"อย่าร้องไห้ ถ้าพวกเขาไป (หางานทำในไทย)" หนุ่มสาวชาวเมียนมาหนีจากประเทศไร้ความหวัง จบชีวิตจากเหตุเรือคว่ำพร้อมกันขณะลอบเข้าไทย

မြန်မာလူငယ် ၃ ယောက်ရဲ့ ရုပ်အလောင်းတွေကို သယ်ဆောင်ပေးနေတဲ့ ထိုင်းလူမှုအဖွဲ့အစည်းတွေ

ที่มาของภาพ, Kanchanaburi ဒေသန္တရသတင်း

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยใน จ.กาญจนบุรี กำลังเก็บกู้ร่างหนุ่มสาวชาวเมียนมา 3 คนที่เสียชีวิต
    • Author, บีบีซี แผนกภาษาพม่า

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา ทางการไทยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต 3 รายที่ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์ช่วงเขต อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ผู้เสียชีวิตเป็นคนหนุ่มสาวสัญชาติเมียนมาที่มาจากหมู่บ้านเมยาะมรุย (Myauk Mruik) ในเขตตะโกน กรุงเนปิดอว์ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของคณะทหารผู้ปกครองประเทศเมียนมา

ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน คือ โก ซาน วีน จอ วัย 23 ปี ภรรยาของเขา มะ บะ บะ วีน วัย 18 ปี และน้องชายของโก ซาน วีน จอ ที่ชื่อว่า โก ชิ พโยจอ วัย 21 ปี

มีคนหนุ่มสาวชาวเมียนมากี่คนที่พยายามจะเข้าไทยโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงต่อชีวิต เช่นครอบครัวของโก ซาน วีน จอ ที่จมน้ำเสียชีวิตขณะลักลอบเข้าไทยอย่างผิดกฎหมาย จากการขาดแคลนตำแหน่งงานในประเทศ

อันตรายที่ต้องเผชิญขณะข้ามเขื่อน

အရှိန်နဲ့မြန်မြန် စက်လှေမောင်းတာကြောင့် မှောက်ဖို့လွယ်ကူတယ်လို့လည်း ကိုယ်တိုင်စီးခဲ့ရတဲ့ မြန်မာလူငယ်က ပြောပါတယ်။

ที่มาของภาพ, Kanchanaburi ဒေသန္တရသတင်း

คำบรรยายภาพ, ชายชาวเมียนมาคนหนึ่งเล่าว่า เป็นเรื่องง่ายที่เรือจะพลิกคว่ำเนื่องจากความเร็วของเรือที่แล่นในลำน้ำ

ชาวเมียนมาซึ่งเป็นสามีภรรยาและลูกพี่ลูกน้องรวมทั้งหมด 3 คน เริ่มต้นเส้นทางเข้าไทยผิดกฎหมายโดยเดินทางออกจากหมู่บ้านเมยาะมรุยในกรุงเนปิดอว์ในช่วงค่ำคืนของวันที่ 6 ก.ย.

ในวันนั้นโก ชิ-พโยจอ น้องชายคนเล็กเขียนข้อความลงบนเฟซบุ๊กของเขาว่า "ผมขอกล่าวอำลาบ้านเกิดอันเป็นที่รักของผม สักวันหนึ่งผมจะกลับมา เพื่อนฝูงที่รักของผม ผมจะห่างพวกคุณไปสักระยะหนึ่งเพื่อไปต่างประเทศและหาเงิน เพื่อที่ผมจะสามารถสร้างชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้"

พวกเขาเดินทางจากด่านเจดีย์สามองค์สู่เขื่อนวชิราลงกรณ์ส่วนที่อยู่ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในคืนวันที่ 9 ก.ย.

