดพันธุ์หนึ่ง และไม่ใช่ปลาลูกผสมอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ คอนสแทนซ์บอกว่าตัวเธอเองมีโอกาสได้ตรวจวิเคราะห์ซากกระเบนชวาน้ำลึกจากภาพถ่ายเท่านั้น เพราะลงมือทำวิจัยในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้ไม่สามารถเดินทางไปเยอรมนีเพื่อดูของจริงได้

สำหรับคำถามที่ว่า ทีมวิจัยทราบได้อย่างไรว่ากระเบนชวาน้ำลึกสูญพันธุ์ไปแล้วด้วยฝีมือมนุษย์ คอนสแทนซ์อธิบายว่าพวกเขาอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากบันทึกการหาปลาในอุตสาหกรรมประมงของอินโดนีเซียตั้งแต่ปี 2001 โดยข้อมูลเหล่านี้รวมถึงการสำรวจอย่างละเอียดเกี่ยวกับชนิดของปลาที่จับได้ ซึ่งเรือประมงจะนำมาขึ้นฝั่งที่สะพานปลาแห่งต่าง ๆ ก่อนเตรียมจำหน่าย

ปลาโรนิน (bowmouth guitarfish) หาอาหารตามพื้นทรายและพื้นโคลนใกล้แนวปะการัง

ที่มาของภาพ, Alamy

คำบรรยายภาพ, ปลาโรนิน (bowmouth guitarfish) หาอาหารตามพื้นทรายและพื้นโคลนใกล้แนวปะการัง

คอนสแทนซ์บอกว่า “ก่อนหน้านี้มีการรณรงค์ครั้งใหญ่ทั่วอินโดนีเซีย เพื่อผลักดันให้มีการลงบันทึกเกี่ยวกับปลาฉลามและปลากระเบนที่เรือประมงจับได้ ดังนั้นหากกระเบนชวาจิ๋วยังคงหลงเหลืออยู่ ก็น่าจะถูกพบได้ง่าย ๆ และน่าจะมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้แล้ว”

ทีมวิจัยของคอนสแทนซ์ได้ป้อนข้อมูลการสำรวจดังกล่าวลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่จัดทำขึ้นโดยองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ซึ่งผลปรากฏว่าแบบจำลองของการวิเคราะห์ ชี้ถึงสถานะของกระเบนชวาน้ำลึกว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ด้วยอัตราความมั่นใจที่สูงถึง 93.5% โดยผลการวิเคราะห์นี้ได้ถูกนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ IUCN ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของสิ่งมีชีวิตชนิดพันธุ์ต่าง ๆ ของโลกด้วย

ดิเอโก บิซตัน วาซ ภัณฑารักษ์ผู้ดูแลตัวอย่างปลาของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยากรุงลอนดอน ซึ่งไม่มีส่วนร่วมในการวิจัยข้างต้น แสดงความเห็นว่า ข้อมูลการสำรวจอุตสาหกรรมประมงของอินโดนีเซียที่เก็บรวบรวมมาตั้งแต่ปี 2001 นั้น มีความน่าเชื่อถือและสมเหตุสมผลเพียงพอที่ IUCN จะใช้อ้างอิง เพื่อประกาศการสูญพันธุ์ของกระเบนชวาน้ำลึกอย่างเป็นทางการได้

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เรื่องที่มนุษย์เป็นผู้ทำให้ปลาทะเลชนิดนี้ต้องสูญพันธุ์ ยังคงฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับคนทั่วไปอยู่ แม้ในอดีตตั้งแต่ปี 1900 เป็นต้นมา มนุษย์จะเคยทำให้สัตว์มีกระดูกสันหลังอย่างน้อย 198 ชนิดพันธุ์ ต้องหมดสิ้นไปจากโลกมาแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้มีปลาที่อาศัยอยู่ตามแม่น้ำและทะเลสาบหลายชนิดรวมอยู่ด้วย แต่ปลาพวกนี้อยู่ในระบบนิเวศน้ำจืดซึ่งได้รับผลกระทบจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ได้ง่าย ต่างจากสัตว์น้ำในมหาสมุทรอันลึกล้ำและกว้างใหญ่ ซึ่งหลายส่วนมนุษย์ยังสำรวจไปไม่ถึงด้วยซ้ำ

แคเธอรีน แม็กโดนัลด์ เจ้าหน้าที่ของโครงการวิจัยและอนุรักษ์ฉลามของมหาวิทยาลัยไมอามีในสหรัฐฯ ให้คำอธิบายว่า สาเหตุที่กระเบนชวาน้ำลึกเป็นปลาทะเลเพียงชนิดเดียวในปัจจุบันที่มีการประกาศว่าสูญพันธุ์ อาจเป็นเพราะแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลส่วนใหญ่นั้น ง่ายต่อการหลบหลีกเพื่อหนีจากผลกระทบของกิจกรรมที่คนเรามักทำต่อทะเล อย่างเช่นการทำประมงหรือการก่อมลพิษบริเวณชายฝั่ง โดยสัตว์ทะเลส่วนใหญ่สามารถอพยพโยกย้ายไปยังน่านน้ำห่างไกลที่มนุษย์ไม่เคยไปถึงได้

อย่างไรก็ตาม คอนสแทนซ์บอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่กระเบนชวาน้ำลึกจะอาศัยอยู่แต่ในพื้นที่แคบ ๆ บริเวณหนึ่ง ซึ่งมีการทำประมงกันอย่างหนัก โดยพวกมันไม่อาจอพยพโยกย้ายเพื่อหลบหนีไปไหนได้ จนทำให้กลายเป็นสัตว์ทะเลชนิดแรกและชนิดเดียวที่ต้องสูญพันธุ์ไปในขณะนี้ และแม้จะมีความเป็นไปได้อยู่บ้างว่า โรคระบาดหรือภัยธรรมชาติบางอย่างอาจเป็นตัวการลดจำนวนประชากรของกระเบนชวาน้ำลึก แต่คอนสแทนซ์ยังคงมองว่า สาเหตุหลักของการสูญพันธุ์น่าจะมาจากมนุษย์มากกว่า

แม็กโดนัลด์ยังกล่าวเสริมว่า ปลาฉลามและปลากระเบนนั้นใช้เวลานานในการขยายพันธุ์ โดยจะวางไข่หรือออกลูกอย่างมากที่สุดเพียงปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ากิจกรรมของมนุษย์ที่เป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ทะเลเหล่านี้ จะส่งผลทำลายล้างประชากรที่มีอยู่ได้อย่างมหาศาล

แต่ใช่ว่าการประกาศให้สัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์แล้วในอดีต จะมีความแม่นยำถูกต้องเสมอไป โดยคอนสแทนซ์ได้ยกตัวอย่างกรณีของปลาตีนผิวเรียบ (smooth handfish) ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งของรัฐแทสเมเนียในออสเตรเลีย ซึ่งได้รับการประกาศเมื่อปี 2018 ว่าเป็นปลาชนิดแรกที่สูญพันธุ์ในช่วงยุคสมัยใหม่ แต่ในเวลาต่อมากลับมีการทบทวนผลประเมินตัดสินในครั้งแรก โดยชี้ถึงข้อมูลที่ใช้มาสนับสนุนคำประกาศว่าสูญพันธุ์ ว่ายังคงไม่หนักแน่นเพียงพอ จน IUCN ได้ปรับเปลี่ยนสถานะของเผ่าพันธุ์ปลาตีนผิวเรียบเสียใหม่เป็น “ไม่ทราบสถานะ” (unknown)

ไรลีย์ พอลลอม ผู้จัดการโครงการฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตชนิดพันธุ์ต่าง ๆ ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนครซีแอตเทิลในสหรัฐฯ กล่าวเน้นย้ำว่า เราจำเป็นจะต้องตั้งกฎเกณฑ์และคงมาตรฐานที่เข้มงวดไว้ในระดับสูง เมื่อจะสรุปแบบฟันธงลงไปว่าสัตว์ชนิดใดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะในทันทีที่มีการประกาศว่า ประชากรของสปีชีส์หรือชนิดพันธุ์นั้นได้หมดสิ้นไปจากโลก ความพยายามในการอนุรักษ์ที่มีอยู่จะยุติลงโดยปริยาย ซึ่งหากมีการออกประกาศที่ผิดพลาด สัตว์ชนิดนั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองและมีชะตากรรมที่จะต้องสูญพันธุ์ไปจริง ๆ ในไม่ช้า

