เหตุใดชาติตะวันตกจำกัดการใช้ขีปนาวุธของยูเครน?

A Storm shadow missile stands against the backdrop of some grey clouds with people wandering around looking at it from the opposite side of the camera.,

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหราชอาณาจักรได้จัดหาอาวุธขีปนาวุธพิสัยไกล “สตอร์ม ชาโดว์” (Storm Shadow) ให้กับยูเครน หลังจากที่รัฐบาลยูเครนร้องขอเพื่อใช้ในการต่อสู้กับกองกำลังรัสเซียที่รุกราน
    • Author, แฟรงก์ การ์ดเนอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคง

มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรกำลังเตรียมที่จะยกเลิกข้อจำกัดการให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียภายในเร็ว ๆ นี้ หลังยูเครนได้ร้องขอเรื่องนี้มาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว

เหตุใดตะวันจึงมีความลังเลและตั้งเงื่อนไขในการใช้ขีปนาวุธของยูเครน และขีปนาวุธเหล่านี้จะสร้างความแตกต่างอะไรให้กับสงคราม

“สตอร์ม ชาโดว์” คืออะไร ?

สตอร์ม ชาโดว์ (Storm Shadow) เป็นขีปนาวุธร่อนที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส โดยมีพิสัยการยิงสูงสุดประมาณ 250 กิโลเมตร ในฝรั่งเศส ขีปนาวุธนี้ถูกเรียกว่า “สคัลป์” (Scalp)

ขีปนาวุธนี้ถูกยิงจากอากาศยานและมีความเร็วในการเดินทางใกล้เคียงกับความเร็วเสียง ขีปนาวุธชนิดนี้จะบินติดพื้นดินเพื่อหลบหลีกการตรวจจับ ก่อนที่จะลดระดับลงและจุดชนวนหัวรบแรงระเบิดสูง

สตอร์ม ชาโดว์ ถือเป็นอาวุธที่เหมาะสมในการโจมตีบังเกอร์หรือโกดังเก็บกระสุนที่มีการป้องกันแข็งแกร่ง ซึ่งรัสเซียใช้ในสงครามกับยูเครน

ขีปนาวุธแต่ละลูกมีราคาสูงถึงเกือบ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.7 ล้านบาท) ดังนั้นการจะยิงแต่ละครั้งจึงต้องมีแผนการที่ละเอียดรอบคอบ ด้วยการใช้โดรนที่ราคาถูกกว่ามากยิงนำไปก่อนเพื่อสร้างความสับสนและทำให้ระบบป้องกันทางอากาศของศัตรูอ่อนแอลง เช่นเดียวกับที่รัสเซียใช้ในยูเครน สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้ส่งขีปนาวุธนี้ให้ยูเครนแล้ว แต่มีเงื่อนไขว่าต้องยิงเฉพาะเป้าหมายภายในพรมแดนของยูเครนเท่านั้น

ขีปนาวุธเหล่านี้ถูกนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยการโจมตีสำนักงานใหญ่ของกองทัพเรือทะเลดำของรัสเซียที่เซวาสโตโปล (Sevastopol) และทำให้คาบสมุทรไครเมียไม่ปลอดภัยสำหรับกองทัพเรือรัสเซีย

จัสติน ครัมป์ นักวิเคราะห์ทางทหาร อดีตนายทหารกองทัพบกสหราชอาณาจักร และซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาซิบิลลีน (Sibylline) กล่าวว่า สตอร์ม ชาโดว์ เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงมากสำหรับยูเครน สามารถโจมตีเป้าหมายที่ได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนาในดินแดนที่ถูกยึดครองได้อย่างแม่นยำ

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่รัฐบาลยูเครนเรียกร้องให้ใช้ขีปนาวุธนี้ในการโจมตีภายในรัสเซีย โดยเฉพาะเป้าหมายที่เป็นสนามบินที่ใช้สำหรับการโจมตีด้วยระเบิดร่อนที่ขัดขวางการรุกของยูเครนในแนวหน้า” ครัมป์กล่าว

ทำไมยูเครนต้องการขีปนาวุธตอนนี้ ?

ยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีทุกวันจากรัสเซีย ทั้งในเมืองและแนวหน้า

ขีปนาวุธและระเบิดชนิดร่อนจำนวนมากที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อฐานทัพ อาคารชุด และโรงพยาบาล มาจากอากาศยานของรัสเซียที่ยิงจากภายในรัสเซียเอง

รัฐบาลยูเครนได้ร้องเรียนว่าการไม่ได้รับอนุญาตให้โจมตีฐานที่มาของการโจมตีเหล่านี้ เปรียบเสมือนการต่อสู้ในสงครามโดยมีแขนข้างหนึ่งถูกมัดอยู่

ในการประชุมความมั่นคงโลก (GLOBSEC) ที่บีบีซีได้เข้าร่วมในปรากเดือนนี้ มีข้อสังเกตด้วยซ้ำว่า ฐานทัพอากาศของรัสเซียได้รับการปกป้องมากกว่าประชาชนยูเครนที่ถูกโจมตี เนื่องจากข้อจำกัดในการโจมตีฝ่ายรัสเซีย

Ukrainian emergency service workers extinguish a fire in a factory after a Russian shelling as the Russia-Ukraine war continues in Kostiantinivka, Ukraine.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ยูเครนตกอยู่ภายใต้การโจมตีจากรัสเซียทุกวัน

