คำเตือนการโจมตีกาซามาล่วงหน้าเพียง 5 นาทีเท่านั้น

ที่มาของภาพ, Getty images
- Author, อัดนาน อัลเบิร์ช
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
- Reporting from, Gaza
ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น กลุ่มอาคารในย่าน อัล ซาห์รา แหล่งที่พักอาศัยใจกลางฉนวนกาซา ก็ถูกทำลายลงเหลือเพียงกองเศษซากปรักหักพังจากการโจมตีทางอากาศจากฝ่ายอิสราเอล
อาคารที่พักอีกอย่างน้อย 25 แห่งในย่านคนรวยที่เคยเงียบสงบกลับตกเป็นเป้าหมายการโจมตีครั้งนี้
อัมม์ ซาลิม อัล-ซาฟิน หญิงสาวรายหนึ่งที่เพิ่งสูญเสียที่พำนักร้องไห้อย่างขมขื่น ขณะที่บอกเราว่า กองทัพอิสราเอลมีคำสั่งให้พวกเธออพยพออกจากบ้านก่อนเวลา 20.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันพฤหัสบดีที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นการโจมตีทางอากาศก็เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 21.00 น. ไปจนถึงรุ่งเช้าราว 7.00 น. ของวันศุกร์

ในอาคารที่พักของเธอ มีคนอยู่อาศัยทั้งหมด 20 ครอบครัว ต่างคนต่างไม่รู้ว่าจะหนีไปไหน
"พวกเราเป็นเพียงพลเรือนที่อยู่ในบ้านอย่างสันติ เหตุใดพวกเขาจึงต้องมาทิ้งระเบิดโจมตีพวกเรา พวกเราไปทำอะไรให้" อัมม์ โมฮัมเหม็ด หญิงชาวกาซาที่ต้องสูญเสียบ้านที่เธอรักอีกรายเล่าให้ฟัง
การที่อาคารในเขตอัล ซาห์รา ตกเป็นเป้าการโจมตีในครั้งนี้ ถือเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ที่มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยคนหลายแสนราย เนื่องจากอาคารแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวกาซากว่า 5,000 คน
"นี่คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" อาบู รามี ชาวกาซาที่เพิ่งสูญเสียบ้านไป เล่าให้ฟังว่า บางครอบครัวที่ไม่ยอมหนีไปก็ถูกฝังทั้งเป็นใต้ซากปรักหักพัก ขณะที่การค้นหาร่างพวกเขาหรือผู้ที่รอดชีวิตก็เป็นไปไม่ได้เพราะหน่วยฉุกเฉินและรถพยาบาลไม่สามารถเดินทางเข้าไปในพื้นที่ได้ รวมทั้งยังขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นในการค้นหาและกู้ภัยอีกด้วย
"ทุกอย่างที่เคยมี ไม่ตอนนี้ไม่มีอยู่แล้ว" ชาวเมืองกาซาหลายคนบอกกับบีบีซีหลังจากที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ซากอาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของพวกเขา โดยหวังจะสามารถค้นหาสิ่งของที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายใต้เศษซากอาคาร บางคนใช้ผ้าปูเตียงห่อเสื้อผ้าที่เก็บได้บางส่วนมารวมกันไว้ รวมถึงหยิบหมอน ฟูกนอน และผ้าห่ม บางส่วนติดออกมาด้วย

ที่มาของภาพ, Getty images
ในระหว่างที่ชาวกาซากำลังค้นหาสิ่งของอยู่นั้น โดยมีทีมงานบีบีซีอยู่ในพื้นที่ด้วย ทันใดนั้น พวกเขาต้องหยุดค้นหาทันทีเมื่อมีชาวเมืองรายหนึ่งบอกว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากกองทัพอิสราเอล ซึ่งสั่งให้พวกเขาอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากกองทัพอิสราเอลกำลังจะทำลายหนึ่งในอาคารที่ยังเหลืออยู่
บีบีซีสอบถามไปยังกองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ ว่า การโจมตีครั้งนี้มีจุดใดเป็นเป้าหมายเฉพาะในย่านอัล ซาห์รา แต่กลับได้คำตอบว่า พวกเขาต้องการใช้กำลังเพื่อกวาดล้างกองกำลังกลุ่มฮามาส รวมถึงศักยภาพในการปฏิบัติการของฮามาส เพื่อตอบโต้การเปิดฉากโจมตีอิสราเอลอย่างป่าเถื่อนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
"ไอดีเอฟปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และดำเนินมาตรการป้องกันเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อปกป้องพลเรือน ซึ่งแตกต่างอย่างชิ้นเชิงเมื่อเทียบกับเจตนาในการโจมตีของกลุ่มฮามาสที่พุ่งเป้าไปยังชีวิตชาวอิสราเอล ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก" เจ้าหน้าที่จากกองทัพอิสราเอลกล่าวย้ำ

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำหรับอาคารที่พักย่านอัล ซาห์รา ได้รับการพัฒนาจากพื้นที่ว่างเปล่าในช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ภายใต้คำสั่งของอดีตประธานาธิบดียัสเซอร์ อาราฟัต ของปาเลสไตน์ โดยหวังว่าจะป้องกันการขยายนิคมเนตซาริม ซึ่งติดทางตอนเหนือของฉนวนกาซาได้
อาคารสถานที่ รวมทั้งถนนต่าง ๆ ในย่านนี้สร้างขึ้นในแบบทันสมัย มีอาคารสูงที่ใช้เป็นที่พักรองรับผู้อยู่อาศัยหลายหมื่นคน นอกจากนี้ในพื้นที่ ยังมีองค์กรสาธารณะต่าง ๆ มหาวิทยาลัย และโรงเรียน ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย

ที่มาของภาพ, Al Zahra Municipality
ฮัมซา ชาวเมืองกาซาในเขตอัล ซาห์รา บอกทีมข่าวว่า เขตนี้ถือว่าอยู่ห่างไกลจากการปฏิบัติการทางทหารครั้งก่อน ๆ และไม่เคยตกเป็นเป้าการโจมตีในสงครามที่เกิดขึ้นในอดีต
ดังนั้น สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสวรรค์ที่มีความปลอดภัยสำหรับกลุ่มผู้ไร้บ้านที่อพยพมาจากพื้นที่อื่นนับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาสปะทุขึ้นครั้งล่าสุด และชาวเมืองในเขตนี้ต่างก็อ้าแขนต้อนรับญาติ ๆ ที่ไร้บ้านมาพักอยู่ด้วยกัน ซึ่งอพาร์ทเมนท์หนึ่งยูนิตสามารถรองรับได้สองครอบครัวขึ้นไป
แต่เมื่ออาคารที่พักถูกทำลาย ทั้งเจ้าของบ้านและแขกผู้อพยพมาพักด้วย ต่างก็ต้องกลายเป็นผู้ที่ไร้ที่พักพิง หรือแม้แต่กลุ่มผู้ที่มีบ้าน แต่ยังไม่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ก็ยังไม่สามารถกลับไปยังบ้านพักได้ เนื่องจากกลัวว่าพวกเขาจะโดนระเบิดได้ทุกเมื่อ
ฮัมซา ที่ขณะนี้ต้องกลายเป็นผู้อพยพและอาศัยอยู่กับญาติ อธิบายสถานการณ์อันเลวร้ายครั้งนี้ว่าเป็น "หายนะทางมนุษยธรรม"
"คำเตือนการโจมตีกาซามาล่วงหน้าเพียง 5 นาทีเท่านั้น" เขากล่าวทิ้งท้าย







