ร.10 : รายงานสภาฯ เยอรมนีระบุกษัตริย์ไทยได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตในประเทศ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์สอดแนม

Exterior view of the Grand Hotel Sonnenbichl in Garmisch-Partenkirchen, Germany, 27 October 2020. According to media reports, the town"s Grand Hotel Sonnenbichl was chosen by Thai King Maha Vajiralongkorn and his entourage to spend their quarantine amid the ongoing coronavirus pandemic. Local media report that the Thai monarch, who was crowned Rama X in 2019, lives for much of his time with his household in the southern German state of Bavaria. EPA/PHILIPP GUELLAND

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, โรงแรมที่สื่อเยอรมันรายงานว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์ไทย

เปิดรายงานของสภาผู้แทนราษฎร เยอรมนี ระบุกษัตริย์ไทยได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์สอดแนมขณะประทับในประเทศ แต่มีสิทธิ์เชิญออกนอกประเทศหากพบหลักฐานทำผิดกฎหมายเยอรมนี

น.ส. เซวีม ดาเดเลน ส.ส. จาก พรรคฝ่ายซ้าย (DIE LINKE) และ สมาชิกกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร ของเยอรมนี เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า เธอและ ส.ส.หญิงร่วมพรรคอีก 1 คน ได้ส่งคำร้องไปที่สำนักบริการวิชาการ (WD) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ เมื่อ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ขอให้จัดทำรายงานการเสด็จประทับในเยอรมนีของกษัตริย์ไทย ในรอบหลายปีที่ผ่านมา หลังผ่านไป 1 สัปดาห์ WD ได้นำเสนอรายงานสาธารณะ 15 หน้า ในหัวข้อ "ความเคลื่อนไหวของประมุขต่างชาติบนดินแดนเยอรมนี"

Exterior view of a villa presumably belonging to Thailand"s King Maha Vajiralongkorn at Starnberg lake in Tutzing, Germany, 27 October 2020. Local media report that the Thai monarch, who was crowned Rama X in 2019, lives for much of his time with his household in the southern German state of Bavaria. EPA/PHILIPP GUELLAND

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, หน้าบ้านพักหลังใหญ่ในเขตทุตซิงที่กลุ่มผู้ประท้วงชาวไทยในต่างแดนเชื่อว่าเป็นพระตำหนักริมทะเลสาบในแคว้นบาวาเรีย

ส.ส.หญิงวัย 45 ปีที่มีเชื้อสายเคิร์ด ระบุว่า เธอติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประท้วงด้วยความเห็นอกเห็นใจ ได้เห็นประชาชนนับหมื่นออกมาตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องให้ยกเลิกระบบเพื่อชนชั้นสูง และยุติการคุกคามประชาชน ดังนั้นพรรคฝ่ายซ้ายขอร่วมใน "ภราดรภาพกับกลุ่มพลังก้าวหน้าทั่วโลกที่ยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความยุติธรรม"

ด้วยเหตุนี้ เธอตัดสินใจร้องต่อสำนักบริการวิชาการ ให้จัดทำรายงานชิ้นนี้ออกมา เพราะสงสัยในข้อกฎหมาย ว่าประมุขต่างแดนสามารถบริหารราชการแผ่นดินขณะพำนักในเยอรมนีเป็นเวลานานได้หรือไม่

"กษัตริย์วชิราลงกรณ์ของไทยประทับอยู่ที่โรงแรมหรูในแคว้นบาวาเรียเป็นเวลาหลายเดือน คงเป็นเรื่องไร้เดียงสาที่จะเชื่อว่ากษัตริย์ของไทยไม่ทรงงานขณะพำนักอยู่ที่นี่ ทั้งที่มีข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าพระองค์ไม่ได้ทรงแต่งตั้งผู้แทนพระองค์ให้ปฏิบัติงานแทนขณะไม่ได้พำนักในประเทศไทย แม้แต่รัฐบาลเยอรมนีก็มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหา" 1 ใน 69 ส.ส. ของพรรคฝ่ายซ้าย กล่าวกับบีบีซีไทย

สภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนีมีสมาชิกทั้งหมด 709 คน

ส.ส.เยอรมนี

ที่มาของภาพ, https://www.sevimdagdelen.de

คำบรรยายภาพ, น.ส. เซวีม ดาเดเลน ส.ส. จาก พรรคฝ่ายซ้าย
line

รัฐบาลไทยไม่เคยชี้แจง

นับตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. รัฐบาลและรัฐสภาของเยอรมนีหยิบยกเรื่องการประทับในเยอรมนีของพระมหากษัตริย์ไทยมาพูดในที่สาธารณะบ่อยครั้ง หลังสื่อมวลชนเยอรมันรายงานพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในรัฐบาวาเรียมาตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนีรายงานว่า รัฐบาลเยอรมนี ระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกระทำการใดที่ผิดกฎหมาย ในเยอรมนี ประเทศที่พระองค์ทรงประทับอยู่เกือบตลอดปีนี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศในกรุงเบอร์ลินเปิดเผยกับบีบีซีไทย เมื่อ 13 พ.ย. ว่า"กระทรวงการต่างประเทศรับรู้มาตลอดว่าพระมหากษัตริย์ของไทยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์เยือนเยอรมนีสม่ำเสมอ ในขณะนี้พระองค์มิได้ประทับอยู่ในเยอรมนี"

ทว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ไม่เคยออกมาชี้แจงต่อประชาชนในเรื่องนี้ จนกระทั่งวันที่ 12 พ.ย. ปีนี้ ม.ร.ว. จิราคม กิติยากร สมาชิกราชสกุลกิติยากร โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก Chirakom Kitiyakara ออกมาอธิบายสาเหตุการเสด็จเยอรมนี

"ที่พวกฝรั่งออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันฯ พูดว่า ร.10 เอาแต่ไปอยู่เยอรมันนี .........และใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริง มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อน เพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังฆยานาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้น อาจคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร"

line
นายกฯ

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง

คำบรรยายภาพ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรทัศนียภาพบริเวณสระบ่อดินขาว โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เฝ้าฯรับเสด็จ ณ สระบ่อดินขาว ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ 24 พ.ย. 2563

ประเด็นศึกษาในรายงาน

รายงานฉบับนี้ แบ่งประเด็นการศึกษาออกเป็น 3 หัวข้อหลัก คือ

  • กษัตริย์ไทยในรัฐบาวาเรีย
  • ขอบเขตกฎหมายระหว่างประเทศสำหรับพฤติการณ์ของผู้นำต่างชาติในเยอรมนี
  • ข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับการพำนักในบาเยิร์น

สาระสำคัญของรายงานคือ การเริ่มพิจารณาจาก มาตรา 16 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ระบุว่า "ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งบุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นคณะขึ้น ให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ"

เมื่อไม่พบว่าทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ คณะผู้ศึกษารายงานนี้จึงไปพิจารณาว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชกรณียกิจใดบ้าง ขณะประทับในเยอรมนี และทรงกระทำการใดที่ผิดกฎหมายเยอรมนีหรือไม่

ผลการศึกษาในกรอบที่ตั้งไว้พบว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับความคุ้มครองทางการทูต ขณะทรงพำนักที่วิลลาหรูในรัฐบาวาเรีย รัฐบาลเยอรมนีแทบไม่มีอำนาจใดเลยที่จะดำเนินคดีกับพระองค์ หรือเฝ้าติดตามพระจริยวัตรของพระองค์ หากสงสัยว่าทรงกระทำความผิดในเยอรมนี

สำนักบริการวิชาการ (WD) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ

ที่มาของภาพ, สำนักบริการวิชาการ (WD) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้

คำบรรยายภาพ, หน้าปกรายงาน 15 หน้า โดย สำนักบริการวิชาการ (WD) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ

ไมเคิล ฟิชเชอร์ ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวดีพีเอรายงานจากกรุงเบอร์ลินว่า เมื่อ 11 พ.ย. ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นเจ้าของวิลลาแถบเทือกเขาบาวาเรียนแอลป์ส ขณะที่ในช่วงก่อนหน้าของปีนี้ ระหว่างล็อกดาวน์ซึ่งสืบเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 พระองค์ทรงประทับอยู่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใน การ์มิช-พาร์เทินเคียร์เชิน (เมืองชนบททางใต้ของรัฐบาวาเรีย ติดกับพรมแดนประเทศออสเตรีย ถือเป็นแหล่งเล่นสกีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง) แม้ว่าจะมีกฎห้ามพักค้างคืน

รายงานของสภาผู้แทนฯ ฉบับนี้ระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลมี "หลักฐานที่เชื่อถือได้" ว่า พระองค์ทรงกระทำผิดกฎหมายเยอรมนี รัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะกราบทูลเชิญให้ออกนอกประเทศ หรือไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศอีก

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เว็บไซต์วอลสตรีตเจอร์นัล รายงานคำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศไทยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระประมุขของประเทศ "ทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง" และทรงประกอบพระราชกรณียกิจในพิธีต่าง ๆ ของพระองค์ หากแต่ "ทรงไม่ยุ่งเกี่ยวในการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล

ชุมนุม

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ 25 พ.ย. 2563

พรรคฝ่ายซ้ายจะทำอะไรต่อ

น.ส. ดาเดเลน บอกว่า เธอจะผลักดันร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ๆ ในสภาผู้แทนฯ เพื่อกดดันรัฐบาลเยอรมนีไม่ให้การต้อนรับกษัตริย์วชิราลงกรณ์ อีกต่อไป และต้องผลักดันให้พักการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรป และประเทศไทย

"ขณะนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากษัตริย์ไทยจะเสด็จฯ กลับเยอรมนีเมื่อไร ถ้ามีหมายกำหนดการเสด็จฯ จริง พรรคฝ่ายซ้ายของเราจะเคลื่อนไหวกดดันไปที่รัฐบาลเยอรมนีเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประมุขของไทยได้รับความยินยอมให้ประทับในสำนักงานสาขาที่หรูหราของพระองค์ในเยอรมนี ในที่สุดแล้ว...พระองค์ไม่ใช่บุคคลธรรมดา แน่นอนว่าเราจะทำงานร่วมกับพรรคกรีนส์และพรรคประชาธิปไตยอื่น ๆ ในการสร้างสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตยร่วมกัน"

ก่อนหน้านี้ ฟริตยอฟ ชมิดต์ ส.ส. พรรคกรีนส์ กล่าวกับบีบีซีไทย เมื่อ ต.ค. ว่า จะเดินหน้ากดดันรัฐบาลเยอรมนี และสหภาพยุโรป (อียู) ให้ระงับการเปิดการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างอียูกับไทย เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลไทยปัจจุบันที่แปรสภาพมาจากคณะรัฐประหารยังดำเนินการที่ขัดขวางกระบวนการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย

line

ประมุขของรัฐทำอะไรได้บ้างขณะอยู่ในต่างประเทศ

ศ.มาร์ค เวลเลอร์ ประธานสถาบันการศึกษาด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า โดยปกติแล้วหากประมุขของรัฐอยู่ระหว่างเดินทางเยือนต่างประเทศ ก็จะยังสามารถปฏิบัติภารกิจที่เป็นทางการขณะอยู่ในต่างประเทศได้ อาทิ การเดินทางเยือนต่างประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะยังสามารถบัญชาการภารกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอเมริกา ทั้งของคณะรัฐมนตรี และอื่น ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน เพราะไม่มีข้อห้ามใด ๆ ไม่ให้ปฏิบัติดังกล่าวในระหว่างการเยือนต่างประเทศซึ่งมักจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ

ศ.เวลเลอร์ กล่าวว่าในกรณีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยอาจมีความแตกต่างออกไป เนื่องจากพระองค์ประทับในเยอรมนีเป็นเวลาต่อเนื่องซึ่งไม่น่าจะเป็นการเยือนโดยปกติทั่วไปของประมุข แต่น่าจะเป็นการเยือนส่วนพระองค์

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากเคมบริดจ์ กล่าวอีกว่าในระหว่างเยือนต่างประเทศ ประมุขของรัฐได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากประเทศผู้ต้อนรับโดยไม่มีเงื่อนไข โดยประเทศผู้ต้อนรับไม่สามารถจับกุม ดำเนินคดี หรือบังคับใช้กฎหมายใด ๆ ของประเทศผู้ต้อนรับกับประมุขของรัฐที่ไปเยือนได้

เขากล่าวด้วยว่าประมุขของรัฐเป็นบุคลที่ไม่อาจแตะต้องได้ เว้นเสียแต่ว่าประมุขของรัฐเองจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ดังกล่าว…ซึ่งในกรณีของพระมหากษัตริย์ไทยเขาไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น

"สิ่งเดียวที่จะปฏิบัติต่อประมุขแห่งรัฐได้คือการประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงประสงค์…ชี้ว่าได้มีการใช้สิทธิคุ้มครองไปในทางไม่ถูกต้องและเชิญให้ออกนอกประเทศ หรือบังคับให้ออกนอกประเทศ แต่นั่นก็จะก่อให้เกิดความร้าวฉานทางการทูตระหว่างสองประเทศ"

line
กษัตริย์ไทย

ที่มาของภาพ, สำนักพระราชวัง

คำบรรยายภาพ, พระอักษรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้ประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จ ณ สระบ่อดินขาว ตำบลพรหมนิมิต อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ 24 พ.ย. 2563

ลำดับท่าทีรัฐบาลเยอรมนีต่อการเสด็จประทับของกษัตริย์ไทย

7 ต.ค. -- นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบกระทู้ของ ส.ส. พรรคกรีนส์ในสภาผู้แทนฯ ว่า "เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี...หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นอน"

"เราอธิบายไว้ชัดเจนว่าการดำเนินการทางการเมืองที่เกี่ยวกับประเทศไทยไม่ควรมาจากดินแดนของเยอรมนี เราได้รับรายงานว่าเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดขึ้นหลายครั้งที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกลางเยอรมนีไม่เห็นด้วย และนี่แตกต่างจากกรณีที่เรามีเกี่ยวกับนายนาวาลนี (นายอเล็กเซ นาวาลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย) หากมีแขกของประเทศเราเข้ามาดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับประเทศของพวกเขา เราจะดำเนินการคัดค้านอย่างแน่นนอน"

"ผมคิดว่านี่เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เราจะหารือกับสหภาพยุโรป แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยเรื่องนี้กับฝ่ายไทยอีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ เพราะไทยมีผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้าที่เหมาะสม และผมเชื่อว่าเราอาจใช้ข้อเรียกร้องของเราเป็นเครื่องต่อรองได้ แต่ผมไม่ตัด (ตัวเลือกการหารือกับอียู) หากรัฐบาลทหารยังคงพฤติกรรมแบบเดิม เราต้องรอดูเรื่องนี้ต่อไป และเราอาจต้องใช้มาตรการนั้น"

9 ต.ค.ไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) อ้างคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ว่าได้แจ้งเอกอัครราชทูตไทยในข้อกังวลเรื่องการทรงงานในต่างแดนของในหลวง ร. 10 หลายครั้งแล้ว

FT อ้างถ้อยแถลงของ น.ส.มาเรีย อเดบาห์ร โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ที่ระบุเมื่อวันที่ 9 ต.ค. รัฐบาลเยอรมนีได้เน้นย้ำหลายครั้งกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเบอร์ลินว่า "การบริหารราชการแผ่นดินของชาติอื่นไม่ควรเกิดขึ้นบนแผ่นดินเยอรมนี" และ "เราได้แสดงจุดยืนเรื่องนี้ชัดเจนมาก"

ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงในสภาฯ

26 ต.ค. วันที่ผู้ชุมนุมในไทยเดินขบวนไปยื่นจดหมายที่สถานทูตเยอรมนีในกรุงเทพฯ นายไฮโก มาส แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า "รัฐบาลเยอรมนีกำลังเฝ้าดูพระจริยาวัตรของกษัตริย์ไทยในแคว้นบาวาเรีย เยอรมนีอย่างต่อเนื่อง และ "จะเกิดผลสืบเนื่องทันที หากเราประเมินแล้วว่ามีการกระทำใด ๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย" และบอกอีกว่า รัฐบาลเยอรมนีแถลงไปหลายครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่จะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติภารกิจทางการเมืองขณะพำนักอยู่บนดินแดนเยอรมนี

29 ต.ค. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนีว่า ผู้แทนรัฐบาลเยอรมนีได้กล่าวบรรยายสรุปในประเด็นที่เกี่ยวกับกษัตริย์ไทยให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรฟังว่า รัฐบาลเชื่อว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับอนุญาตให้ตัดสินพระทัยเป็นครั้งคราว ตราบใดที่พระองค์ไม่ได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจอย่างต่อเนื่องในแผ่นดินเยอรมนี

เมื่อถามถึงพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ไทย ผู้แทนรัฐบาลเยอรมนีชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า พระองค์ทรงถือวีซ่าที่อนุญาตให้ทรงประทับอยู่ในเยอรมนีได้นานหลายปีในฐานะบุคคลทั่วไป และทรงได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตในฐานะประมุขของรัฐ

"เป็นที่ชัดเจนว่าหลายคนมองว่าสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนั้นเป็นปัญหา แต่ทางรัฐบาลระบุว่านี่ยังไม่ถือว่าเป็นการทรงปฏิบัติภารกิจด้านการเมืองอย่างต่อเนื่อง" แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติม

11 พ.ย. สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนี รายงานว่า นายมิเกล แบร์เกอร์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศตอบกระทู้ของ ส.ส. พรรคกรีนส์เป็นลายลักษณ์อักษรว่า "จากข้อมูลที่ได้มาจากรัฐบาลไทย การประทับของพระมหากษัตริย์ไทยในเยอรมนีเป็นเรื่องส่วนพระองค์" ทางกระทรวงคาดว่า พระมหากษัตริย์ของไทยไม่ได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยที่ "เป็นการแทรกแซงระบบกฎหมายของเยอรมนี กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ หลักสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองระหว่างประเทศ" ขณะทรงประทับอยู่บนแผ่นดินเยอรมนี

13 พ.ย. แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า "กระทรวงการต่างประเทศรับรู้มาตลอดว่าพระมหากษัตริย์ของไทยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์เยือนเยอรมนีสม่ำเสมอ ในขณะนี้พระองค์มิได้ประทับอยู่ในเยอรมนี"

"โดยทั่วไป รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีคาดหวัง และสันนิษฐานว่าพระมหากษัตริย์ของไทย ในขณะที่ทรงประทับในเยอรมนี จะไม่ทรงตัดสินพระราชหฤทัยใดใดที่จะฝ่าฝืนกรอบของกฎหมายในเยอรมนี กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ หลักสิทธิมนุษยชนที่เห็นพ้องในระดับสากล"

18 พ.ย. สำนักบริการวิชาการ (WD) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนฯ ได้นำเสนอรายงานสาธารณะ 15 หน้า ในหัวข้อ "ความเคลื่อนไหวของประมุขต่างชาติบนดินแดนเยอรมนี" ระบุว่ากษัตริย์ไทยได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์สอดแนมขณะประทับในประเทศ แต่มีสิทธิ์เชิญออกนอกประเทศหากพบหลักฐานทำผิดกฎหมายเยอรมนี