กัญชา กัญชง: อนุทิน เนวิน ภูมิใจไทย สัมพันธ์ไม่ลับที่ขับเคลื่อนบุรีรัมย์เป็น "ศูนย์กลางกัญชาเสรี"

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
- Author, กุลธิดา สามะพุทธิ
- Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศในงาน "มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้ประโยชน์อะไร" ถึงความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยในการเปิดเสรีปลูกกัญชงและกัญชาที่จะเป็นพืชแก้จนให้คนไทย ห่างออกไปราว 40 กม. พงศ์ศักดิ์ มณีทูล ชาวนาวัย 41 ปี กำลังนั่งกลุ้มใจอยู่กับหนี้สินก้อนโต ราคาข้าวที่ตกต่ำสวนทางราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่พุ่งพรวด
พงศ์ศักดิ์รู้ข่าวว่ารัฐบาลจัดงานใหญ่ส่งเสริมการปลูกกัญชาที่ สนามช้าง เซอร์กิต อินเตอร์เนชั่นแนล ในเมืองบุรีรัมย์ แต่เขาเลือกที่จะอยู่บ้านเผื่อว่าจะมีใครมาชวนไปทำงานรับจ้างรายวัน เพราะเงินจากการขายข้าวครั้งก่อนไม่เหลือแล้ว
ถ้าถามชาวนาอย่างเขาซึ่งมีที่นาอยู่ 8 ไร่ ในหมู่บ้านสี่เหลี่ยมน้อย อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พงศ์ศักดิ์ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องราคาข้าวตกต่ำ ปุ๋ยขึ้นราคา ข้าวของแพงก่อน แต่ก็เข้าใจดีว่ารัฐบาลต้องทำงานด้านอื่น ๆ พร้อมกันไปด้วยอย่างเรื่องกัญชา แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นว่าพืชชนิดนี้จะฉุดให้เขาและชาวบ้านที่นี่พ้นจากหนี้สินและความจนได้อย่างไร
"อย่างมากก็ลองปลูกเล่น ๆ ไว้สักต้น สองต้นที่บ้าน จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อต้นกล้า สร้างโรงเรือน เคยถามคนที่เขาปลูกกัญชา มันไม่ง่ายนะ ต้องดูแลเยอะ ใช้เงินเยอะ" พงศ์ศักดิ์บอก ก่อนเอ่ยปากถามราคาต้นกัญชาที่ขายในงานมหกรรมปลดล็อคกัญชาฯ พอได้คำตอบว่ามีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น เขาส่ายหน้าว่าสู้ไม่ไหว แต่ก็พร้อมจะเปิดใจให้พืชชนิดนี้ตามนิสัยเกษตรกรที่เมื่อมีใครชักชวนให้ปลูกอะไรที่ก็รับฟังไว้ไม่เสียหาย ยิ่งบุรีรัมย์เป็นฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แถมรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุขก็เป็นคนที่นี่ คนบุรีรัมย์อาจจะมีภาษีดีกว่าที่อื่นเรื่องการปลูกกัญชาก็ได้
บุรีรัมย์กับกัญชา
ระหว่างกล่าวเปิดงานมหกรรมปลดล็อคกัญชาฯ เมื่อ 10 มิ.ย. นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า "ขอขอบคุณพี่น้องชาวบุรีรัมย์ที่ทำให้นโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 4 ปีก่อนได้เกิดขึ้นที่นี่...กัญชาเสรีได้วันนี้เพราะเริ่มต้นที่บุรีรัมย์ครับ"
"4 ปีก่อน" ของนายอนุทินหมายถึงการปราศรัยใหญ่ของ ภท. ที่สนามช้างฯ เซอร์กิตแห่งนี้เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2562 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ ภท. ประกาศ "นโยบายกัญชาเสรี" โดยให้คำมั่นว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะทำนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริง
หลังการเลือกตั้งเดือน มี.ค. 2562 ภท. ซึ่งกวาดที่นั่ง ส.ส. ครบทั้ง 8 เขตในบุรีรัมย์ เข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายอนุทินหัวหน้า ภท. ขึ้นเป็นรองนายกฯ และ รมว.สธ. ตั้งแต่นั้นมาบุรีรัมย์กับกัญชาก็กลายเป็นของคู่กัน
- ถาม-ตอบ กับ ชิดชนก ชิดชอบ ลูกสาวเนวิน ว่าด้วยกัญชา "อาหนู" และบุรีรัมย์
- เลือกตั้ง 2562 : ภูมิใจไทยเปิดตัวผู้สมัครครบ 350 เขต ชูนโยบายเรื่องกัญชาเสรี จำนำข้าว แทงกั๊ก แก้ รธน.
- ระดม อสม. ทั่วบุรีรัมย์ ฟังอนุทินปราศรัยในงานนิทรรศการกัญชา ชวนฉีดวัคซีนโควิดเข็มกระตุ้น
- วันแรกคนแห่เข้าเว็บ+แอป "ปลูกกัญ" กว่า 9 ล้านครั้ง จนล่ม
ขณะที่นายอนุทินเดินหน้าออกประกาศ สธ. เพื่อเปิดทางให้นำกัญชาและกัญชงมาใช้ในทางการแพทย์ นายเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองผู้ก่อตั้ง ภท. ที่อนุทินเคยบอกว่าเป็นพี่ชายที่เขารักสุดหัวใจ ก็เดินหน้าปลุกกระแส-สร้างแนวร่วมสายเขียวในพื้นที่บุรีรัมย์คู่ขนานกันไป
เริ่มด้วยการเป็นโต้โผจัดงาน "พันธุ์บุรีรัมย์" ที่สนามช้างฯ เซอร์กิตเมื่อ 19-21 เม.ย. 2562 ตอนนั้นนายเนวินสลัดบทบาทประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาสวมบทอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขากล่าวในงานแถลงข่าวว่า "ผมเชื่อว่ากัญชาไม่เพียงแต่รักษาโรค แต่ยังเป็นพืชแก้จนที่เปลี่ยนชีวิตคนไทยได้...หากปลูกได้เสรีเมื่อไหร่จะช่วยให้คนบุรีรัมย์ปลอดหนี้ภายใน 3 ปี"

