อภิปรายไม่ไว้วางใจ : อนุทินชี้นโยบายกัญชาไทย “เป็นตัวของเราเอง ไม่ผิดข้อตกลง” กฎหมายโลก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ในวันแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ฝ่ายค้านวิจารณ์การเปิด "กัญชาเสรี" ผิดทั้งกติกาโลกและกฎหมายไทย พร้อมกล่าวหานายกฯ และรองนายกฯ มีผลประโยชน์ทับซ้อน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) คือรัฐมนตรีคนแรกที่ถูกอภิปรายกลางสภา จากรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอกทั้งสิ้น 11 คน
ส.ส.ฝ่ายค้าน 3 คนที่ประกาศ "ไม่ไว้วางใจ" นายอนุทินจากนโยบายกัญชา ได้พร้อมใจกันเปิดคลิปวิดีโอคำปราศรัยของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ ประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้ (19 ก.ค.)
"เปลี่ยนงบลับต่าง ๆ ให้เป็นงบลงทุน เราจะเปลี่ยนเสียงปืน เสียงระเบิด เป็นเสียงเครื่องจักร เป็นเสียงหัวเราะของทุกคน เสียงหัวเราะคือจะมาจากต้นกัญชาที่ภูมิใจไทยจะให้พวกเราทุกคนปลูกละครับ กัญชาเป็นยาพารวย กัญชาเป็นยารักษาโรค เพราะวันนี้ภูมิใจไทยยืนยันว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไป พวกเราปลูกได้บ้านละ 6 ต้น เมื่อปลูกแล้วก็สามารถนำไปขายได้ นำไปผสมอาหารได้ นำไปเป็นเครื่องปรุงอาหารได้ นำไปรักษาโรคได้ นำไปป้องกันโรคได้ แล้วนำมาพี้สูบกันเองก็ยังได้เลย แต่อย่าเดินออกนอกบ้านนะ สูบกันแถว ๆ นี้ล่ะไม่เป็นไร อย่าพกพาไปที่อื่นเป็นอันขาด มีกันคนละ 6 ต้นแล้ว ไม่ต้องขอกัน ไม่ต้องซื้อกัน เอาไปขายให้องค์กรภาครัฐที่จะตั้งขึ้นมารับซื้อจากพ่อแม่พี่น้องกิโลละ 70,000 บาท ไม่รวยวันนี้จะรวยวันไหน" คลิปวิดีโอบันทึกคำปราศรัยของนายอนุทินถูกฉายกลางสภา
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า นี่คือการประกาศนโยบายที่ "กลัดกระดุมเม็ดแรกผิด" ก็จะผิดตลอด เพราะคำกล่าวของนายอนุทินละเมิดกติกาโลก ละเมิดกฎหมายไทย ละเมิดมติรัฐสภา และละเลยการออกมาตรการควบคุมกัญชา สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา
จากนั้นเขาไล่เรียงความเป็นมาเป็นไปของการเปิด "กัญชาเสรี" ไว้ดังนี้
- 2504 อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ปี 1961 ซึ่งไทยร่วมลงนามด้วยความสมัครใจ ทำให้เกิด 2 สถานะคือ เป็นกฎหมายระหว่างประเทศ และต้องกลับมาปรับปรุงกฎหมายในประเทศให้สอดรับกับอนุสัญญานี้ทันที โดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดประเภทที่ 4
- 2563 ยูเอ็นได้ย้ายกัญชาจากบัญชีที่ 4 ไปอยู่บัญชีที่ 1 อนุโลมให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์เท่านั้น และมีระบบควบคุมชัดเจน
- 8 มิ.ย. 2565 ร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระ 1 ซึ่งนายสุทินอธิบายว่า "ที่ยกมือให้ เพราะท่านปลดล็อกแล้ว และไม่มีอะไรควบคุม เมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องยกมือให้ เพราะต้องควบคุม"
- 9 มิ.ย. 2565 ประกาศ สธ. เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีผลบังคับใช้ ทำให้เกิดการ "ปลดปล่อยกัญชา" ทั้งที่ยังไม่มีกฎหมายควบคุม ซึ่งนายสุทินเชื่อว่าหากไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครองตีความ ประกาศ สธ. ฉบับนี้อาจเป็นโมฆะ เพราะทำเกินมติของรัฐสภาที่ให้ใช้ในทางการแพทย์และวิจัยเท่านั้น
ห่วงยูเอ็นขึ้นบัญชีไทยละเมิดกติกาโลก
