เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 23 ของสงครามอิสราเอล-ฮามาส ซึ่งนายกฯ เนทันยาฮูประกาศเป็น “ขั้นที่ 2” ของสงคราม

ทหารอิสราเอล

ที่มาของภาพ, Israel Defense Forces

คำบรรยายภาพ, นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเปิดเผยเมื่อ 28 ต.ค. ว่าได้ส่ง ผบ. กระจายกำลังกันเข้าไปในฉนวนกาซาแล้ว

เข้าสู่วันที่ 23 ของสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออิสราเอลขยายขอบเขตปฏิบัติการภาคพื้นดินโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันศุกร์ (27 ต.ค.) ขณะที่กลุ่มฮามาสระดมยิงจรวดตอบโต้กลับ

กองทัพอิสราเอลประกาศให้พื้นที่ทางเหนือของฉนวนกาซา โดยเฉพาะในกาซาซิตีเป็น “สมรภูมิรบ” นั่นหมายความว่า “ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป” พร้อมโปรยใบปลิวแจ้งเตือนประชาชนที่ยังอยู่ในกาซาซิตีให้เร่งอพยพลงสู่พื้นที่ตอนใต้โดยเร็วที่สุด

กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า เครื่องบินรบได้โจมตี "เป้าหมายทางทหารมากกว่า 450 แห่งขององค์กรก่อการร้ายฮามาสในฉนวนกาซา" ในช่วงวันสุดท้าย

นอกจากนี้ อิสราเอลยังโจมตีทางอากาศใกล้กับโรงพยาบาลอัล-ชีฟา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดในกาซา โดยอ้างว่า กลุ่มฮามาสสร้างฐานบัญชาการไว้ใต้โรงพยาบาลดังกล่าว

ด้านกลุ่มฮามาสได้ปฏิเสธ และประณามอิสราเอลว่าใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขของฉนวนกาซา

แรงระเบิดจากการโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดโดยอิสราเอลสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในฉนวนกาซา สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตล่ม ระบบการสื่อสารในกาซาถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเกือบทั้งหมดตั้งแต่วันศุกร์ ทว่าล่าสุดวันนี้ (29 ต.ค.) เน็ตบล็อก (NetBlocks) แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ว่า อินเทอร์เน็ตในกาซากลับมาเชื่อมต่อได้แล้ว และผู้สื่อข่าวบางคนในฉนวนกาซายังทวีตว่าพวกเขาสามารถโทรออกและใช้งานโซเชียลมีเดียได้

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการภาคพื้นดินที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ถือเป็น “ขั้นที่ 2” ของสงครามกับฮามาสซึ่งจะเป็นสงครามที่ยาวนานและยากลำบาก

ในการปราศรัยทางโทรทัศน์เมื่อ 28 ต.ค. เนทันยาฮูกล่าวว่า กองกำลังภาคพื้นดินของอิสราเอลได้บุกเข้าไปในพื้นที่ที่เขาเรียกว่า "ฐานที่มั่นแห่งความชั่วร้าย" ซึ่งหมายถึงฉนวนกาซา โดยระบุว่าได้ส่งผู้บัญชาการของอิสราเอลกระจายกำลังไปทั่วทั้งฉนวนกาซาแล้ว

ผู้นำอิสราเอลได้พบกับสมาชิกในครอบครัวชาวอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็ฌนตัวประกัน โดยพวกเขาแสดงความกังวลใจต่อการยกระดับปฏิบัติการภาคพื้นดิน อย่างไรก็ตามเนทันยาฮูบอกว่า การนำตัวประกันกลับบ้านถือเป็นส่วน “สำคัญ” ของเป้าหมายของกองทัพ

ทหารอิสราเอล

ที่มาของภาพ, Israel Defense Forces

คำบรรยายภาพ, อิสราเอลกล่าวว่า กำลังขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาเพื่อขจัดกลุ่มฮามาส
ทหารอิสราเอล

ที่มาของภาพ, Israel Defense Forces

คำบรรยายภาพ, ทหารอิสราเอลจัดเตรียมอาวุธเพื่อใช้ในปฏิบัติการภาคพื้นดิน

ขณะที่ทางการไทยทั้งนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย ได้ออกประกาศเรียกร้องให้คนไทยในอิสราเอลเร่งเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และขอให้ครอบครัวช่วยกันติดต่อและโน้มน้าวแรงงานไทยให้เปลี่ยนใจกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย หลังอิสราเอลเพิ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในพื้นที่ฉนวนกาซาเข้มข้นขึ้น

“ทุกสายข่าวทางด้านความมั่นคงรายงานว่าสงครามจะแพร่ขยายไปในวงกว้างขึ้น ขอให้กลับบ้านเราเถอะครับ ทางรัฐบาลพร้อมจัดเครื่องบินไปรับ” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง โพสต์ข้อความลงเอกซ์เมื่อ 28 ต.ค.

นายกฯ เศรษฐายังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม 29 ต.ค. ว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นายกรัฐมนตรีก็นอนไม่หลับ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ไม่สบายใจอย่างมาก อยากให้แรงงานไทยรีบกลับมา

“จะมีหนึ่งในคณะรัฐมนตรีเตรียมบินไปประเทศแถบตะวันออกกลางในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือการช่วยเหลือตัวประกัน” นายเศรษฐากล่าวนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกรณีที่อิสราเอลเปิดคลิปแรงงานไทยถูกทำร้ายกลางเวทีที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติยูเอ็นว่า กำลังให้ตรวจสอบอยู่ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะมาเปิดเผย เป็นอะไรที่ไม่ค่อยดีเท่าไร แค่นี้สงครามก็โหดร้ายพอแล้ว อย่าไปเติมน้ำมันเข้าไปในไฟ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ต้องการเพียงแค่ให้คนของเราปลอดภัยและตัวประกันออกมาเร็วที่สุด

ก่อนหน้านี้เมื่อ 26 ต.ค. นายกิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้เปิดคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่กลุ่มฮามาส พยายามจะตัดศีรษะของตัวประกันรายหนึ่งที่ถูกจับตัวไปเมื่อ 7 ต.ค. ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเกษตรกรจากประเทศไทย ในระหว่างการประชุมยูเอ็นเพื่อหารือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งประกอบด้วยชาติสมาชิก 193 ประเทศ

จนถึงตอนนี้ เกิดอะไรขึ้นบ้างในสงครามอิสราเอล-ฮามาส บีบีซีไทยสรุปรวมเหตุการณ์สำคัญมาไว้ในบทความนี้

ผู้เสียชีวิต (ถึง 29 ต.ค.)

กาซา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทหารอิสราเอลตรวจสอบสภาพบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ หลังนักรบฮามาส “แทรกซึม” เข้าไปในคิบบุตซ์เบรี ทางตอนใต้ของอิสราเอล เมื่อ 17 ต.ค.

สงครามระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาส ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9,400 ราย ตามการยืนยันของทางการอิสราเอล ปาเลสไตน์ และฮามาส ณ วันที่ 29 ต.ค.

  • ผู้เสียชีวิตในอิสราเอลจากการโจมตีของกลุ่มฮามาส มีมากกว่า 1,400 ราย
  • ผู้เสียชีวิตในปาเลสไตน์จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล มีมากกว่า 8,000 ราย ตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขที่ควบคุมโดยฮามาส

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลยอมรับว่า ทหารของตน 279 นายเสียชีวิตตั้งแต่ 7 ต.ค. จากการเปิดฉากโจมตีโดยไม่คาดคิดของกลุ่มฮามาส

กองทัพอิสราเอลยังระบุด้วยว่า สามารถสังหารแกนนำระดับปฏิบัติการทางทหารและการเมืองของฮามาสได้หลายราย ในจำนวนนี้คือ มูรัด อาบู มูรัด ซึ่งอิสราเอลชี้ว่าเป็นผู้คุมปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค., บิลลัล อัล-เกดรา ผู้บัญชาการหน่วยนัคห์บา รับผิดชอบปฏิบัติการจู่โจมนิคมเกษตร หรือคิบบุตซ์ ที่ชื่อว่า นีร์อัม และ เนียร์ ออซ และ อาลี กาดี (Ali Qadi) ผู้บัญชาการหน่วยจาบัลยา, อิสซาม อาบู รักเบห์ ผู้มีบทบาทในการควบคุมปฏิบัติการทางอากาศของกลุ่มฮามาส, ราเต็บ อาบู ซาฮิบาน ผู้บัญชาการกองทัพเรือของกลุ่มฮามาส รับผิดชอบปฏิบัติการแทรกซึมทางทะเลเข้าอิสราเอล เมื่อ 24 ต.ค.

ขณะที่สหภาพผู้สื่อข่าวปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์เมื่อ 16 ต.ค. ว่า มีผู้สื่อข่าวชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้ว 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 20 ราย

ตัวประกัน

ตัวประกัน

ที่มาของภาพ, EPA-EFE/REX/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, ป้ายประกาศตามหาชาวอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปมีให้เห็นในลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ นับจากฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลและจับตัวประกันไปเมื่อ 7 ต.ค.

โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ปรับเพิ่มตัวเลขกลุ่มคนที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปมีจำนวน ณ 29 ต.ค. อยู่ที่ 229 ราย

ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮามาสให้ยอดตัวประกันระหว่าง 200-250 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล และยังเรียกตัวชาวต่างชาติว่า “แขก” ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัว “เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย”

จำนวนตัวประกันมีการปรับเปลี่ยนอยู่หลายครั้ง โดยกองกำลังป้องกันอิสราเอลได้ปรับตัวเลขตัวประกันเป็นรายวัน

อย่างไรก็ตามทั้งอิสราเอลและฮามาสไม่ได้ให้รายละเอียดสัญชาติของตัวประกัน และสถานที่แน่ชัดที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในพื้นที่ฉนวนกาซา

ในส่วนของแรงงานไทยที่ถูกจับไปเป็นตัวประกัน กระทรวงการต่างประเทศไทยยืนยัน ณ 28 ต.ค. ว่ามีจำนวน 19 ราย ส่วนที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างว่าได้รับข้อมูลจากทางการอิสราเอลว่ามีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 54 คน แต่กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ได้ตรวจสอบกับทางการอิสราเอลแล้วได้รับยืนยันว่า ยังไม่ทราบแหล่งที่มาของกระแสข่าวดังกล่าว

ถึงขณะนี้ยังไม่อาจทราบชะตากรรมของตัวประกันทั้งหมด โดยกลุ่มฮามาสเคยขู่ว่าจะสังหารตัวประกัน 1 คนทุกครั้งที่อิสราเอลโจมตีบ้านเรือนของพลเรือนในกาซาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ขณะที่อิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง พร้อมยืนยันไม่ยกเลิกคำสั่ง “ปิดล้อมอย่างสมบูรณ์” ฉนวนกาซา ยกเว้นฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกันทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข

ญาติตัวประกัน

ที่มาของภาพ, EPA-EFE/REX/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, ญาติของชาวอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปเปิดแถลงข่าวภายหลังพบกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่สถานทูตเยอรมนีในกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อ 17 ต.ค.

