เกิดอะไรขึ้นใน “เทศกาลนองเลือด” 260 ศพ เมื่อฮามาสเปลี่ยนลานดนตรีเป็น “แดนประหาร”

.

ที่มาของภาพ, Telegram

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พยายามอพยพผู้คนออกจากลานเทศกาลดนตรี
    • Author, ฌอน เซดดอน,​ โจชัว ชีแธม & เบเนดิกต์ การ์แมน
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี

คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้ อาจทำให้ผู้อ่านไม่สบายใจ

ภาพความสนุก การเต้นรำอย่างเป็นสุข ของเหล่าคนหนุ่มสาวในช่วงย่ำรุ่ง ที่ปรากฏในวิดีโอที่ผู้คนเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ของเทศกาลดนตรีข้ามคืน ใกล้ฉนวนกาซา เพียงไม่นานได้แปรเปลี่ยนเป็น “เทศกาลนองเลือด”

เทศกาลดนตรี “ซูเปอร์โนวา” มีผู้คนทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ เข้าร่วมมากถึง 4,000 คน ซึ่งจากวิดีโอที่บีบีซีได้ตรวจสอบ พบว่า ผู้ร่วมเทศกาลส่วนใหญ่อายุไม่ถึง 30 ปี

พวกเขามารวมตัวกันในพื้นที่ห่างไกล ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อร่วมเทศกาลที่โปรโมทว่า จะเต็มไปด้วยการร้องรำทำเพลง ดนตรี ศิลปะ และเครื่องดื่ม ในสถานที่ลับเฉพาะ

เมื่อใกล้ถึงเวลาเริ่มงาน ผู้ที่ซื้อบัตรเข้าร่วมเทศกาล ถึงจะได้รับแจ้งถึงสถานที่จัดงาน ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่า อยู่ห่างจากฉนวนกาซาไปทางตะวันออก 6 กิโลเมตร มันเป็นเทศกาลที่ผู้จัดให้คำมั่นว่าจะเป็น “การเดินทางแห่งเอกภาพและความรัก”

.

วิดีโอที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ก่อนเวลา 7.22 น. วันที่ 7 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แสดงให้เห็นบรรยากาศอันรื่นเริง ผู้คนมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม หัวเราะ และเต้นรำ กลางแสงแดดรำไรของยามใกล้เช้า

แต่หากสังเกตดูดี ๆ ในวิดีโอ เหนือศีรษะของหนุ่มสาวที่กำลังสังสรรค์ จะเห็นกลุ่มควันสีดำที่เป็นสัญญาณถึงโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น

ควันสีดำดังกล่าว ประเมินว่าเป็นควันที่เกิดจากขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานที่กองทัพอิสราเอลใช้สกัดจรวดที่กลุ่มฮามาสยิงเข้ามาจากฉนวนกาซา

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น กลุ่มฮามาสระดมยิงจรวดหลายพันลูก กระหน่ำใส่อิสราเอล

ทีมบีบีซีเวริฟาย ได้นำวิดีโอที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ นำมาประติดประต่อให้เห็นว่า เทศกาลนองเลือดเกิดขึ้นได้อย่างไร รวมถึงใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ของบุคคลในวิดีโอ

ในวิดีโอคลิปนี้ จะเห็นได้ว่าผู้ร่วมงานเทศกาลบางคนได้มองขึ้นไปดูกลุ่มควันสีดำบนท้องฟ้า แต่หนุ่มสาวส่วนใหญ่ ยังคงไม่รู้เรื่อง และเต้นรำต่อไป

.

ที่มาของภาพ, Social Media

คำบรรยายภาพ, วิดีโอที่ถ่ายในเทศกาลแสดงให้เห็นผู้คนกำลังเต้นรำ แต่บางจังหวะ พวกเขาก็มองขึ้นไปดูจรวดที่ยิงผ่านท้องฟ้า

วิดีโออีกคลิปหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า ดนตรีได้เงียบลง แล้วผู้คนก็เริ่มอพยพออกจากพื้นที่ บางคนดูตื่นตระหนก บางคนก้มตัวเสมือนหลบกระสุน แต่ก็มีบางคนที่เดินอย่างผ่อนคลายไปยังทางออก

หารู้ไม่ว่า ห่างออกไปไม่ไกล บริเวณแนวกั้นเขตแดนระหว่างอิสราเอลกับฉนวนกาซา กลุ่มฮามาสกำลังพยายามทะลวงแนวกั้นเข้ามาในอิสราเอล และใกล้กับจุดที่พวกเขาอยู่

“มือปืนเต็มไปหมด”

ไม่แน่ชัดว่า เวลาผ่านไปกี่นาทีหลังปรากฏจรวดเหนือท้องฟ้าสถานที่จัดเทศกาล ก่อนที่กลุ่มมือปืนจะเดินทางมาถึง แต่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับบีบีซีว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