ส.ส.มหาสารคาม พรรคฝ่ายค้าน กล่าวด้วยว่า มีโอกาสสอบถามไปยัง ดร.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ อดีตประธานองค์กรควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ (INCB) ซึ่งมีอำนาจควบคุมให้เป็นไปตามอนุสัญญาเดี่ยวฯ ว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยทำขัดกับยูเอ็นหรือไม่
"ท่านบอกว่าขัด และจะมีการดำเนินการ เพียงแต่รอให้ทำผิดสำเร็จ" นายสุทินกล่าวอ้างคำพูดของ ดร.วิโรจน์
เขายังขยายความด้วยว่า หากความผิดสำเร็จ ทางยูเอ็นจะเข้ามาดำเนินการกับไทย โดยอาจขึ้นบัญชีให้ไทยเป็นประเทศที่ละเมิดกฎคณะกรรมการควบคุมสารเสพติดนานาชาติ ซึ่งจะทำให้ไทยเสียสิทธิทางยา และอาจถึงขั้นงดให้ความร่วมมือกับไทยในการปราบปรามยาเสพติด หากไทยยังดื้อต่อไปก็อาจจะถูกขับออกจากภาคี ซึ่งจะทำให้เสียเกียรติภูมิและความน่าเชื่อถือของประเทศ

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
ประธานวิปฝ่ายค้านยังยกตัวอย่างหลายประเทศที่มีนโยบายกัญชาเสรี พร้อมสรุปข้อมูลที่รวบรวมมาได้เอาไว้ ดังนี้
อุรุกกวัย : นายกรัฐมนตรีของอุรุกวัยกล่าวกับสภาว่ากัญชาเสรีคือมรดกบาปจากรัฐบาลชุดก่อน และจะหาทางยกเลิกให้ได้ เนื่องจากไปทำประชามติแล้วชาวอุรุกวัยเกือบ 60-70% ไม่เอา เพราะส่งผลเสียมากกว่าผลดี ได้เงินดี แต่ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายสาธารณสุข
แคนาดา : ทั่วโลกไม่ติดต่อทำธุรกรรมทางการเงินด้วย โดยเฉพาะประเทศมุสลิมที่ไม่ยอมรับเรื่องนี้
สหรัฐฯ (บางรัฐ) : มีการเปิดกัญชาเสรีไม่กี่รัฐที่มีการติดยาเสพติด และทดลองเอากัญชาไปใช้แทน ทำให้รัฐบาลกลางถูกตั้งคำถามจากยูเอ็น และได้ตอบยูเอ็นไปว่าได้ออกมาตรการคว่ำบาตรด้วยการงดทำธุรกรรมกับรัฐเหล่านี้ ที่สำคัญมีรายงานทางการแพทย์ว่าเมื่อติดกัญชาจะพาไปสู่ติดอย่างอื่นด้วย
เนเธอร์แลนด์ : ได้ขอยูเอ็นในการทดลองเสพกัญชาเพื่อลดยาเสพติดอื่น ๆ ภายใต้ข้อกำหนดเข้มงวดมาก เช่น กำหนดให้ผู้ใช้กัญชาต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี กำหนดโซนชัดเจน และต้องรายงานยูเอ็นทุกปี
ขณะที่ในส่วนของไทย มีองค์กรต่าง ๆ อาทิ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, แพทยสภา, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด, สำนักจุฬาราชมนตรี, หน่วยงานศึกษาต่าง ๆ ออกคำแถลงคัดค้าน โต้แย้ง และประกาศให้กัญชาเป็นของต้องห้ามในพื้นที่ของตน
สุทินเล่าประสบการณ์เวียนหัว-หายใจไม่ออก หลังซดซุปใส่กัญชา
ในระหว่างเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุทิน วัย 61 ปี ยังบอกเล่าประสบการณ์ร่วมรับประทานอาหารเมนูที่ปรุงด้วยกัญชากับเพื่อนนักการเมือง ทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภา และนายอดิศร เพียงเกษ อดีต รมต. โดยที่ตัวเขาได้ "ซดต้มไก่ จิ้มดอก (กัญชา) ซดเลย" ก่อนรู้สึกเวียนหัว หายใจไม่ออก ต้องคลานขึ้นบันได และเลื่อนไฟล์ตเดินทางโดยเครื่องบินจากเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นช่วงเย็น ขณะที่นายอดิศร ขับรถกลับบ้าน เข้าบ้านผิด แต่ นพ.ชลน่านไม่เป็นอะไร เพราะเป็นหมอ จึงรู้ว่ากัญชามีสาร 2 ตัว หากเป็นสาร CDB ไม่เป็นอะไร ให้ประโยชน์ ป้องกันโรคได้เยอะ แต่สาร TSC ที่อยู่ในดอกกัญชา ตัวอันตราย
จากประสบการณ์ที่ประสบ ทำให้นายสุทินตั้งข้อกล่าวหากับ สธ. ว่า เมื่อปลดล็อก กลับไม่ควบคุม ไม่ให้ความรู้แก่ชาวบ้านดีพอ ถึงเกิดการเจ็บป่วย "ชาวบ้านจะรู้ได้ยังไง อันไหน CDB อันไหน TSC ปลดล็อกในขณะที่ประชาชนและสังคมยังไม่พร้อม มันก็เสียหาย"
"พอออกกฎหมายมา สารในกัญชาหายไปไหม ไม่ ที่หายไปคือโทษเท่านั้น ที่บอกว่าไม่ใช่ยาเสพติด มันก็ยังเป็นมัน เสพวันนี้ก็ยังติด กินดอกวันนี้ก็ยังหัวทิ่ม เพียงแต่กฎหมายไม่เอาผิด" นายสุทินกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นักการเมืองจากพรรคฝ่ายค้านยังกล่าวหาว่าผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างน้อย 2 ข้อ
หนึ่งคือ ผลประโยชน์ทางการเมือง เพราะพูดกับประชาชนแล้ว ต้องทำ ส่วนนายกฯ ก็ทำเพื่อการเมือง อยากอยู่ต่อเท่านั้น ไม่มีภาวะผู้นำ ถ้ามีภาวะผู้นำต้องแลกสิ อยากอยู่ในตำแหน่งยอมทุกอย่าง ไม่คำนึงถึงชีวิตเด็กเยาวชน ถึงภาพพจน์ประเทศ
สองคือ มีข้อมูลว่านักการเมืองใหญ่ไปทำไร่กัญชาที่ประเทศเพื่อนบ้านนับหมื่นนับแสนไร่ ลือกันหมด พอหลังวันที่ 9 มิ.ย. 2565 พบทันทีขายกันเต็ม ถามว่ามีการวางแผนไว้ก่อนหรือไม่
นายสุทินยืนยันว่า พท. ไม่ได้คัดค้านกัญชา แต่ต้องอยู่ในกรอบการแพทย์ การวิจัย ไม่มีเรื่องสันทนาการ และไม่ขัดต่อมติโลก แต่ดูจากเจตนาของนโยบายกัญชาวันนี้ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว
ก้าวไกลชี้สร้างสุญญากาศกฎหมาย
ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตั้งข้อสังเกตว่า นายอนุทินจงใจ "สร้างสุญญากาศทางกฎหมายในการควบคุมกัญชา" สะท้อนผ่านการนำร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง เข้าสภาในวันที่ 8 มิ.ย. หรือ 1 วันก่อนครบกำหนดถอดกัญชาออกจากยาเสพติด ซึ่งอย่างไรก็ไม่สามารถออกกฎหมายควบคุมได้ทัน แทนที่นายอนุทินจะออกกฎกระทรวงเลื่อนการปลดล็อกกัญชาในวันที่ 9 มิ.ย. ออกไปก่อน แต่ก็ไม่ทำ นำเอาชีวิตเด็กเยาวชนไปเสี่ยงอันตราย และนำประเทศไปสู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการทูต
เขายังวิจารณ์ รมว.สธ. ว่า "ออกประกาศปาหี่ตบตาประชาชน" แสร้งว่ามีการควบคุมแล้ว ด้วยประกาศเป็นเหตุรำคาญ ซึ่งไม่มีสภาพบังคับใช้จริง และประกาศเป็นสมุนไพรควบคุม ห้ามสูบในที่สาธารณะ ห้ามจำหน่ายให้กับคนอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามใช้กับสตรีมีครรภ์เท่านั้น
นพ.วาโย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมานายอนุทินส่งเสริมการผลิตกัญชา อ้างว่าเพื่อรองรับการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ โดยผูกให้วิสาหกิจชุมชน 1 แห่งทำร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) 1 แห่ง และให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นผู้รับซื้อ แต่สุดท้าย อย. ไม่ได้รับซื้อในจำนวนที่คาดไว้ เพราะหมอไม่ใช่นักวิจัย ไม่เขียนโครงการ จึงต้องหาช่องทางปล่อยของ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส.ส. รายนี้ยังอ้างข้อมูลจากเอกสารสรุปผลการตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2564 ในประเด็นกัญชาทางการแพทย์ ที่ชี้ให้เห็นความพยายามเพิ่มความต้องการกัญชาเพื่อการแพทย์ โดยตั้งเกณฑ์เป้าหมายจัดตั้งคลินิกกัญชาทางการแพทย์ในแต่ละปี โดยในปี 2567 โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสังกัดกรมวิชาการจะต้องมีคลินิกกัญชาทั้งหมด และสถานพยาบาลเอกชนจะต้องมีคลินิกกัญชา 10 แห่ง/เขตสุขภาพ
