ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยูเครนไม่น่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุกราดยิงกลางคอนเสิร์ต อย่างที่รัสเซียกล่าวอ้าง

stock photo

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, โอกา โรบินสัน, ชายาน ซาร์ดาริเซเดห์, พอล บราวน์
    • Role, บีบีซีเวริฟาย

รัฐบาลรัสเซียออกมากล่าวโทษยูเครนอย่างต่อเนื่อง ว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีคอนเสิร์ตในกรุงมอสโกอันนองเลือด แม้กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสจะออกมาอ้างว่าตนอยู่เบื้อง และยูเครนก็ออกมาปฏิเสธ

ทีมบีบีซีเวริฟายตรวจสอบแถลงการณ์จากรัฐบาลรัสเซีย รายงานข่าว และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกล่าวโทษรัฐบาลยูเครนโดยรัสเซีย

ข้อกล่าวหาแรก ๆ

Mosco Attack

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพความเสียหายของโครคัส ซิตี ฮอลล์ ในช่วงเช้าหลังวันเกิดเหตุ

ข้อกล่าวหาแรก ๆ เกิดขึ้นแทบจะทันทีบนสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ในช่วงเวลา 17.15 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) หลังจากที่มีรายงานการโจมตีในโครคัส ซิตี ฮอลล์ (Crocus City Hall)

กลุ่มผู้เขียนบล็อกที่มีจุดยืนทางการเมืองสนับสนุนรัฐบาลรัสเซียออกมาโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรม (Telegram) โทษรัฐบาลยูเครน ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงหลังเกิดเหตุ

ตัวอย่างเช่น เซอร์เกย์ มาร์คอฟ นักวิจารณ์ที่สนับสนุนรัสเซีย ออกมาโพสต์ในเวลา 18.25 น. (GMT) ว่า กลุ่มผู้โจมตีดูเหมือนกับ "กลุ่มอิสลามหัวรุนแรง" แต่กล่าวเสริมโดยไม่มีหลักฐานประกอบว่า การโจมตีครั้งนี้ "น่าจะถูกจัดตั้งโดยรัฐบาลยูเครน"

ราว 40 นาทีต่อมา (19.03 น. GMT) หนังสือพิมพ์ Moskovsky Komsomolets ของรัสเซีย อ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านกองทัพอย่าง โรมัน ชคูร์ลาทอฟ ที่กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้อาจถูกจัดตั้งโดยหน่วยรักษาความปลอดภัยและหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัฐบาลยูเครน

และในเวลา 19.27 น. (GMT) อดีตประธานาธิบดีรัสเซียอย่าง ดมิทรี เมดเวเดฟ ออกมาสาบานว่าจะแก้แค้นให้ได้หากยูเครนมีส่วนเกี่ยวข้อง

การอ้างความรับผิดชอบปลอม ๆ

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ณ. เวลา 22.13 น. (GMT) ช่อง NTV ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทีวีหลักของรัสเซีย ได้ออกอากาศคลิปวิดีโอ โดยอ้างว่าเป็นคลิปเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครน ยืนยันการมีส่วนร่วมของประเทศตนเองในเหตุโจมตีครั้งนี้

ในวิดีโอดังกล่าว โอเล็กซีย์ ดานิลอฟ เลขาธิการสภาป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติยูเครน ดูเหมือนจะพูดประโยคว่า "ที่มอสโกวันนี้สนุกมาก ผมคิดว่ามันสนุกมาก ๆ เลย ผมอยากจะเชื่อว่าเราจะจัดงานสนุก ๆ แบบนี้ให้พวกเขาบ่อยขึ้น"

อย่างไรก็ดี ทีมบีบีซีเวริฟายตรวจสอบพบว่า คลิปดังกล่าวเป็นวิดีโอที่ถูกตัดต่อมาจากบทสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในยูเครน 2 ครั้ง ซึ่งออกอากาศไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า

Screenshot

ที่มาของภาพ, NTV

คำบรรยายภาพ, ทีมบีบีซีเวริฟายตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าคลิปวิดีโอที่สำนักข่าว NTV นำเสนอ เป็นการตัดต่อคลิปสัมภาษณ์สองคลิปเข้าด้วยกัน

บทสัมภาษณ์ทั้งสองครั้งนี้สามารถดูได้บนยูทิวบ์ บทสัมภาษณ์ครั้งแรกกับ โอเล็กซีย์ ดานิลอฟ ออกอากาศเมื่อวันที่ 19 มี.ค. และอีกคลิปเป็นบทสัมภาษณ์กับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารยูเครน คิริโล บูดานอฟ ซึ่งออกอากาศสามวันก่อนหน้านั้น