เวลาราว 20.30 น. หนุ่มสาวชาวเมียนมา 22 คน ซึ่งรวมถึงโก ซาน วีน จอ, โกชิ-พโยจอ, ชายผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องอีกหนึ่งคน และมะ บะ บะ วีน ถูกนำตัวขึ้นเรือยนต์เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ทางการไทย

ขณะนั้นมีเรืออีกอย่างน้อย 6 ลำที่บรรทุกคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาแล่นตามมาด้วยกัน

"พวกเขากลัวน้ำ ตอนที่คนขับบังคับเรือให้แล่นอย่างรวดเร็ว และพวกเขาถูกสั่งให้ชะลอเรือลง ทั้ง 4 คนนั่งอยู่ตรงหัวเรือ และหัวเรือก็ไปชนกับอะไรบางอย่างก่อนจะพลิกคว่ำ ลูกพี่ลูกน้องของโก ซาน วีน จอ ว่ายน้ำเป็น ส่วนอีก 3 คนว่ายน้ำไม่เป็น" หญิงในหมู่บ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติที่ทราบถึงเหตุการณ์เล่าให้ฟัง

เธอเล่าต่อว่า เมื่อเรือพลิกคว่ำลง ลูกพี่ลูกน้องของโก ซาน วีน จอ ก็ว่ายน้ำไปเกาะอยู่กับเรือยนต์ที่พลิกคว่ำและพักอยู่บนนั้นกับชาวเมียนมาอีกราว 7 คน

ในค่ำคืนที่มืดมิด เขาพยายามค้นหาญาติ 3 ชีวิตที่สูญหายใต้น้ำแต่ไม่เป็นผล ก่อนที่คนจากเรือลำอื่น ๆ จะเข้ามาช่วยพวกเขาและผู้ประสบเหตุเรือล่มคนอื่น ๆ ที่สามารถว่ายไปถึงริมเขื่อนได้

ทว่าในบรรดาผู้คนที่ได้รับการช่วยเหลือ ทั้งที่เกาะอยู่กับเรือที่คว่ำลงและที่ว่ายไปถึงริมเขื่อน ไร้เงาของโก ซาน วีน จอ, โก ชิ-พโยจอ และมะ บะ บะ วีน

ครอบครัวและผู้คนในหมู่บ้านที่พวกเขาจากมาไม่ได้ทราบข่าวนี้ในทันที พวกเขารู้ข่าวร้ายก็ล่วงมาในวันที่ 11 ก.ย. โดยญาติผู้รอดชีวิตเป็นคนแจ้งข่าว

"เรือพลิกคว่ำลงพร้อมกับเงินและโทรศัพท์ของทุกคน และญาติของฉันไม่สามารถติดต่อกลับมาได้ทันที ทำได้เพียงติดต่อญาติอีกฝั่งที่อยู่ในไทย" หญิงในหมู่บ้านรายหนึ่งที่เป็นญาติของลูกพี่ลูกน้องของโก ซาน วีน จอ กล่าว

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ชาวไทยที่อยู่ในบริเวณนั้นพบร่างของโก ซาน วีน จอ และมะ บะ บะ วีน พวกเขาจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทางการ จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยในพื้นที่

เมื่อได้เห็นภาพและวิดีโอที่มูลนิธิกู้ภัยโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย พี่ชายคนโตในครอบครัวของสองพี่น้อง โก ซาน วีน จอ และโกชิ-พโยจอ เชื่อว่านี่คือน้องชายและน้องสะใภ้ของเขา

"เขาไม่เห็นใบหน้าของศพ แต่เขาสามารถจดจำผู้เสียชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะพวกเขาสวมกางเกงของพี่ชายคนโต และเขายอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเขารู้ว่านั่นคือกางเกงของเขาแน่ ๆ และยังมีกระเป๋าเล็ก ๆ ของเธอ (น้องสะใภ้)" โก ชิ มีน เทะ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ผู้ที่มักจะสื่อสารเกี่ยวกับแรงงานผู้อพยพชาวเมียนมาในไทย ผู้ซึ่งได้พูดคุยกับพี่ชายคนโตของครอบครัวนี้เปิดเผย

เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยยังเขียนลงบนโซเชียลมีเดียอีกว่า เรือดังกล่าวพลิกคว่ำเมื่อชนเข้ากับ "ต้นไม้ที่อยู่ใต้น้ำ" และร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งไปที่โรงพยาบาลสังขละบุรี