อนุทินลั่นการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด "ไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน โดยเริ่มจากการพูดถึงนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อ 25 ก.ค. 2562 ซึ่งนายกฯ แถลงว่า ให้นำกัญชากัญชงไปศึกษาวิจัยให้ก่อประโยชน์เศรษฐกิจ โดยเน้นไปทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่มีคำว่านันทนาการ หรือสันทนาการแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นนโยบายกัญชาจึงไม่ขัดต่ออนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษขององค์การสหประชาชาติ หากอนุญาตให้นำมาใช้ทางการแพทย์
จากนั้นเขาพูดถึงข้อดีของกัญชาโดยอ้างผลศึกษาของกรมการแพทย์ ได้แก่ ลดคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด, รักษาโรคลมชัก, ลดภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง, ลดภาวะปวดประสาทส่วนกลาง, ลดภาวะการเบื่ออาหารในผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยเอดส์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยแบบประคับประคอง
"การนำกัญชากัญชงไปใช้ในทางที่ผิด ไม่มีทางเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ และผมก็เชื่อว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนจะไปทำเช่นนั้น" นายอนุทินประกาศ
ในการดำเนินการต่าง ๆ จนมาถึงปัจจุบัน นายอนุทินแจกแจงว่าได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการหลายชุด ทั้งคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ มีการถกเถียงกันมากพอสมควร โดยประเด็นสำคัญคือขัดต่อกฎหมายนานาชาติหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าถ้าใช้ในทางการแพทย์และสุขภาพ การผลิตเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกาย ไม่ผิดหลักการ ไม่ผิดต่อข้อตกลงใด ๆ ที่ผูกมัดประเทศไทยไว้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายอนุทินกล่าวต่อไปว่า แม้พืชกัญชาจะไม่เป็นยาเสพติดแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้แบบระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เยาวชนเข้าถึง ส่วนที่เป็นสันทนาการ และส่วนที่นำมาใช้ประกอบอาหารในร้านอาหารทั่วไป ซึ่งมั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง จะครอบคลุมกิจกรรมเหล่านี้ได้ แต่ในระหว่างนี้ สธ. ก็ออกประกาศต่าง ๆ เพื่อสร้างกลไกการควบคุมการใช้พืชกัญชงกัญชา
"เราประกาศให้กัญชาไม่เป็นยาเสพติดอีกต่อไป เราก็ต้องไม่มองกัญชาว่ามันคือยาเสพติด เราก็ต้องมองว่ามันคือพืชที่มีคุณประโยชน์ในด้านอื่น ๆ..." นายอนุทินกล่าว
เขาย้ำว่า เมื่อคิดสะระตะแล้ว ต้องควบคุมให้มากสุด และไม่ให้มีการใช้พืชกัญชงกัญชาในทางไม่ถูกต้อง กฎหมายมีแล้ว การบังคับใช้มีแล้ว เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็มีแล้ว ก็พร้อมดำเนินคดีกับพวกที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีการจับกุม และมีการชี้แจง
"ในเรื่องของกัญชา ประเทศไทยของเราไม่จำเป็นต้องไปปฏิบัติตามประเทศอื่นว่าเขาทำอย่างไร เราก็เป็นตัวของเรา เราก็ไม่ผิดข้อตกลง ข้อผูกมัดใด ๆ ที่เรามี แต่เน้นการทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจ เป็นโอกาสของประชาชน ของเกษตรกร ของคนที่ทำมาหากินโดยสุจริตได้สร้างรายได้เสริมให้ตัวเองและครอบครัว เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้ามาทำเป็นอุตสาหกรรม ได้จ้างงาน สร้างรายได้ ส่งออก จริง ๆ ส่งออกได้นะครับ บางประเทศเขารับ และจริง ๆ จะส่งออกได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องพวกเรา แต่เป็นเรื่องของผู้ประกอบการที่จะมีตลาดของพวกเขาเอง" นายอนุทินกล่าว