ทั้งนี้ คำพูดของดานิลอฟที่ปรากฏในวิดีโอของ NTV ไม่ได้ปรากฏอยู่ในบทสัมภาษณ์ต้นฉบับ

ผลการวิเคราะห์เสียงที่ดำเนินการโดยกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีนิติเวชขั้นสูงแห่งมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล จอห์น มัวร์ส สำหรับทีมบีบีซีเวริฟาย ชี้ให้เห็นว่าเสียงในวิดีโอของ NTV ถูกดัดแปลง

ข้อมูลจากการวิเคราะห์ความถี่เสียงบ่งชี้ว่ามีการตัดต่อเสียง อย่างไรก็ตาม นักวิจัยไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) หรือไม่

นอกจากนี้ ทีมบีบีซีเวริฟายยังพบข้อมูลที่ฝังอยู่ภายในไฟล์เสียง ซึ่งบ่งชี้ว่าไฟล์เสียงนั้นผ่านโปรแกรมตัดต่อมาแล้ว

"ช่องทาง" สำหรับการข้ามชายแดน

Putin

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า กลุ่มนักสังหารถูกจับกุมตัวขณะที่พวกเขาพยายามหนีไปยังยูเครน

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกมากล่าวหายูเครนอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในสุนทรพจน์ของปูติน เขากล่าวว่าผู้ก่อเหตุถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนีไปยังยูเครน โดยประธานาธิบดีรัสเซียอ้างว่า "มีการเตรียมช่องทางไว้สำหรับให้พวกเขาข้ามชายแดน"

อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่ได้แสดงหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างเรื่อง "ช่องทาง" ที่จะใช้พาตัวผู้ก่อเหตุข้ามแดน

แม้ว่าทีมบีบีซีเวริฟายจะไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระว่าผู้ต้องสงสัยกำลังมุ่งหน้าไปทางใด แต่เราได้ตรวจสอบวิดีโอและรูปภาพหลายรายการที่แสดงให้เห็นการจับกุมตัวพวกเขา และแม้ปูตินจะอ้างว่า การจับกุมเกิดขึ้นใกล้ชายแดนยูเครน แต่แท้จริงแล้วการจับกุมเกิดขึ้นไกลจากชายแดนยูเครนเป็นอย่างมาก

ด้วยการเปรียบเทียบรายละเอียดสภาพแวดล้อมโดยรอบ เราสามารถระบุได้ว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุม 2 คนถูกบันทึกภาพไว้ ณ จุดที่ห่างจากชายแดนยูเครนประมาณ 90 ไมล์ (145 กม.)

Isis

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกมาอ้างความรับผิดชอบว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี ผ่านสำนักข่าว Amaq

ในขณะที่ยูเครนปฏิเสธความเกี่ยวข้องใด ๆ ในเหตุโจมตีครั้งนี้ แต่กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบผ่านสำนักข่าว Amaq ซึ่งเป็นสื่อของกลุ่ม

ทางไอเอสได้เผยแพร่หลักฐานภาพประกอบ ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายของผู้ก่อเหตุทั้งสี่คน โดยปิดบังใบหน้า และวิดีโอที่แสดงภาพที่โหดร้ายรุนแรงมาก ซึ่งถ่ายจากมุมมองของผู้ก่อเหตุคนหนึ่ง

รายละเอียดหลายอย่าง เช่น ลักษณะของหอประชุมและปืนที่ผู้ก่อเหตุใช้ ตรงกับวิดีโอที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุโจมตี

แม้จะมีหลักฐานดังกล่าว แต่รัสเซียก็ยังคงกล่าวโทษยูเครนต่อไป

มาร์การิตา ซิมอนเนียน บรรณาธิการบริหารของเครือข่ายโทรทัศน์รัสเซีย RT (เดิมชื่อรัสเซีย ทูเดย์) โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่าผู้โจมตีไม่ใช่กลุ่มไอเอส เพราะพวกเขาไม่ได้สวมเสื้อกั๊กที่ติดระเบิดฆ่าตัวตาย และ "ไม่มีเจตนาที่จะพลีชีพ"

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กลุ่มไอเอสเตือนผู้ปฏิบัติการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าให้ถูกจับเป็น แต่ก็มีผู้โจมตีของกลุ่มที่เคยหลบหนีได้มาก่อน

ตัวอย่างเช่น ในปลายปี 2022 หนึ่งในผู้ปฏิบัติการโจมตีของไอเอสที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีโรงแรมในกรุงคาบูล สามารถหลบหนีไปได้และต่อมาได้ดำเนินการโจมตีพลีชีพ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวถูกรายงานผ่านสื่อของไอเอส ซึ่งทีมบีบีซีมอนิเตอร์ริงติดตามอยู่

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย ?

