เปิดใจแรงงานไทยจะไปต่อหรือพอแค่นี้ หลังเกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาส

- Author, โจนาธาน เฮด
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี
"มาเด้อขวัญเอ้ย"
นี่คือเสียงของหญิงสูงวัยที่คนอีสานเรียกว่า "แม่ใหญ่" เรียกขวัญให้กลับมาสู่เจ้าของอย่าง วีรพล หลับจันทร์ หรือ กอล์ฟ ที่เพิ่งรอดชีวิตจากสงครามในอิสราเอล หลังกลุ่มฮามาสโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา
ตามความเชื่อของชาวอีสาน หากผู้ใดผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ หรือผ่านความเป็นความตายมา คนแก่หรือผู้อาวุโสในหมู่บ้านจะจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อผูกข้อไม้ข้อมือด้วยด้ายสีขาว เพื่อเรียกขวัญที่อาจจะเตลิดหายไปกลับมาสู่เจ้าของ
กอล์ฟ หนุ่มอีสานวัย 34 ปี คือหนึ่งในแรงงานไทยกว่า 25,000 คนที่ทำงานในฟาร์มเกษตรและสวนผลไม้ในอิสราเอล ที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสบุกโจมตีจากเขตกาซา ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน ในจำนวนนั้นเป็นคนไทย 30 ราย
เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในอิสราเอล รัฐบาลไทยจึงพยายามช่วยเหลือแรงงานไทยหลายพันคนให้เดินทางกลับประเทศเพื่อความปลอดภัย
แรงงานต่างชาติเกือบทั้งหมดที่ทำงานในฟาร์มเกษตรของอิสราเอลเป็นคนไทย ดังนั้นจึงมีเสียงเตือนต่อเศรษฐกิจภาคการเกษตรของอิสราเอล ว่าจะได้รับผลกระทบร้ายแรงหากว่าแรงงานไทยจำนวนมากเลือกที่จะเดินทางกลับประเทศและไม่กลับไปทำงานที่อิสราเอลอีก ส่วนแรงงานไทยเองก็ดูเหมือนไม่มีทางเลือกมากนัก คนที่กลับมาไทยจำนวนมากต้องไร้งานทำ แถมยังติดหนี้จากการกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งตัวเองไปทำงานในอิสราเอล
หนึ่งในจำนวนนั้น คือ กอล์ฟ ที่บอกว่าจะไม่ขอกลับไปอิสราเอลอีก
เขาเล่าย้อนเหตุการณ์ในอิสราเอลให้บีบีซีฟังด้วยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค. ขณะที่เขาและเพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นจรวดที่ถูกยิงมาโจมตีอิสราเอล ซึ่งถูกสกัดโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ "ไอเอิร์นโดม" ตอนนั้นพวกเขาไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรมากนัก
กอล์ฟทำงานในไร่ส้มในเยชามาแล้วเกือบหนึ่งปี ไร่ที่เขาทำงานอยู่ห่างจากชายแดนเขตกาซาเพียง 5 กิโลเมตร ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับการเห็นจรวดถูกยิงบนท้องฟ้ามาก่อน
แต่ว่าทันทีที่ได้ยินเสียงยิงปืน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น ในวันนั้นเขาต้องหลบซ่อนตัวทั้งวัน โดยในช่วงค่ำของวันนั้นกลุ่มฮามาสได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับขว้างระเบิดมือเข้าใส่ที่หลบซ่อนของพวกเขาและจุดไฟเผา จึงทำให้เขาและเพื่อน ๆ อีก 11 คนต้องวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต
"เราต้องกระโดดหนีข้ามกำแพง พวกเขาก็ยิงไล่ตามหลังมา ปัง ๆ ๆ" เขาเล่า และบอกว่าตอนนั้นเขาสวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์สีแดงตัวเดียวขณะวิ่งหนีเข้าไปซ่อนตัวที่กลางไร่ส้ม เขาและเพื่อน ๆ ต่างนั่งยอง ๆ ปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อไม่ให้กลุ่มฮามาสสังเกตเห็นได้
"พวกเราทั้งหมดต่างรู้สึกช็อกและอยู่อย่างเงียบ ๆ ทั้งคืน สิ่งรอบตัวก็เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั้งเสียงใบไหม้หล่นลงพื้น" เขาอธิบาย
กอล์ฟเดินทางกลับมายังไทยในเที่ยวบินอพยพที่รัฐบาลไทยเป็นผู้ดำเนินการเมื่อวันที่ 13 ต.ค. และเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ขอกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีก ไม่ว่าจะได้ข้อเสนอที่ดีเพียงใดก็ตาม
เขาบอกว่า ในวันนั้นเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายอยู่ใกล้เขามาก และเพื่อน ๆ ของเขาทั้งหมดก็ตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปเจอกับเรื่องราวเฉียดตายเช่นนั้นอีกแล้ว
จนถึงขณะนี้ มีคนไทยที่ยืนยันว่าถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกันโดยกลุ่มฮามาสแล้วอย่างน้อย 19 คน ขณะที่อีกหลายคนยังคงสูญหาย
ห่างออกไปทางเหนือจากหมู่บ้านของกอล์ฟ นริศรา จันทะแสง กลับยังไม่ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับณัฐพล ผู้เป็นสามีเลยนับตั้งแต่วันที่ทราบข่าวว่าอิสราเอลถูกกลุ่มฮามาสโจมตี โดยเสียงสุดท้ายจากสามีของสามีผ่านโทรศัพท์บอกเธอเพียงว่า มีการยิงปืนและเขากำลังวิ่งหนี

เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว สามีของนริศราเดินทางไปทำงานในไร่อโวคาโดและทับทิมในนิคมเกษตรหรือคิบบุตซ์ ที่นีร์ ออส (Nir Oz) ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากฟาร์มที่กอล์ฟทำงาน โดยให้เธอเลี้ยงลูกชายวัย 6 ปี อยู่ที่บ้าน
นีร์ ออส ถือเป็นหนึ่งในชุมชนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีโดยกลุ่มฮามาส เชื่อกันว่าผู้คนกว่า 1 ใน 4 ของย่านนี้ ถูกสังหารหรือไม่ก็ถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มติดอาวุธ ในจำนวนนั้นมีเด็กจำนวนมากรวมอยู่ด้วย
นริศราได้เพียงแค่หวังว่าสามีของเธออาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ถูกลักพาตัวไป แม้ว่าในรายชื่อคนไทยที่ถูกลักพาตัวที่รวบรวมโดยรัฐบาลไทยจะไม่มีชื่อของณัฐพลอยู่ก็ตาม
ด้วยเหตุจำเป็นด้านเศรษฐกิจ ทำให้ชาวอีสานจำนวนมากจำต้องจากบ้านเกิดเพื่อหางานทำ เพราะการทำการเกษตรปลูกข้าวเพียงลำพังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้พวกเขามีรายได้เพื่อประทังชีวิตและเลี้ยงครอบครัวได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่แรงงานไทยราว 80% ที่ทำงานอิสราเอลมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ไทยส่งออกแรงงานไปอิสราเอลมาตั้งแต่ปี 2523 ต่อมาในปี 2554 รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในการส่งแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอล แต่ก็หนีไม่พ้นจากการวิพากษ์วิจารณ์โดยกลุ่มนักเคลื่อนไหวสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชน ที่ตำหนิว่าแรงงานไทยในอิสราเอลทำงานหนักเกินไปและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย
แรงงานเหล่านั้นบอกกับบีบีซีว่า พวกเขาต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมากกว่าค่าธรรมเนียมที่ราชการกำหนดไว้ราว 70,000 บาท แต่ก็แลกมากับรายได้ที่สูงกว่าค่าแรงในไทยถึง 7-8 เท่า ขณะที่แรงงานไทยบางคนก็ชมนายจ้างชาวอิสราเอลว่า ดูแลพวกเขาอย่างดีและจ่ายเงินให้ตรงเวลา
"เหตุผลส่วนหนึ่งของการตัดสินใจไปทำงานในต่างประเทศก็เพื่อยกสถานะทางสังคม" ดร.ปุณณฑรีย์ เจียวิริยบุญญา อาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม กล่าว
"คนที่กลับมาจากการทำงานในต่างประเทศจะได้รับความเคารพนับถือมากขึ้น ดูมีความเป็นคนเมืองและมีการศึกษา แต่ในความเป็นจริง พวกเขายังคงเป็นแรงงานต่างชาติที่ยากจน เป็นเกษตรกรที่ถูกรัฐบาลละเลย เราจึงจำเป็นต้องปรับปรุงนโยบายพัฒนาพื้นที่อีสานให้ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องทิ้งครอบครัวไปทำงานต่างประเทศ"
สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากอิสราเอลกลุ่มแรก ๆ สิ่งที่พวกเขากังวลก็คือ ปัญหาหนี้สิน เนื่องจากพวกเขาต้องนำที่ดินหรือบ้านไปจำนองเพื่อนำเงินที่ได้มาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินเรื่องทำงานในอิสราเอล โดยปกติพวกเขาต้องใช้ระยะเวลาทำงานในอิสราเอลอย่างน้อย 5 ปี จึงจะสามารถมีเงินเพียงพอเพื่อจ่ายหนี้ได้
อย่างน้องสาวของกอล์ฟก็ยอมเป็นหนี้เพื่อส่งเขาไปทำงานที่อิสราเอลเมื่อปีก่อน ขณะที่แม่ของนริศราต้องเอาที่นาไปจำนองเพื่อให้ได้เงินมา 200,000 บาทเพื่อส่งณัฐพงษ์ไปทำงานที่อิสราเอล

จากปัจจัยดังกล่าว จึงทำให้ อนุสรณ์ กามัง หนุ่มวัย 25 ปี ยังคงชั่งใจอยู่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เมื่อแม่ของเขาได้เอาที่ดินไปจำนองเพื่อให้เขาได้ไปทำงานในอิสราเอลเช่นกัน
เขาต้องใช้เวลาครุ่นคิดอย่างลำบากใจอยู่หลายวันในฟาร์มผักออร์แกนิก ขณะที่ยังคงมีการยิงจรวดโจมตีอย่างต่อเนื่องบนท้องฟ้า ก่อนที่จะตัดสินใจยืมเงินอีกก้อนเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน
ด้านรัฐบาลไทยให้คำสัญญาต่อกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศ ว่าจะชดเชยค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับไทยให้ แต่อนุสรณ์คิดว่า หนี้สินของแม่ก็ยังคงอยู่ จึงทำให้เขาคิดว่าคงจะกลับไปอิสราเอลอีกครั้งหากการสู้รบยุติลง
"ผมหาเงินได้เยอะตอนที่อยู่อิสราเอล นายจ้างเองก็ดีต่อผม ถ้าให้ทำงานที่นี่ (เมืองไทย) ก็ไม่ไปไหน มีเพียงข้าวพอกิน ก็เท่านั้น ผมต้องการมีบ้าน มีรถยนต์ ที่ผมยังไม่มีตอนนี้" เขาระบายให้ฟัง