ใต้รูปภาพและวิดีโอที่เขาโพสต์ มีความคิดเห็นของชาวไทยที่ระบุเช่น "ขอให้ทั้งร่างและวิญญาณได้กลับบ้าน ไปสู่ภพภูมิที่ดี เกิดชาติหน้าอย่าให้ชีวิตต้องดิ้นรนขนาดนี้อีก ขอให้สุขสบาย" บางคนแสดงความเห็นใต้โพสต์เหล่านั้นว่า "เศร้าเลย มาทำมาหากินกลายเป็นเอาชีวิตมาทิ้ง เสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย"

พ่อแม่ที่สูญเสียลูกชายสองคนและลูกสะใภ้ไปในคราวเดียวกัน

ရေနစ်သေဆုံးသူတွေရဲ့ ဇာတိဖြစ်တဲ့ မြောက်မြိုက်ရွာဟာ ငလျင်ဒဏ်ထိခဲ့တဲ့ ရွာလည်း ဖြစ်ပါတယ်။

ที่มาของภาพ, ဦးအဂ္ဂဝံသ

คำบรรยายภาพ, หมู่บ้านเมยาะมรุย (Myauk Mruik) ในกรุงเนปิดอว์ บ้านของหนุ่มสาวเมียนมาที่จมน้ำเสียชีวิต เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว

"สองพี่น้อง (โก ซาน วีน จอ และโกชิ-พโยจอ) เป็นคนอัธยาศัยดีและน่ารักมากราวกับเด็ก ๆ พวกเขายังมาหาพวกเรา (เหล่าผู้หญิงในหมู่บ้าน) เพื่อบอกลาอยู่เลย ในตอนกลางคืนก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทาง และพวกเขาบอกฉันว่าอย่าร้องไห้ ถ้าพวกเขาไป" หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านของผู้เสียชีวิตเปิดเผย

เมื่อข่าวสารเรื่องเรือพลิกคว่ำมาถึงในวันรุ่งขึ้น พี่ชายคนโตบอกกับแม่ของเขาเพียงว่าน้องชายถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลจากการที่เรือพลิกคว่ำ เพราะเขากลัวว่าแม่อาจจะหัวใจวายได้เนื่องจากมีอาการโรคหัวใจอยู่แล้ว

ทันทีที่ทราบข่าวนี้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. แม่ของเขาก็แทบกินอะไรไม่ลง สุดท้ายพี่ชายคนโตก็ตัดสินใจบอกความจริงในวันที่ 14 ก.ย. เพราะเขาไม่สามารถเก็บความลับนี้ต่อไปได้อีกแล้ว

"พี่ชายคนโตต้องพาหมอมาอยู่ข้าง ๆ แม่เพื่อบอกเรื่องนี้ และจากนั้นเขาจึงบอกความจริงกับเธอ ท้ายที่สุดเธอก็หมดสติไป เธอมีผ้าพันอยู่รอบหน้าอก (เพื่อป้องกันภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันหรืออาการชักเกร็งจากการไม่สามารถยอมรับความสูญเสียได้) ส่วนพ่อของเขาก็เอาแต่เงียบและหยิบลูกอมมาเคี้ยวไม่หยุดโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ" หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านที่เห็นเหตุการณ์นี้เล่า

ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่มีสายใยใกล้ชิดกันมาก พี่น้องและพ่อแม่สนิทสนมกันเหมือนกับเป็นเพื่อน

"แม่ยังหวังให้ลูกชายตัวน้อยของเธอทั้งสองคนกลับมา ปกติแล้วเวลาที่พวกเขากลับบ้านช้าจากการแวะไปหาคนอื่น ๆ เธอก็ไม่ยอมนอน จะนั่งรออยู่อย่างนั้น เธอรักพวกเขาขนาดนั้นเพราะพวกเขาคือลูกชายคนโปรดของเธอ" พี่ชายคนโตระบุลงบนโซเชียลมีเดียของเขา

หมู่บ้านเมยาะมรุยเป็นหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาด้วย แผ่นดินไหวครั้งนั้นทำลายบ้านเรือนไปเกือบ 50 หลัง รวมถึงบ้านของโก ซาน วีน จอ

ภายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผู้คนในเขตตะโกน (Tatkon) ของกรุงเนปิดอว์ ยังต้องเจอกับความท้าทายอื่น ๆ เพิ่มเติม คนหนุ่มถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารและจับกุม พวกเขาเผชิญกับความหวาดกลัวและความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นในชีวิตแต่ละวัน และในขณะเดียวผลผลิตทางการเกษตรก็ตกต่ำอย่างน่าผิดหวัง ยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับครอบครัวของเกษตรกรเมียนมาเหล่านี้

โก ซาน วีน จอ คือหนึ่งในผู้ที่เผชิญกับผลกระทบนี้ ในฐานะผู้ชายที่แต่งงานแล้ว เขาอยากจะมีบ้านของตัวเองที่แยกออกมาจากพ่อแม่ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเดินทางเข้าไปหางานในไทย

ในการจะลักลอบเข้าไทยนั้น คนหนุ่มสาวหลายคนในหมู่บ้านเมยาะมรุยได้กู้ยืมเงินกันมาราวคนละ 4 ล้านจ๊าดพม่า (ราว 6 หมื่นบาทไทย) เพื่อนำมาจ่ายให้กับนายหน้าค้าแรงงานผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้พวกเขาเผชิญกับเหตุการณ์อันน่าสลดและบางคนก็สูญเสียชีวิตไป

"พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเขาจะหาเงินมาจ่ายหนี้ได้อย่างไร และฉันคิดว่าพวกเขายังหาทางไม่ได้ในตอนนี้" หญิงในหมู่บ้านระบุ

คนหนุ่มสาวชาวเมียนมาถูกจับกุมจากการลักลอบข้ามเข้าไทย

ကန်ချနာဘူရီမှာ အဖမ်းခံရတဲ့ မြန်မာလူငယ်တွေ

ที่มาของภาพ, ကန်ချနာဘူရီရဲတပ်ဖွဲ့

คำบรรยายภาพ, หนุ่มสาวชาวเมียนมาถูกจับกุมใน จ.กาญจนบุรี ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครด้านแรงงานที่อยู่ในไทยระบุว่า มีคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาหนีออกนอกประเทศเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่กฎหมายเกณฑ์ทหารมีผลบังคับใช้หลังการรัฐประหาร

จากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นและการจับกุมที่เพิ่มมากขึ้นบนเส้นทางทางบกที่ชาวเมียนมาไม่มีเอกสารมักใช้ในการอพยพ ทำให้หลายคนเลือกวิธีการข้ามแดนผ่านทางน้ำ หลายคนเลือกใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อเขตเจดีย์สามองค์กับ จ.กาญจนบุรี ในการเข้าสู่ประเทศไทย

อาสาสมัครด้านแรงงานยังคาดการณ์ว่าเส้นทางนี้จะถูกใช้เพิ่มขึ้นในปีนี้

โก เฮน เล วัย 24 ปีจากเขตเย (Ye) ซึ่งอยู่ติดพรมแดน จ.กาญจนบุรี คือหนึ่งในผู้ที่เข้าไทยผ่านเส้นทางน้ำนี้ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

ในระหว่างการเดินทางมาในเส้นทางนี้ ผู้อพยพมักจะต้องนั่งรถจักรยานยนต์ผ่านป่าเขา ลงเดินต่ออีกในระยะไกล ข้ามเส้นทางน้ำ และจากนั้นจะต้องเดินต่อไปผ่านเส้นทางป่า ซึ่งหากไม่ถูกจับกุมเสียก่อน การเดินทางจะใช้เวลาราว 4 คืน แต่หากพวกเขาถูกจับกุมหรือคุมขังในระหว่างทาง ก็อาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าที่จะเข้าสู่ไทยได้สำเร็จ