ด้านกองพันอิซ อัลดิน อัลคัสซัม (Izz al-Din al-Qassam) ของกลุ่มฮามาสออกมาระบุว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ทำให้มีตัวประกันเสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย ในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย

คาเล็ด เมชาอัล หนึ่งในผู้ก่อตั้งขบวนการฮามาส แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ AlAraby จากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อ 16 ต.ค. เรียกร้องให้อิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำประมาณ 6,000 คน เพื่อแลกกับตัวประกันที่กลุ่มฮามาสคุมตัวไว้ ซึ่งรวมถึงนายทหารระดับผู้บัญชาการด้านฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอลด้วย

ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาส ออกแถลงการณ์ที่ปรากฎบนเว็บไซต์ทางการของฮามาสเมื่อ 29 ต.ค. โดยเสนอปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ถูกควบคุมตัวไว้ในฉนวนกาซา เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนักโทษฮามาสทั้งหมดในเรือนจำอิสราเอล โดยถือเป็นการแสดงท่าทีครั้งแรกของเขานับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.

ในห้วงที่ผ่านมา ฮามาสยอมปล่อยตัวประกันแล้ว 4 คน ชุดแรกได้รับการปล่อยตัวเมื่อ 20 ต.ค. ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเป็นผู้ยืนยันข่าวนี้ว่าคู่แม่ลูกชาวสหรัฐฯ ได้รับการปล่อยตัว โดยทางการอิสราเอลได้ไปรับตัวที่บริเวณชายแดนฉนวนกาซา

จูดิธ รานันท์ และ นาตาลี รานันท์ บุตรสาววัย 17 ปี ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันไปตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. หลังจากเดินทางไปเยี่ยมญาติในเขตคิบบุตซ์ ทางตอนใต้ของอิสราเอล

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลกาตาร์เป็นตัวกลางในการเข้าเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันชุดแรกออกมา ขณะนี้ชาวสหรัฐฯ 2 คนนี้ อยู่ในการดูแลของทางการอิสราเอลแล้ว พร้อมบอกว่า ยังมีตัวประกันชาวสหรัฐฯ อีก 10 คน ที่ยังถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัว

"ผมอยากขอบคุณรัฐบาลกาตาร์สำหรับความช่วยเหลือที่สำคัญอย่างมาก" บลิงเคนระบุ แต่ชี้ว่า ไม่สามารถกล่าวถึงรายละเอียดเรื่องนี้ต่อสาธารณะได้

"แต่งานด่วนที่สุดของการช่วยชาวอเมริกันที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังคงดำเนินต่อไป เช่นเดียวกับหน้าที่ของสหรัฐฯ ในการให้การคุ้มครองเส้นทางที่ปลอดภัยออกมาจากฉนวนกาซา"

แถลงการณ์ของฮามาสระบุว่า ฮามาสจะปล่อยตัวประกันทั้งหมด หากมีการยุติการโจมตีทางอากาศ

bbc
คำบรรยายภาพ, อิสราเอลเปิดเผยภาพแรกของตัวประกันชาวสหรัฐฯ ที่ได้รับการปล่อยตัวจากฮามาสเมื่อคืนวันที่ 20 ต.ค.

จากนั้นอีก 4 วัน (24 ต.ค.) กองพันอัล คัสซัม ของกลุ่มฮามาส เปิดเผยภาพการปล่อยตัวประกันอีก 2 คน เป็นหญิงสูงวัยชาวอิสราเอลคือ นูริต ยิตซัค วัย 79 ปี และโยเชเวด ลิฟชิตซ์ อายุ 85 ปี โดยเดินทางจากกาซาถึงจุดผ่านแดนราฟาห์ของอียิปต์แล้ว

แถลงการณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลยืนยันรายงานดังกล่าว และหลังจากตัวประกันทั้งสองถูกส่งตัวมาถึงมือของไอดีเอฟ ก็จะถูกนำตัวไปยังโรงพยาบาล ซึ่งสมาชิกในครอบครัวรออยู่

ภารกิจการส่งตัวประกันในครั้งนี้มีตัวกลางคืออียิปต์และกาตาร์ ขณะที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญเช่นกัน

คนไทยในอิสราเอล

สงครามที่เกิดขึ้นกระทบต่อชีวิตคนไทยในอิสราเอล ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศไทย ณ 28 ต.ค. พบว่า

  • เสียชีวิต 32 ราย (ลดลง 1 ราย เนื่องจากได้รับยืนยันว่าเป็นผู้ถูกควบคุมตัว)
  • บาดเจ็บ 19 ราย
  • ถูกจับเป็นตัวประกัน 19 ราย

แม้ไทยพยายามใช้ 4 ช่องทางในการติดต่อนำตัวประกันไทยกลับบ้านตามการเปิดเผยของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้แก่ ช่องทางทางการทูต หน่วยข่าวกรอง การทหาร และภาคประชาสังคมหรือเอ็นจีโอที่มีเครือข่ายอยู่ในประเทศต่าง ๆ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

แรงงานไทยโอบกอดบุพการีที่มารับที่สนามบินสุวรรณภูมิ 12 ต.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอฃชุดแรกโอบกอดบุพการีที่มารับที่สนามบินสุวรรณภูมิ 12 ต.ค.