ผู้ก่อการร้ายขับรถยนต์เรโนลต์สีขาว ซึ่งตรงกับยานพาหนะที่ผู้ก่อการใช้หลบหนีออกจากฮอลล์แสดงคอนเสิร์ตซึ่งปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโออีกอัน ก่อนที่จะถูกควบคุมตัว

อเล็กซานเดอร์ คินชไตน์ สมาชิกสภาดูมาแห่งรัสเซีย ระบุว่า ชายคนหนึ่งถูกจับกุมใกล้กับยานพาหนะคันดังกล่าว ขณะที่อีกสามคนหลบหนีเข้าไปในป่าใกล้เคียง ก่อนที่จะถูกจับกุมหลังมีปฏิบัติการค้นหา

คินชไตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า อาวุธและหนังสือเดินทางของประเทศทาจิกิสถานถูกยึดได้จากรถยนต์เรโนลต์

เมื่อวันอาทิตย์ มีการเผยแพร่ภาพวิดีโอของชายเหล่านี้ที่ถูกควบคุมตัวเข้าสู่ศาลในกรุงมอสโก โดยทางการรัสเซียระบุชื่อพวกเขาว่าคือ ดาเลอร์ซอด มีร์โซเยฟ, ไซดาครามี มูโรดาอี ราชาบาลิโซดา, ซัมซิดิน ฟาริดูนี และ มูฮัมมัดโซบีร์ ฟาร์ซอฟ

screenshot
คำบรรยายภาพ, ไอเอสเผยแพร่วิดีโอที่แสดงให้เห็นผู้ก่อเหตุโจมตีทั้ง 4 ราย ซึ่งมีผ้าปิดบังใบหน้าและถูกเบลอ

ในภาพที่เผยแพร่โดยไอเอส ผู้ต้องสงสัย 3 คน สวมเสื้อยืดสีน้ำตาลอ่อน เสื้อยืดสีเขียวอ่อน และเสื้อโปโลสีเทา

เสื้อทั้งสามตัวนี้เหมือนกับเสื้อที่กลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ทางการรัสเซียจับกุมตัวได้สวมใส่

ตัวอย่างเช่น โลโก้สองอันบนเสื้อยืดสีน้ำตาลอ่อนที่สวมใส่โดย ราชาบาลิโซดา ก็ปรากฏชัดเจนในวิดีโอที่เผยแพร่โดยไอเอส นอกจากนี้เขายังเรียกตัวเองด้วยชื่อเดียวกันระหว่างการสอบสวนครั้งต่อมา

ผู้ต้องสงสัย มีร์โซเยฟ ซึ่งเสื้อของเขาไม่ปรากฏในภาพของไอเอส ถูกควบคุมตัวขณะสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียว กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน และเข็มขัดสีดำ เสื้อผ้าทั้งสามชิ้นนี้ สวมใส่โดยมือปืนในวิดีโอของไอเอส

เชื่อได้แค่ไหนว่าไอเอสอยู่เบื้องหลัง ?

การมีอยู่ของวิดีโอภาพที่โหดร้ายรุนแรงที่ผู้ก่อการร้ายถ่ายทำขณะฆ่าคน การใช้สโลแกนที่พบได้ทั่วไปในหมู่ผู้โจมตีของไอเอสในวิดีโอ และการเผยแพร่วิดีโอผ่านสื่ออย่างเป็นทางการของไอเอส สอดคล้องกับวิถีปฏิบัติการของกลุ่ม

สื่อรัสเซียได้เผยแพร่ภาพของผู้โจมตีคนหนึ่ง ว่าปรากฏตัวอยู่ภายในหอประชุมโครคัส ซิตี ฮอลล์ ก่อนเกิดเหตุถึงสองสัปดาห์ บ่งชี้ว่าการโจมตีนี้มีการวางแผนกันมาก่อน

ไอเอส มักรอการยืนยันชะตากรรมของผู้ก่อเหตุโจมตีก่อนที่จะประกาศความรับผิดชอบ หากผู้โจมตีเสียชีวิต ก็จะป้องกันไม่ให้หน่วยข่าวกรองดึงข้อมูลภายด้วยการซักถามหรือการทรมานได้

ดังนั้น การอ้างความรับผิดชอบในขณะที่ผู้ก่อเหตุยังไม่เสียชีวิตนับว่าไม่ปกติ และบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นของไอเอสในการยืนยันบทบาทของตนในการโจมตีครั้งนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไอเอสโจมตีรัสเซีย มีการโจมตีครั้งใหญ่สองครั้งในปี 2015 และ 2018 รวมถึงการโจมตีที่รุนแรงน้อยกว่าอื่น ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา