มารู้จัก มาร์การิตา ซิโมเนียน บก.สถานีโทรทัศน์อาร์ทีและนักโฆษณาชวนเชื่อชั้นนําของรัฐบาลรัสเซีย

ที่มาของภาพ, MIKHAEL KLIMENTYEV/KREMLIN/POOL/EPA-EFE/REX/Shutterstock
- Author, แคเทอรีนา คินคูโลวา
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
มาร์การิตา ซิโมเนียน (Margarita Simonyan) บรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์อาร์ที (RT) ของทางการรัสเซีย เป็นหนึ่งในผู้บริหารสื่อของรัสเซียที่ถูกสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการลงโทษ หรือแซงก์ชัน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่า แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024
ผู้บริหารสื่อหญิงชาวรัสเซียในวัย 44 ปีรายนี้ได้รับการกล่าวขวัญว่า ว่าเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อและอุดมการณ์ชั้นนําของรัฐบาลเครมลิน และเป็นผู้สนับสนุนปูตินมากกว่า นายวลาดิเมียร์ ปูตินเสียเอง
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม รัฐบาล และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้สอดประสานกันประกาศดําเนินมาตรการดังกล่าวเพื่อ "ตอบโต้อย่างแข็งกร้าว" ต่อปฏิบัติการที่อ้างว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ด้าน ซิโมเนียนตอบกลับหลังจากพบว่า มีชื่อของเธอที่ปรากฏในรายชื่อบุคคลที่ถูกมาตรการแซงก์ชันในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "โอ้ พวกเขาตื่นแล้ว" เธอโพสต์บนบัญชีเอ็กซ์ หรือ (ทวิตเตอร์เดิม)
เมื่อระบุถึงพนักงานในสถานีโทรทัศน์อาร์ทีคนอื่น ๆ ที่ปรากฏในรายชื่อดังกล่าว เธอกล่าวว่า "ทําได้ดีมาก ทีม [ของฉัน]"
อะไรคือข้อกล่าวหาต่อ RT

ที่มาของภาพ, Photo by SHAWN THEW/EPA-EFE/REX/Shutterstock
จอห์น เคอร์บี้ โฆษกความมั่นคงแห่งชาติของทําเนียบขาว กล่าวว่า “อาร์ทีไม่ใช่เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเครมลินอีกต่อไป แต่มันถูกใช้เพื่อส่งเสริมการกระทําที่ซ่อนเร้นของอิทธิพลรัสเซีย”
อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์อาร์ที ปฏิเสธข้อกล่าวหาต่าง ๆ โดยกล่าวในแถลงการณ์ต่อบีบีซีว่า "[ความทรงจำ] ปี 2016 หวนกลับมา และคงต้องการให้ภาพซ้ำซากจําเจกลับคืนมา"
“มีสามสิ่งที่แน่นอนในชีวิตเรา คือ ภาษี ความตาย และการแทรกแซงของสถานีโทรทัศน์ RT ในการเลือกตั้งของสหรัฐฯ” โฆษกของสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซียกล่าวเปรียบเปรยในแถลงการณ์
ซิโมเนียน คือใคร และเธอก้าวสู่ความโดดเด่นได้อย่างไร
ซิโมเนียนเกิดในภูมิภาคครัสโนดาร์ของรัสเซียในครอบครัวชาวอาร์เมเนีย ความสําเร็จทางวิชาการของเธอช่วยให้เธอได้รับตําแหน่งในโครงการแลกเปลี่ยนอันทรงเกียรติไปยังสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะมาที่เมืองนิวแฮมป์เชียร์ในปี 1995
ต่อมาเธอได้กลับมายังรัสเซียและกลายเป็นนักข่าวทีวี เธอเริ่มมีชื่อเสียงในปี 2004 เมื่อเธอรายงานเหตุการณ์วิกฤตการณ์ตัวประกันในโรงเรียนเบสลานโดยกลุ่มติดอาวุธเชเชน ที่จบลงในเวลาสามวันด้วยเหตุการณ์นองเลือดจากปฏิบัติการตอบโต้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ทําให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ในจำนวนนั้นมีเด็กรวมอยู่ด้วย 186 คน
สําหรับการรายงานเหตุการณ์นี้ ส่งผลให้ซิโมเนียนก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากที่เธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างและเป็นผู้นําองค์กรสื่อเครือข่ายระหว่างประเทศในชื่อว่า รัสเซีย ทูเดย์ (Russia Today) ในวัย 25 ปี ทั้งนี้ องค์กรดังกล่าวต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น RT
อุดมการณ์สำคัญ
นับจากจุดนั้น เป็นเวลากว่าสองทศวรรษ เธอกลายเป็นนักวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาต่อชาติตะวันตก และกลายเป็นผู้สนับสนุนที่แน่วแน่ของนายปูติน และยังเป็นประธานในเครือข่ายสื่อมวลชนหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นพัฒนาไปสู่สิ่งที่สหรัฐฯ อธิบายว่าเป็น "สื่อโฆษณาชวนเชื่อระหว่างประเทศหลักของรัฐบาลเครมลิน" เป็นศูนย์กลางของความพยายามที่ถูกกล่าวหาว่า ขัดขวางการเลือกตั้งประธานาธิบดี
เมื่อหลายปีผ่านไป ทั้งวาทกรรมทั้งจากเธอและสถานีโทรทัศน์ช่องของเธอก็แข็งขันขึ้น
ความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก

ที่มาของภาพ, Reuters
ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 และต้นทศวรรษ 2010 เมื่อความสัมพันธ์ของรัสเซียกับชาติตะวันตกเริ่มเสื่อมโทรมลง สถานีโทรทัศน์ของเธอเริ่มเผชิญกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโฆษณาชวนเชื่อที่สนับสนุนรัฐบาลเครมลินและการรายงานที่ลําเอียง
ต่อมาในปี 2014 หลังจากที่รัสเซียผนวกแคว้นไครเมียอย่างผิดกฎหมายและยึดครองบางส่วนของภาคตะวันออกของยูเครน วาทกรรมดังกล่าวกลายเป็นการสร้างความเกลียดชังอย่างเปิดเผยทั้งต่อยูเครนและชาติตะวันตก
การรายงานข่าวเริ่มอ้างถึงรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในยูเครนใน "ระบอบการปกครองของกรุงเคียฟ" และกล่าวหาประเทศตะวันตกว่า ยุยงให้ยูเครนเกิดการปฏิวัติศักดิ์ศรีที่มีแนวความคิดสนับสนุนสหภาพยุโรป และพยายามบ่อนทําลายหรือแม้แต่ทําลายรัสเซีย
แต่ ซิโมเนียนไม่ใช่แค่หัวหน้าการโฆษณาชวนเชื่อภายนอกของรัสเซียเท่านั้น เธอยังมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการสื่อสารภายในประเทศ โดยปรากฏตัวเป็นประจําในรายการทอล์คโชว์ทางทีวีทางการเมืองของรัสเซีย ซึ่งเป็นส่วนสําคัญของเครื่องจักรโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ
สงครามในยูเครนและวาทกรรมที่รุนแรงขึ้น
จากนั้นก็มาถึงการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022 และหลังจากการคุกคามเกิดขึ้นหลายปี ในที่สุดสหราชอาณาจักรก็ตัดสินใจสั่งห้ามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากสถานีโทรทัศน์ของเธอ ส่วนในรัสเซีย นักข่าวและบรรณาธิการชั้นนําหลายคนลาออก สะท้อนให้เห็นว่า เป็นการลาออกครั้งใหญ่เพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามดังกล่าว
ซิโมเนียนกล่าวหาอดีตเพื่อนร่วมงาน รวมั้งใครก็ตามที่ต่อต้านสงครามว่า "ไม่ใช่คนรัสเซียจริง ๆ "
นอกจากนี้ เธอยังมีบทบาทสําคัญในหนึ่งในเรื่องราวเกี่ยวกับสายลับครั้งสำคัญที่สุดของสงครามยูเครน โดยเผยแพร่บันทึกที่รั่วไหลของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศเยอรมนีที่ระบุถึงอาวุธพิสัยไกลที่สามารถมอบให้กับยูเครนได้รวมทั้งวิธีการใช้งาน
เธอได้ผลักดันแนวทางของรัสเซียที่ว่า ดินแดนของยูเครนที่ถูกยึดครองโดยรัสเซียควรจัดให้มีการลงประชามติ "และปล่อยให้ผู้คนอยู่กับคนที่พวกเขาต้องการอยู่ด้วย นั่นคือ ยุติธรรม"
ทัศนคติที่มีต่อชาติตะวันตก คือ “เราไม่ชอบคุณ”
มุมมองของซิโมเนียนที่มีต่อชาติตะวันตกได้รับการสรุปอย่างดีที่สุด มาจากความคิดเห็นของเธอในการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดกับบีบีซีในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่วลาดิเมียร์ ปูตินเตรียมรักษาตำแหน่งเป็นสมัยที่ห้าในฐานะประธานาธิบดีในการเลือกตั้งที่แทบไม่มีการแข่งขัน เพราะไม่มีผู้สมัครจากฝ่ายค้านได้รับอนุญาตให้ลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้
เมื่อถูกถามว่า มีผู้ท้าชิงที่จริงจังหรือไม่ เธอตอบว่า: "จําเป็นต้องมีคู่ต่อสู้ที่จริงจังหรือไม่? ทําไม? เพราะเราไม่เหมือนคุณ”
"และเราก็ไม่ไม่ชอบคุณมาก จริง ๆ "
รัฐบาลเครมลินตอบโต้มาตรฐการลงโทษของสหรัฐฯ ต่อผู้บริหารสื่อรัสเซียด้วยการสัญญาว่า จะจํากัดสื่ออเมริกันเช่นกัน
"การตอบสนองแบบเดียวกันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีสํานักข่าวของรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา และไม่มีช่องทีวีของรัฐในสหรัฐอเมริกา" ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวกับสํานักข่าว RIA Novosti ของทางการรัสเซีย
"แต่จะมีมาตรการที่นี่ที่จะจํากัดสื่อในการเผยแพร่ข้อมูลของพวกเขาอย่างแน่นอน"