ขณะที่ยอดแรงงานไทยในอิสราเอลที่หนีภัยการสู้รบ และแจ้งความประสงค์ขอกลับบ้านเกิดมีจำนวน 8,478 ราย โดยสถานทูตได้ช่วยเหลือจนเดินทางกลับถึงไทยแล้ว 36 เที่ยวบิน เป็นจำนวน 6,448 ราย ขณะเดียวกันมี 1,189 รายที่แจ้งความประสงค์ขอกลับไปทำงานหลังเหตุการณ์สงบ

ถึงขณะนี้มีคนไทยเดินทางกลับประเทศด้วยเครื่องบินทั้งจากกองทัพอากาศ (ทอ.) และเครื่องบินพาณิชย์หลายชุด

  • ชุดแรก แรงงานจำนวน 15 คน มาถึงไทย 12 ต.ค. ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ 2 เที่ยวบิน (เที่ยวบินแรก 5 คน และเที่ยวบินที่สอง 10 คน) นอกจากนี้ยังมีคนไทยอีก 26 คนซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมาเองในวันเดียวกันด้วย
  • ชุดที่สอง แรงงานจำนวน 56 คน มาถึงไทย 13 ต.ค. ด้วยเครื่องบินพาณิชย์
  • ชุดที่สาม แรงงานจำนวน 90 คน มาถึงไทย 15 ต.ค. ด้วยเครื่องบินพาณิชย์
  • ชุดที่สี่ แรงงานไทยจำนวน 130 คน มาถึงไทย 16 ต.ค. ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ
  • ชุดที่ห้า แรงงานและนักศึกษาจำนวน 244 คน มาถึงไทย 16 ต.ค.
  • ชุดที่หก แรงงานไทยจำนวน 200 คน มาถึงไทย 17 ต.ค. ด้วยเครื่องบินพาณิชย์
  • ชุดที่เจ็ด แรงงานไทยจำนวน 280 คน ถึงไทย 18 ต.ค. ด้วยเครื่องบินพาณิชย์
  • ชุดที่แปด แรงงานไทยจำนวน 546 คน ถึงไทย 20 ต.ค. ด้วยเครื่องบินพาณิชย์
.

ที่มาของภาพ, POOL

คำบรรยายภาพ, แรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลเดินทางถึงไทยชุดแรกเมื่อ 20 ต.ค.

สำหรับร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิต ชุดแรก 8 ราย ได้เดินทางมาถึงไทยแล้ว เมื่อ 20 ต.ค. โดยมีตัวแทนรัฐบาลไทย และเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มาร่วมรับศพแรงงานไทย ด้วยบรรยากาศที่เศร้าหมอง

สรุปสถานการณ์ 7-27 ต.ค. (20 วันแรกของสงคราม)

7 ต.ค.: ฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล

นักรบฮามาสหลายร้อยคนบุกจู่โจมอิสราเอลภายใต้ปฏิบัติการ “อัล-อักซา ฟลัด” (Operation Al-Aqsa Flood) โดยระดมยิงจรวดราว 3,000 ลูกเข้าไปในดินแดนอิสราเอลตั้งแต่เวลา 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลาไทย 10.30 น.) เพื่อเปิดทางให้สมาชิกกลุ่มติดอาวุธ “แทรกซึม” เข้าไปในหลายทิศทาง สังหารประชาชนไปอย่างน้อย 250 ราย (ณ เวลานั้น) และจับผู้คนนับร้อยกลับไปเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา

กองทัพอิสราเอลได้ตอบโต้กลับทันควันด้วยปฏิบัติการ “ดาบเหล็ก” (Swords of Iron) โดยล็อกเป้าถล่มฉนวนกาซา ทั้งการโจมตีทางอากาศ และการต่อสู้ปะทะกับสมาชิกฮามาสภาคพื้นดินในหลายสถานที่ ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 230 ราย (ณ เวลานั้น)

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอล “เข้าสู่สงครามแล้ว”

8 ต.ค.: อิสราเอลอ้างถล่มกลับ 3 ฐานทัพฮามาส

โฆษกกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ได้บุกเข้าไปในเขตทหารอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ จุดผ่านพรมแดนเอเรซ (Erez), ฐานทัพซีคิม (Zikim) และกองบัญชาการทหารกาซาที่เมืองเรอิม (Reim)

อย่างไรก็ตามอิสราเอลอ้างว่า ได้โจมตีศูนย์บัญชาการของกลุ่มฮามาส 3 แห่งในฉนวนกาซาเช่นกัน

CG

9 ต.ค.: สั่ง “ปิดล้อมอย่างสมบูรณ์” ฉนวนกาซา

รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลออกคำสั่ง "ปิดล้อมอย่างสมบูรณ์” ฉนวนกาซา โดยตัด ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และงดส่งอาหาร ท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาสในกาซาที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับรัฐมนตรีพลังงานอิสราเอลที่สั่งงดส่งน้ำประปาเข้าฉนวนกาซา ทำให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ทันที

10 ต.ค.: ฮามาสขู่สังหารตัวประกัน

กลุ่มฮามาสขู่ว่าจะสังหารตัวประกันชาวอิสราเอลทุกครั้งที่ทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนของพลเรือนในฉนวนการซา โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