“จรวดถูกยิงเข้ามา แล้วพวกเขาก็เริ่มยิง มันมาจากทุกทิศทุกทาง เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ” กิแลด คาร์พลุส วัย 31 ปี ที่ทำงานเป็นนักนวดบำบัดในเทศกาล กล่าว

“ผมเห็นผู้คนล้มลง พอเห็นแบบนั้น เราก็รีบขึ้นรถแล้วขับออกไป”

วิดีโอที่โพสต์บนอินตาแกรม สตอรี โดยหญิงคนหนึ่ง เผยให้เห็นจรวดบนท้องฟ้า และผู้คนที่ทยอยออกจากพื้นที่

“เราเดินทางผ่านถนนเส้นหลัก แต่จากนั้นไม่นาน ผู้คนก็เริ่มตะโกนว่า พวกผู้ก่อการร้ายกำลังยิงมาแล้ว” เธอเขียนในโพสต์ดังกล่าว “ผ่านไป 2 นาที ในอีกทิศหนึ่ง เราก็พบว่า มีผู้ก่อการร้ายเพิ่มเข้ามาอีก”

.

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตรวจสอบว่า กลุ่มติดอาวุธฮามาสทราบหรือไม่ว่า มีการจัดเทศกาลดนตรีในพื้นที่ดังกล่าว แต่กลุ่มมือปืนต้องได้ยินเสียงดนตรีที่ดังก้องขึ้น จากแถบชนบทที่ควรจะเงียบเหงาแน่นอน

และไม่ว่ากลุ่มฮามาสจะเข้ามาในเทศกาลดนตรีโดยบังเอิญหรือไม่ แต่เป้าหมายของพวกเขา คือ การสังหารผู้คน

กิลิ ยอสโควิช ผู้รอดชีวิต บอกกับบีบีซีว่า กลุ่มติดอาวุธ “เต็มไปหมด พร้อมด้วยปืนอัตโนมัติ” พร้อมเล่าต่อว่า ได้ยินเสียงการขนอาวุธลงมาจากรถตู้

จากการพูดคุยกับผู้เห็นเหตุการณ์ บีบีซีเข้าใจว่า กลุ่มฮามาสได้ปิดล้อมพื้นที่จัดเทศกาลดนตรี รวมถึงปิดกั้นถนนเข้าออกจากงานอีกด้วย ทำให้ผู้เข้าร่วมเทศกาลต่างวิ่งหนีตายไปทุกทิศทุกทาง

กิแลด ที่เคยรับราชการในกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า “เราททราบดีว่าพวกเขาจะปิดกั้นถนน ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ผู้คนจำนวนมากถูกฆ่าบนถนนเหล่านี้”

“เราขับรถเข้าไปในทุ่ง พยายามซ่อนตัวจากมือปืน... หลังจากนั้น เราหนีลึกเข้าไปในทุ่ง แต่พวกเขาก็เริ่มยิงปืนไรเฟิลแบบสไนเปอร์มายังพวกเราจากจุดต่าง ๆ และมีการยิงอาวุธหนักด้วย”

ตอนที่เขาพยายามมุ่งหน้ายังจุดที่เชื่อว่าปลอดภัย กิแลด ก็เห็นยานยนต์ของกองทัพอิสราเอล

“เราขับช้า ๆ พอเข้าไปใกล้ เราก็พบว่ามันถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธพิฆาตรถถัง หรืออะไรแบบนั้น” และข้างในนั้น ไม่มีร่องรอยของทหารอิสราเอลหลงเหลืออยู่

การเข่นฆ่าหน้ากล้อง

ในขณะที่ผู้ร่วมเทศกาลหนีเข้าไปในทุ่ง และออกไปยังทะเลทราย กลุ่มติดอาวุธก็ไล่ตระเวนไปตามจุดต่าง ๆ ของเทศกาลดนตรี และสังหารคนที่พวกเขาพบเห็น

กล้องหน้ารถที่ระบุเวลา 9.23 น. (7 ต.ค.) ที่ได้มาจากรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถ แสดงให้เห็นมือปืน 3 คน ที่ร่วมในการสังหารหมู่

จุดหนึ่งของภาพ จะมองเห็นร่างที่ไร้การเคลื่อนไหว ขดตัวอยู่ใกล้กับรถยนต์คันหนึ่ง

จากนั้น สมาชิกกลุ่มฮามาสพร้อมปืนอัตโนมัติ สั่งให้ชายที่โชกเลือดหมอบลงไปกับพื้น ก่อนจะจับหลังเสื้อยืด แล้วบังคับให้เดินผ่านหน้ากล้องไป ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่า ชะตากรรมของชายคนนี้เป็นอย่างไร

.