"ทางน้ำคือเส้นทางที่อันตรายที่สุด" โก เฮน เล เล่า "เพราะเพื่อที่จะเลี่ยงด่าน คนขับเรือจะทำความเร็ว ทันทีที่ลำเลียงคนขึ้นเรือเสร็จ พวกเขาจะคลุมเรือด้วยผ้าใบกันน้ำ และเมื่อเรือเร่งความเร็วไปข้างหน้า ระดับผิวน้ำกับขอบเรือ (ที่บรรทุกน้ำหนักคนจำนวนมาก) ก็อยู่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่นิ้ว ซึ่งถ้าคุณเปิดผ้าใบขึ้นเพื่อหายใจ สิ่งเดียวที่คุณจะเห็นก็คือน้ำที่กระเด็นจากความเร็วเครื่องยนต์ของเรือที่วิ่งฉิว"

และบางครั้งเรือก็ต้องหยุดเรือที่จุดพักริมเขื่อน หากมีความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบ

"ห้ามพูดอะไร ห้ามส่งเสียงใด ๆ ที่นี่มีแค่นายหน้าเท่านั้น"

หลังจากเรือพาพวกเขาเดินทางมาถึงฝั่ง พวกเขาต้องข้ามผ่านพื้นที่ทางการเกษตรใน จ.กาญจนบุรี โดยไปกับนายหน้าอีกคน ซึ่งผู้อพยพบางคนก็ถูกจับกุมในระหว่างการเปลี่ยนเส้นทางนี้เอง

จากการรายงานของสำนักข่าวในไทยและตำรวจกาญจนบุรี ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. มีชาวเมียนมาราว 500 คนถูกจับกุมที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

"เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา มีราว ๆ 1,700 คนที่ถูกจับกุม และตอนนี้คนที่ถูกจับกุมกำลังถูกส่งกลับไปยังเมียนมาโดยที่ไม่ได้ส่งเข้าไปรับโทษในเรือนจำก่อน ตอนนี้เรือนจำของพวกเขาเต็มไปด้วยชาวเมียนมาเป็นส่วนใหญ่" แจ็ค ธันเดอร์ ประธานคณะกรรมการปฏิบัติการร่วมเพื่อกิจการพม่า หรือ JACBA ระบุ

คณะกรรมการปฏิบัติการร่วมฯ เพื่อสิทธิของชาวเมียนมากลุ่มนี้ เป็นองค์กรที่ให้การช่วยเหลือแรงงานผู้อพยพชาวเมียนมาด้วย

จากรายงานขององค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีชาวเมียนมาอยู่ในไทยกว่า 4 ล้านคน และราวครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ไม่มีสถานะทางกฎหมาย

ฮิวแมนไรท์วอทช์ยังระบุด้วยว่า มีการจับกุมและส่งกลับอยู่บ่อยครั้งเมื่อพบว่ามีการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย

ธันเดอร์จากองค์กร JACBA ระบุว่า เมื่อมีการเสียชีวิตในระหว่างการอพยพผิดกฎหมาย ประเทศไทยมักจะฝังศพให้เพื่อมนุษยธรรม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการรายงานใด ๆ ถึงการฝังศพโก ซาน วีน จอ, ภรรยา และน้องชายของเขา

ขณะที่ครอบครัวของโก ซาน วีน จอ เตรียมจัดพิธีศพในวันที่ 20 ก.ย.

เมื่อเดือน ส.ค. สหประชาชาติรายงานว่า ปัญหาต่าง ๆ อย่างเช่น ความขัดแย้งภายใน, วิกฤตการจ้างงาน, และการรับราชการทหาร คือปัจจัยหลักที่ทำให้คนหนุ่มสาวชาวเมียนมาตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศ

รายงานของสหประชาชาติเรื่อง "A Generation on the Move" ที่อาจแปลเป็นไทยได้ว่า "คนรุ่นใหม่ที่กำลังเดินทาง" ชี้ว่าเกือบครึ่งของคนหนุ่มสาวชาวเมียนมาที่ใฝ่ฝันถึงการอพยพเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม ใช้เส้นทางที่ผิดกฎหมายและอันตราย