ยูเครนมีโครงการโดรนระยะไกลที่มีนวัตกรรมและมีประสิทธิภาพของตัวเอง

การโจมตีด้วยโดรนเหล่านี้บางครั้งทำให้รัสเซียไม่ทันตั้งตัว และสามารถเจาะลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซียเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม โดรนเหล่านี้มีความสามารถในการบรรทุกไม่มาก และส่วนใหญ่ถูกตรวจพบและสกัดกั้นได้

รัฐบาลยูเครนยืนยันว่าหากต้องการหยุดการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย ยูเครนจำเป็นต้องใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล เช่น สตอร์ม ชาโดว์ และระบบที่เทียบเท่า รวมถึงระบบขีปนาวุธ ATACMS ของอเมริกา ซึ่งมีพิสัยการยิงยาวถึง 300 กิโลเมตร

ทำไมที่ผ่านมาตะวันตกถึงลังเล?

คำตอบคำเดียวคือ การยกระดับของสงคราม

รัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่า แม้เส้นแดงที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ขู่ไว้มาจนถึงขณะนี้จะเป็นเพียงการขู่ที่ว่างเปล่า แต่การอนุญาตให้ยูเครนโจมตีเป้าหมายลึกในรัสเซียด้วยขีปนาวุธที่สหรัฐฯ หรือชาติตะวันตกจัดหามา อาจผลักดันให้ปูตินตอบโต้อย่างจริงจัง

ทำเนียบขาวกลัวว่า กลุ่มที่มีแนวทางแข็งกร้าวในรัฐบาลเครมลินอาจเรียกร้องให้การตอบโต้มาในรูปแบบของการโจมตีจุดขนส่งขีปนาวุธที่มุ่งหน้าไปยังยูเครน เช่น ฐานทัพอากาศในโปแลนด์

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโจ ไบเดน และประธานาธิบดียูเครน นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวปราศรัยในการประชุมสุดยอดนาโตครั้งล่าสุดที่กรุงวอชิงตัน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโจ ไบเดน และประธานาธิบดียูเครน นายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี กล่าวปราศรัยในการประชุมสุดยอดนาโตครั้งล่าสุดที่กรุงวอชิงตัน

หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น อาจมีการอ้างใช้มาตรา 5 ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ซึ่งหมายความว่าพันธมิตรนาโตทั้งหมดจะอยู่ในภาวะสงครามกับรัสเซีย

นับตั้งแต่การรุกรานยูเครนครั้งใหญ่ของรัสเซียเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2022 ทำเนียบขาวมีเป้าหมายที่จะให้การสนับสนุนแก่ยูเครนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ถูกดึงเข้าสู่การสู้รบโดยตรงกับรัสเซีย ซึ่งจะเสี่ยงนำไปสู่สิ่งที่ไม่คาดคิด นั่นคือการโจมตีระหว่างกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่ร้ายแรง

สตอร์มชาโดว์ จะสร้างความแตกต่างให้กับสงครามอย่างไร?

แม้ว่าจะได้รับการอนุมัติ แต่ก็อาจเป็นเรื่องที่สายเกินไปเล็กน้อย ยูเครนได้ร้องขอการใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลของตะวันตกภายในรัสเซียมานานจนมอสโกได้เตรียมการล่วงหน้าสำหรับความเป็นไปได้ที่ข้อจำกัดนี้จะถูกยกเลิก

รัสเซียได้เคลื่อนย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิด ขีปนาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนที่ใช้ปกป้องสิ่งเหล่านี้ถอยไปอยู่หลังแนวรบ ห่างจากพรมแดนยูเครน และอยู่นอกพิสัยของขีปนาวุธสตอร์มชาโดว์

อย่างไรก็ตาม จัสติน ครัมป์ จาก Sibylline กล่าวว่า แม้ว่าระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซียจะพัฒนาเพื่อตอบโต้การคุกคามของสตอร์มชาโดว์ภายในยูเครน แต่การรับมือกับขอบเขตอันกว้างใหญ่ของดินแดนรัสเซียที่จะถูกเปิดเผยต่อการโจมตีนั้น เป็นงานที่ยากกว่ามาก

“สิ่งนี้จะทำให้การขนส่งทางทหาร การสั่งการและควบคุม และการสนับสนุนทางอากาศยากขึ้น และถึงแม้ว่าเครื่องบินรัสเซียจะถอยห่างจากพรมแดนยูเครนเพื่อหลีกเลี่ยงภัยคุกคามจากขีปนาวุธ พวกเขาก็ยังต้องเจอกับเวลาและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อหนึ่งเที่ยวบินในการปฏิบัติการที่แนวหน้า”

แมทธิว ซาวิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ทางทหารที่สถาบันวิจัย Rusi เชื่อว่าการยกเลิกข้อจำกัดจะให้ประโยชน์หลักสองประการแก่ยูเครน ประการแรก อาจช่วยให้ระบบอื่น ๆ อย่าง Atacms ถูกนำมาใช้ได้

ประการที่สอง มันจะสร้างปัญหาให้รัสเซียว่าจะต้องวางระบบป้องกันอากาศไว้ที่ไหน ซึ่งเขากล่าวว่าจะทำให้โดรนของยูเครนสามารถเจาะเข้ามาได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ซาวิลล์กล่าวในท้ายที่สุดว่า ขีปนาวุธสตอร์มชาโดว์ อาจไม่สามารถพลิกเกมสงครามได้