ขณะที่รอยเตอร์รายงานว่า สมาชิก 2 คนในสำนักงานการเมืองของกลุ่มฮามาสเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา

12 ต.ค.: ทหารอิสราเอลเคลื่อนพลประชิดชายแดนกาซา

กองทัพอิสราเอลส่งทหารหลายแสนนายเคลื่อนพลไปประชิดฉนวนกาซา และ “พร้อมจะปฏิบัติตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย”

CG

13 ต.ค.: สั่ง 1.1 ล้านชาวปาเลสไตน์ตอนเหนืออพยพลงสู่ใต้

กองทัพอิสราเอลเตือนประชาชนชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซากว่า 1.1 ล้านคนให้อพยพลงสู่พื้นที่ตอนใต้ภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัย หรือภายในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลาไทย 20.00 น.) ท่ามกลางการระดมกำลังพล รถถัง และอาวุธหนักเข้าประชิดชายแดนฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเลบานอน ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะเข้าร่วมกับฮามาสในการทำสงครามกับอิสราเอล เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

14 ต.ค.: เริ่มปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินแบบ “จำกัดวง”

กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินแล้ว แต่เป็นแบบ “จำกัดวง” เพื่อ “ขจัดภัยคุกคามจากเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย”

ต่อมาในช่วงค่ำ ไอดีเอฟออกแถลงการณ์ว่า พวกเขากำลังเตรียมการเข้าสู่ขั้นต่อไปของสงครามการสู้รบกับกลุ่มฮามาส ซึ่งจะเป็นการรุกที่ครอบคลุมทั้งการโจมตีทางอากาศ ทางทะเล และทางบก

15 ต.ค.: ยืดเส้นตายอพยพชาวเมืองกาซา

อิสราเอลยืดเวลา “เส้นตาย” ในการอพยพชาวปาเลสไตน์ โดยกำหนดเงื่อนเวลาใหม่ให้พลเรือนที่ยังอยู่ในตอนเหนือของฉนวนกาซามุ่งหน้าไปทางใต้ระหว่างเวลา 10.00-13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 14.00-17.00 น. ของไทย)

อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายมากกว่า 100 แห่งในฉนวนกาซา

อิสราเอลโปรยใบปลิวสั่งให้ประชาชนที่อยู่ทางเหนืออพยพลงใต้ทันที

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อิสราเอลโปรยใบปลิวสั่งให้ประชาชนที่อยู่ทางเหนืออพยพลงใต้ทันที
ประชาชนใช้ทุกยานพาหนะเท่าที่พวกเขาหาได้ เพื่อเดินทางออกจากตอนเหนือของกาซา

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประชาชนใช้ทุกยานพาหนะเท่าที่พวกเขาหาได้ เพื่อเดินทางออกจากตอนเหนือของกาซา

16 ต.ค.: “ไม่มีการหยุดยิง”

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูว่า “ไม่มีการหยุดยิง ณ เวลานี้” เพื่อเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากภายนอกเข้าสู่ฉนวนกาซา และเพื่อเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยให้แก่ชาวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางออกจากอิสราเอล

แถลงการณ์ของรัฐบาลอิสราเอลเป็นการปฏิเสธข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลอียิปต์ว่า อิสราเอลตกลงหยุดยิงตั้งแต่เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 13.00 น. ของไทย) ตามการเจรจากับอียิปต์และสหรัฐฯ

17 ต.ค.: ถล่มโรงพยาบาล

โรงพยาบาลอัลอาห์ลี ในเมืองกาซา ซิตี ถูกระเบิด โดยกลุ่มอาวุธฮามาสอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 471 คนแล้ว จากเหตุโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่โรงพยาบาล แต่กลุ่มติดอาวุธ “ปาเลสติเนียน อิสลามิก จิฮัด” ยิงจรวดใส่โรงพยาบาลเอง

เด็กหลายคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดโรงพยาบาลเมื่อ 17 ต.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เด็กหลายคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดโรงพยาบาลเมื่อ 17 ต.ค.

20 ต.ค.: ปล่อยตัวประกันชุดแรก 2 แม่ลูกชาวอเมริกัน

ในวันที่ 14 ของสงครามสู้รบ ฮามาสตัดสินใจปล่อยตัวประกันชุดแรกเป็น 2 แม่ลูกชาวสหรัฐฯ ที่ถูกจับตัวไปจากเขตคิบบุตซ์ของอิสราเอล โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลกาตาร์เป็นตัวกลางในการเข้าเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันชุดแรกออกมา

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่สำคัญ ได้แก่

  • สมาคมเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ (Palestine Red Crescent) ออกคำสั่งให้อพยพคนไข้ในโรงพยาบาลอัล-คุดส์ (Al-Quds) ในเขตฉนวนกาซา หลังจากมีความเป็นไปได้ว่าจะถูกโจมตี โดยโรงพยาบาลแห่งนี้มีผู้ป่วยอยู่ 400 คน และมีพลเรือนปักหลักอพยพอยู่อีก 12,000 คน
  • รถบรรทุกความช่วยเหลือยังไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในฉนวนกาซาผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ ด่านพรมแดนระหว่างกาซาและอียิปต์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลระบุกับบีบีซีว่า มีโอกาสที่รถบรรทุกความช่วยเหลือจะได้เข้าไปในฉนวนกาซาในวันเสาร์ แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ยังต้องแก้ไข

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ปราศรัยถ่ายทอดสดจากห้องทำงานรูปไข่ หรือโอวัล ออฟฟิศ ในวันที่ 20 ต.ค. ภายหลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนอิสราเอล เขากล่าวว่า สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส "เสี่ยงที่ความขัดแย้งและความโกลาหล จะแผ่ขยายไปยังพื้นที่ต่างของโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง"

บีบีซีไทยสรุปถ้อยแถลงสำคัญของไบเดน ได้ดังนี้

  • การปฏิเสธช่วยเหลืออิสราเอลและยูเครน "ไม่คุ้มค่า"
  • "กลุ่มฮามาสและปูติน เป็นภัยคุกคามในแบบที่ต่างกัน แต่สิ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกัน คือ ต้องการทำลายล้างประชาธิปไตยในชาติที่อยู่ใกล้เคียง" ดังนั้น "การช่วยให้อิสราเอลและยูเครน ประสบความสำเร็จ เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ"
  • ไบเดนเรียกร้องสภาคองเกรสให้สนับสนุนงบช่วยเหลืออิสราเอล ด้านการป้องกันทางอากาศ "เราจะทำให้มั่นใจว่าไอเอิร์นโดม จะพิทักษ์น่านฟ้าอิสราเอลต่อไป"
  • "พวกเราแข็งแกร่งกว่าที่แล้วมา อเมริกายังเป็นดวงประทีปของโลก... เราจะไม่ปล่อยให้ฮามาสและปูตินชนะ"

ประธานาธิบดีอียิปต์ตกลงที่จะเปิดพรมแดน บริเวณจุดผ่านแดนราฟาห์ ให้รถบรรทุกสิ่งบรรเทาทุกข์ 20 คัน เข้าไปในฉนวนกาซา

จุดผ่านแดนราฟาห์กลายเป็นช่องทางด้านมนุษยธรรมเดียวที่เข้าไปในฉนวนกาซาได้ หลังอิสราเอลจุดผ่านแดนอื่น ๆ โดยชาวปาเลสไตน์จำนวนมากไปรวมตัวที่จุดผ่านแดนราฟาห์ด้วยความหวังจะอพยพออกจากกาซา ก่อนที่อิสราเอลจะบุกโจมตีภาคพื้นดิน

อย่างไรก็ดี ชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการเดินทางผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ ต้องลงทะเบียนกับทางการปาเลสไตน์ล่วงหน้าหลายสัปดาห์และส่งใบสมัครไปยังอียิปต์ โดยมีการจำกัดจำนวนและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

แต่ในภาวะสงครามนี้ นักข่าวได้ถามไบเดนว่า จะเปิดให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกมากผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์หรือไม่ เขาตอบว่า "เราจะให้ผู้คนออกมา แต่ผมยังไม่ขอลงรายละเอียด"

สองผู้นำ

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ สนทนากับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ในการเริ่มต้นการประชุม ครม. สงครามอิสราเอล ที่กรุงเทลอาวีฟ เมื่อ 18 ต.ค.

21 ต.ค.: เปิดพรมแดนอียิปต์

ทางการอียิปต์เปิดประตูจุดแดนราฟาห์ด้านที่ติดกับฉนวนกาซาแล้วเพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือส่งเข้าไปในพื้นที่

รถบรรทุกสิ่งของความช่วยเหลือคันแรกวิ่งผ่านประตูฝั่งอียิปต์เข้าไปในฉนวนกาซาช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากอิสราเอลอนุญาตให้รถบรรทุกจำนวน 20 คัน ซึ่งบรรจุอาหาร น้ำ และยา เข้าไปยังช่องทางทางตอนใต้ของฉนวนกาซาด้านประเทศอียิปต์ แต่ไม่อนุญาตให้บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในกาซา อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าอิสราเอลจะอนุญาตเป็นระยะเวลานานแค่ไหน

หน่วยงานของสหประชาชาติเปิดเผยว่า ความช่วยเหลือที่จะส่งเข้าไปยังกาซาเป็นเพียงส่วนน้อยมากจากความต้องการที่มีอยู่ในเขตกาซาขณะนี้

จูเลียต เทามา เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานบรรเทาทุกข์ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ ระบุว่าจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างยั่งยืน

"สิ่งที่พลเรือนในฉนวนกาซาต้องการจริง ๆ คือการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อเพลิงสำหรับสถานีผลิตน้ำ" เธอกล่าวกับรายการเรดิโอ 4 ทางบีบีซี พร้อมบอกว่า เชื้อเพลิงจำเป็นสำหรับการผลิตน้ำ เพราะในกาซาน้ำเริ่มจะหมดลง และบางพื้นที่ก็ไม่มีน้ำใช้เหลือแล้ว

จุดผ่านแดนราฟาห์ทางใต้ของฉนวนกาซา

ที่มาของภาพ, Epa

คำบรรยายภาพ, จุดผ่านแดนราฟาห์ทางใต้ของฉนวนกาซา
ด่านราฟาห์

ที่มาของภาพ, EPA

ความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ในวันนี้ ไอดีเอฟระบุว่าได้เปิดการโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หลังจากฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังเข้ามาในเขตดินแดนของอิสราเอลเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