ที่มาของภาพ, Social Media

เวลาต่อมา ร่างที่ไม่ไหวติงใกล้กับรถยนต์ เริ่มขยับ ปรากฏว่าชายคนนี้กำลังแกล้งตาย เขาเงยศีรษะขึ้นมาดูว่าปลอดภัยหรือยัง แต่นั่นกลับกลายเป็นความผิดพลาดร้ายแรง

เพราะไม่กี่วินาทีต่อมา มือปืนอีกคนเดินเข้ามา แล้วยิงเขาที่ศีรษะในระยะประชิด ก่อนเดินจากไป

.

ที่มาของภาพ, Social Media

ภาพวิดีโอในช่วงหลัง ๆ จะเห็นชายกลุ่มหนึ่ง ในจำนวนนี้มีคนเดียวที่พกพาอาวุธ โดยดูเหมือนว่า พวกเขามาปล้นข้าวของ และค้นกระเป๋าของชายที่เพิ่งถูกยิงสังหาร รวมถึงค้นกระเป๋าเดินทางที่อยู่ในรถยนต์ที่จอดอยู่อีกคัน

แต่กลายเป็นว่า กลุ่มฮามาสพบคนอีกสองคน เป็นชายและหญิง ที่กำลังซ่อนอยู่ในรถ ก่อนพาพวกเขาออกไป

สองนาทีต่อมา ผู้หญิงปรากฏตัวขึ้นมาอีก เธอกระโดดและโบกมือขึ้นไปในอากาศ เธอคงคิดว่าความช่วยเหลือมาถึงแล้ว แต่กลายเป็นว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโต้กลับกลุ่มฮามาส

ภาพต่อมาคือ ผู้หญิงคนนี้ลมลงไปกับพื้น ท่ามกลางกระสุนที่สาดไปทั่วตัวเธอ บีบีซียังตรวจสอบไม่ได้ว่า เธอยังมีชีวิตหรือไม่

บีบีซีได้วิเคราะห์ภาพวิดีโอ และภาพนิ่งมือปืนกลุ่มฮามาส ด้วยเครื่องมือตรวจสอบใบหน้า ปรากฏว่า ใบหน้าหนึ่งตรงกับภาพชายในชุดตำรวจที่อยู่บนเว็บไซต์ของเทศบาลแห่งหนึ่งในฉนวนกาซา

เราได้นำสองภาพนี้มาเทียบเคียงด้วยซอฟต์แวร์ Amazon Rekognition และพบว่า มีความคล้ายคลึงมากถึง 94-97% แปลว่า มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นคนเดียวกัน

.
คำบรรยายภาพ, โฉมหน้ากลุ่มติดอาวุธที่เข้าร่วมโจมตีเทศกาลดนตรี การใช้เครื่องมือจดจำใบหน้าพบว่า มือปืนคนตรงกลาง ตรงกับภาพชายในชุดตำรวจที่กาซา

ความเสียหาย

ทั่วพื้นที่จัดงานเทศกาลดนตรี ฉากอันโหดร้ายคล้าย ๆ กันนี้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ท้ายสุด ทางการอิสราเอลพบผู้เสียชีวิตมากถึง 260 คน

วิดีโอจากโทรศัพท์มือถือและโดรน เผยให้เห็นขอบเขตการโจมตีของกลุ่มฮามาส จากภาพถนนที่มุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงาน เรียงราวไปด้วยซากรถยนต์ที่หนีการสาดกระสุนของกลุ่มฮามาสไม่ทัน

.

ที่มาของภาพ, Social Media

เทศกาลดนตรีอันแสนสุข กลายเป็นสมรภูมิสงคราม และสำหรับผู้ร่วมงานหลายคน ฝันร้ายยังคงดำเนินต่อไป

กลุ่มฮามาสอ้างว่าได้จับผู้ร่วมงานหลายคนเป็นตัวประกัน ด้านอิสราเอลรายงานว่า มีพลเรือนและทหารราว 100 คน ถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา

ฉากการลักพาตัวอันแสนหดหู่จากในพื้นที่เทศกาลดนตรี คือ หญิงชื่อ โนอา อาร์กามานิ

กลุ่มฮามาสโพสต์วิดีโอเผยให้เห็น โนอา ถูกจับขึ้นซ้อนท้ายจักรยานยนต์ในสภาพร้องไห้และกรีดร้อง พยายามเอื้อมมือไปหาชายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ และเขาก็ต้องมองเธอถูกพาตัวออกไปโดยกลุ่มติดอาวุธ

มีภาพวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า โนอา ยังมีชีวิตอยู่ และถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซา แต่บีบีซียังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นวิดีโอของจริงหรือไม่

ครอบครัวของโนอา รวมถึงครอบครัวของผู้ถูกลักพาตัวจากงานเทศกาลอีกหลายคน ยังรอคอยข่าวถึงบุคคลอันเป็นที่รัก และยังไม่แน่ชัดว่า รัฐบาลอิสราเอลจะช่วยพวกเขากลับมาอย่างไร