พอลลอมและแม็กโดนัลด์ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีปลาฉลาม, ปลากระเบน, และปลาสเกต (skate) ที่อยู่ในวงศ์ปลากระเบนหลายชนิด กำลังถูกคุกคามจนมีสถานะใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงปลาสเกต Maugean ของรัฐแทสเมเนีย, ปลาโรนินที่อาศัยอยู่ในน่านน้ำของเอเชีย รวมทั้งทางตอนเหนือของออสเตรเลียกับทางตะวันออกของแอฟริกา, และฉลามเสือดาวในน่านน้ำแถบอินโด-แปซิฟิก

พอลลอมยังกล่าวเตือนว่า แม้นักวิทยาศาสตร์จะมั่นใจว่ากระเบนชวาน้ำลึกได้สูญพันธุ์ไปแล้วจริง แต่ท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล เราอาจพลาดการค้นพบสัตว์ทะเลชนิดอื่นที่สูญพันธุ์ไปแล้วด้วยน้ำมือมนุษย์เป็นจำนวนมาก “โดยพื้นฐานแล้ว น่าจะมีหลายชนิดพันธุ์ที่หลุดลอดจากการตรวจสอบไป โดยที่เราไม่ได้ล่วงรู้เลย” พอลลอมกล่าว

ปลากระเบนจิ๋วชนิดธรรมดา (common stingaree) มีอยู่มากที่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของออสเตรเลีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ปลากระเบนจิ๋วชนิดธรรมดา (common stingaree) มีอยู่มากที่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของออสเตรเลีย

ด้านคอนสแทนซ์และทีมวิจัยได้ชี้แจงว่า การค้นหากระเบนชวาน้ำลึกของเธอและคณะยังคงไม่สิ้นสุดลงอย่างแท้จริง โดยพวกเขายังคงจับตาดูและตรวจสอบตัวอย่างปลาตามพิพิธภัณฑ์แห่งต่าง ๆ ต่อไป เผื่อว่าจะพบซากกระเบนชวาน้ำลึกชิ้นที่สอง หรือพบซากปลากระเบนหายากชนิดอื่น ๆ เช่นปลากระเบนตอร์ปิโดทะเลแดง (Red Sea torpedo) ซึ่งปัจจุบันถูกระบุว่ามีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในขั้นวิกฤต (critically endangered) และพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกมีซากที่เป็นตัวอย่างของปลากระเบนชนิดนี้อยู่เพียง 3 ชิ้นเท่านั้น

เมื่อช่วงฤดูร้อนประมาณเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา คอนสแทนซ์และเพื่อนร่วมทีมวิจัยได้เดินทางไปยังสะพานปลาหลักสองแห่ง ที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เพื่อสังเกตการณ์และตรวจสอบปลาฉลามรวมทั้งปลากระเบนที่ชาวประมงจับมาได้ โดยพวกเขาเพียรค้นหาปลาดังกล่าวท่ามกลางกองปลาสดขนาดใหญ่ ในใจก็ยังคงหวังว่าอาจได้พบกระเบนชวาน้ำลึกสักตัวปะปนอยู่ในกองปลาสดนี้

“ฉันยังแอบคิดอยู่ลึก ๆ ในใจเสมอ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมีคนพบมันเข้า” คอนสแทนซ์กล่าว “แม้เราจะประกาศไปแล้วว่าพวกมันสูญพันธุ์ แต่ฉันจะไม่รู้สึกผิดหวังหรือเสียใจ หากมีการพิสูจน์ว่าคำประกาศนั้นผิดพลาด แท้จริงแล้วเราต้องการให้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้อยู่รอดต่อไปในอนาคต มันจะเป็นเรื่องที่เจ๋งมาก หากสักวันหนึ่งมีใครสักคนหาพวกมันเจอ”