กองกำลังไอดีเอฟของอิสราเอลระบุผ่านบัญชี "เอ็กซ์" ว่า เป้าหมายที่โจมตีเป็นพื้นที่ของกองทัพและโครงสร้างพื้นฐานด้านการรบของฮิซบอลเลาะห์ รวมทั้งที่มั่นของฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังที่อยู่บริเวณชายแดน

ฮิซบอลเลาะห์ เป็นองค์กรทางการเมือง สังคม และการทหารของมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงในประเทศเลบานอน เคยต่อสูงในสงครามที่ยาวนาน 1 เดือนกับอิสราเอลในปี 2006 และยังมีจรวดสำหรับยิงระยะไกลซึ่งสามารถยิงเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของอิสราเอลได้

ตั้งแต่ฮามาสเข้าโจมตีอิสราเอลเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ความตึงเครียดระหว่างกลุ่มอิซบอลเลาะห์กับอิสราเอลมีเพิ่มมากขึ้น

สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศตะวันตกหลายประเทศ ถือว่าทั้งกลุ่มอิซบอลเลาะห์ และฮามาส เป็นองค์กรก่อการร้าย

กองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุด้วยว่า ได้เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการทางทหารของผู้ก่อการร้ายในเขตเจนิน (Jenin) ที่ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งไอดีเอฟกล่าวหากลุ่มฮามาสซ่อนตัวอยู่ภายในมัสยิดแห่งหนึ่งในบริเวณนี้

สหประชาชาติเปิดเผยว่า อิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการทางทหารที่ค่ายผู้ลี้ภัยเนอร์แชมในเขตเวสต์แบงก์ เป็นผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน ในจำนวนนี้ 5 คน เป็นเด็ก

22 ต.ค.: อิสราเอลประกาศโจมตีฉนวนกาซาหนักขึ้น

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มฮามาสอ้างว่า คืนของวันที่ 21 ต.ค. อิสราเอลได้โจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 55 คน และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน 30 หลัง

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุว่าจะเพิ่มการโจมตีกาซาหนักขึ้น

แดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงแก่ทหารอิสราเอลที่รวมตัวอยู่ที่บริเวณชายแดน พร้อมบอกให้พลเรือนปาเลสไตน์ที่อยู่ในฉนวนกาซาเร่งอพยพไปทางตอนใต้เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่ยังอยู่ในกาซาซิตี

อีกด้านหนึ่ง อิสราเอลยังระดมโจมตีทางอากาศไปยังเบตเวสต์แบงก์ โดยมุ่งเป้าไปที่มัสยิดแห่งหนึ่งในเขตเจนิน (Jenin) ที่เชื่อว่าเป็นฐานบัญชาการของกลุ่มก่อการร้าย

ด้านสหรัฐฯ ได้ส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense System) และระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตเพิ่มเติมเข้าไปยังตะวันออกกลาง

สำหรับระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD คือ ระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง ขณะที่ขีปนาวุธฝ่ายโจมตีกำลังเข้าสู่วิถีระยะสุดท้ายก่อนตกสู่เป้าหมาย ส่วนใหญ่แล้วใช้ยิงสกัดขีปนาวุธพิสัยใกล้และพิสัยปานกลาง

ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพได้เตรียมพร้อมการส่งกำลังทหารเข้าไปยังตะวันกลางเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ระบุถึงจำนวนว่ามีเท่าใด แต่ แถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดเผยว่า การเตรียมกำลังทหารเกิดขึ้น เนื่องจากอิหร่านและกองกำลังตัวแทนได้ยกระดับปฏิบัติการทั่วทั้งตะวันออกกลาง

หลังจากเกิดการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮามาสมาเป็นเวลาสองสัปดาห์ ทหารสหรัฐฯ ถูกโจมตีเพิ่มขึ้นในอิรักและซีเรีย

กลุ่มควันระเบิดจากการโจมตีของอิสราเอลที่กาซาซิตี วันที่ 22 ต.ค. 2566

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, กลุ่มควันระเบิดจากการโจมตีของอิสราเอลที่กาซาซิตี วันที่ 22 ต.ค.

23 ต.ค.: อิสราเอลยืนยันยอดตัวประกัน 222 คน

กองทัพอิสราเอล โดย แดเนียล ฮาการี ยืนยันกลุ่มฮามาสจับกุมตัวประกันทั้งหมด 222 คนภายในเขตฉนวนกาซา จำนวนมากเป็นชาวต่างชาติ

คำยืนยันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองทหารราบและกองทหารติดอาวุธอิสราเอลบางส่วนได้บุกเข้าในเขตกาซาเพื่อกำจัดกลุ่มผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในการเตรียมความพร้อมในการทำสงครามระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิสราเอลระบุว่า การบุกเข้าไปในเขตกาซาของกองกำลังป้องกันอิสราเอลเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นปฏิบัติการ “แบบจำกัด” และไม่ใช่การเริ่มต้นการบุกภาคพื้นดินแบบเต็มรูปแบบ แต่มีรายงานว่าในปฏิบัติการครั้งนี้มีทหารเสียชีวิต 1 นายในเขตกาซา และทหารบาดเจ็บอีก 3 นาย

สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเขตกาซายังคงน่าเป็นห่วง แพทย์รายหนึ่งที่โรงพยาบาลอัล-ชิฟาให้สัมภาษณ์ในรายการนิวส์ฮาวทางสถานีโทรทัศน์บีบีซีภายหลังจากเกิดเสียงระเบิดขึ้นหลายครั้งใกล้กับโรงพยาบาลว่า พวกเขากำลังเผชิญกับสภาพอันเลวร้าย เพราะกำลังขาดแคลนอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันแผล แท่งและแผ่นยึดกระดูก ในขณะที่ผู้ที่บาดเจ็บรายใหม่ก็จะเพิ่มขึ้นอีก

เขาบอกอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวลมากคือ กระแสไฟฟ้า ที่จำเป็นมากต่อผู้ป่วยที่รักษาตัวในห้องไอซียู หากว่าไม่มีกระแสไฟฟ้า โรงพยาบาลก็จะเป็นเพียงสุสานขนาดใหญ่ ด้านบุคลากรในโรงพยาบาลตอนนี้ต้องทำงานยาวนาน 16-18 ชั่วโมงต่อกะ ขณะที่พวกเขาก็เป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวพวกเขาด้วย

ด้านโฆษกองค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้อิสราเอลทบทวนคำสั่งให้ชาวปาเลสไตน์อพยพลงพื้นที่ทางใต้ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

24 ต.ค.: ฮามาสปล่อยตัวประกันเพิ่ม 2 ราย

กองพันอัล คัสซัม ของกลุ่มฮามาส เปิดเผยภาพการปล่อยตัวประกันสองคนล่าสุด เป็นหญิงสูงวัยชาวอิสราเอล ก่อนที่สำนักนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลจะออกมายืนยันรายงานดังกล่าว

ภารกิจการส่งตัวประกันในครั้งนี้มีตัวกลางอย่างอียิปต์และกาตาร์ ขณะที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ไอซีอาร์ซี ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญเช่นกัน

กองพันอัล คัสซัม ของกลุ่มฮามาสเผยแพร่ภาพตัวประกันสองรายที่เพิ่งถูกปล่อยตัวทางแพลตฟอร์ม เทเลแกรม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กองพันอัล คัสซัม ของกลุ่มฮามาสเผยแพร่ภาพตัวประกัน 2 รายที่เพิ่งถูกปล่อยตัวทางแพลตฟอร์ม เทเลแกรม เมื่อ 24 ต.ค.

องค์การสหประชาชาติเปิดเผยอีกว่า ในวันนี้ (24 ต.ค.) จะมีรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือ เช่น เวชภัณฑ์ อาหาร และน้ำดื่ม เพิ่มอีก 20 คันที่จะเดินทางผ่านช่องผ่านแดนราฟาห์ติดกับชายแดนอียิปต์ หลังจากตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีรถบรรทุกเดินทางเข้าเขตกาซาแล้ว 34 คัน

อย่างไรก็ตาม ในขบวนรถบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ไม่พบว่ามี เชื้อเพลิง ในขณะที่องค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) ระบุว่า เชื้อเพลิงสำรองภายในเขตกาซาคาดว่าจะใช้ได้อีกเพียง 2 วันเท่านั้น

"หากไม่มีเชื้อเพลง ก็จะทำให้ระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลทำงานไม่ได้" เจ้าหน้าที่ UNRWA รายหนึ่งระบุ

27 ต.ค.: อิสราเอลส่งรถถังเข้ากาซาอีกครั้ง

สหรัฐฯ ประกาศว่า ได้ดำเนินการโจมตีเป้าหมาย 2 แห่งทางตะวันออกของซีเรีย ที่เชื่อว่ากองทัพอิหร่านได้ซุ่มใช้ดำเนินการทางการทหาร

ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวเป็น “การโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำเพื่อป้องกันตนเอง” ที่ทำไปเพื่อพิทักษ์กองกำลังของสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรีย รวมถึงเป็นการตอบโต้กลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุนด้วย

“การโจมตีที่อิหร่านสนับสนุนเหล่านี้ต่อกองกำลังสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องหยุด อิหร่านต้องการยืมมือคนอื่นโจมตีสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า หาก “กลุ่มตัวแทนอิหร่าน” ดำเนินการโจมตีสหรัฐฯ ต่อไป สหรัฐฯ ก็จะดำเนินการเด็ดขาดมากขึ้น

อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ยืนกรานว่า การโจมตีเป้าหมายกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังในซีเรีย เป็นการโจมตีที่ “ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส”

อิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศใส่ฉนวนกาซา พร้อมส่งรถถังหลายคันเข้าไปปฏิบัติภารกิจในฉนวนกาซาช่วงข้ามคืน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 7,000 คนในฉนวนกาซา

กองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุว่า การส่งรถถังเข้าไปปฏิบัติการช่วงข้ามคืนในฉนวนกาซา ทำไปเพื่อโจมตี "เป้าหมายเฉพาะ" เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ก็นำรถถังกลับออกมา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล ยืนยันว่า ได้ส่งกองกำลังเข้าไปในกาซา เพราะเมื่อ 13 ต.ค. กองทัพได้บุกกาซาเป็นครั้งแรก ด้วยการส่งทหารและรถถังเข้าไปโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาส และยังเป็นวันเดียวกับที่อิสราเอลประกาศเตือนให้ประชาชนในกาซาอพยพจากตอนเหนือลงไปทางใต้

.

ที่มาของภาพ, Reuters

อ่านเรื่องราวของชาวปาเลสไตน์ที่ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยสงคราม ที่นี่

อ่านเรื่องราวของชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ นาทีหนีตายจากการบุกโจมตีของกลุ่มฮามาส ที่นี่