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
ที่น่าสนใจคือในงานนี้ นายเนวินส่ง น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ ลูกสาววัย 30 ปี ผู้มีความสนใจด้านศิลปะและดนตรี มาเป็นแม่งาน ทำให้มหกรรมกัญชาครั้งแรกของบุรีรัมย์กลายเป็นเทศกาลดนตรีที่มีสีสันบรรยากาศถูกจริตคนรุ่นใหม่
ไม่กี่เดือนต่อมา ชิดชนกก็ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนพันธุ์บุรีรัมย์ และดำรงตำแหน่งประธานมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากจะลงทุนลงแรงปลูกและศึกษาเรื่องกัญชง-กัญชาอย่างจริงจังแล้ว วิสาหกิจชุมชนพันธุ์บุรีรัมย์ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดิน 36 ไร่ติดกับสนามช้างฯ เซอร์กิต ยังก่อสร้างโรงงานสกัดกัญชง-กัญชามูลค่าหลักร้อยล้านบาท คาดว่าจะเปิดเดินเครื่องได้ปลายปีนี้
หน่วยงานของ สธ. ก็มีบทบาทอย่างมากในการผลักดันบุรีรัมย์เป็นศูนย์กลางกัญชาเสรี ตั้งแต่เลือกให้วิสาหกิจชุมชนที่บ้านโนนมาลัย อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นแห่งแรกที่ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาครัวเรือนละ 6 ต้น เมื่อเดือน ก.พ. 2564 ตามมาด้วยการจัด "มหกรรมกัญชากัญชง 360 องศาเพื่อประชาชน" โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่สนามช้างฯ เซอร์กิตเมื่อวันที่ 5-7 มี.ค. 2564
และทันทีที่ประกาศ สธ. เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ซึ่งเป็นการ "ปลดล็อค" ให้ปลูกกัญชาและกัญชงได้ ประชาชนและ อสม. ใน จ.บุรีรัมย์ก็เป็นคนกลุ่มแรกที่ได้รับแจกต้นกล้ากัญชงและกัญชาจำนวน 1,000 ต้น จากกรมวิชาการเกษตร โดยนายอนุทินและนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ จาก ภท. เป็นผู้มอบในงานมหกรรมปลดล็อคกัญชาฯ

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
วิสาหกิจชุมชนคึกคัก
ประกาศ สธ. เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 9 มิ.ย. 2565 มีใจความสำคัญคือการปลดสารสกัดจากพืชกัญชงและกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษ ได้แก่ 1) สารที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงที่ปลูกในประเทศ ที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอลหรือ THC (tetrahydrocannabinol) ไม่เกินร้อยละ 0.2 ของน้ำหนัก และ 2) สารสกัดจากเมล็ดของพืชกัญชาหรือกัญชงที่ได้จากการปลูกภายในประเทศ นอกเหนือจาก 2 อย่างนี้แล้ว สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด
ข้อความว่า "...ที่ได้จากการปลูกในประเทศ" ในประกาศฉบับนี้ทำให้ผู้สนับสนุนกัญชง-กัญชายกให้วันที่ 9 มิ.ย. 2565 เป็นวันประวัติศาสตร์ของการปลูกกัญชาเสรี
นิติธรรม พงศ์ธนากุล นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของกิจการนำเข้าเครื่องจักรใน อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ที่หันมาสนใจธุรกิจกัญชง-กัญชา ฉลองวันประวัติศาสตร์นี้ด้วยการรีบนำป้าย "จำหน่ายต้นกัญชากัญชงจากแหล่งผู้ได้รับอนุญาต" มาตั้งริมทางหลวง หน้าทางเข้าวิสาหกิจชุมชน "ชุมชนยิ้ม" ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและได้รับใบอนุญาตให้ผลิตกัญชงจาก อย. มาตั้งแต่ปี 2564 ภายใต้โครงการร่วมมือผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์ร่วมกับโรงพยาบาลหนองกี่

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
เพียง 2 วันหลังปลดล็อค นิติธรรมขายต้นกล้ากัญชงได้กว่า 500 ต้น ราคาตั้งแต่ 20-300 บาท แล้วแต่ขนาด
นิติธรรมยอมรับว่าการปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์นั้นไม่ง่าย ต้องดูแลใกล้ชิด ทั้งเรื่องดิน ปุ๋ย แสงแดด การป้องกันแมลงศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว ซึ่งเขาต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองและยังลงทุนไปไม่น้อย เฉพาะโรงเรือนก็หลักแสนบาทแล้ว
เขากังวลว่าถ้าร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่จะออกมากำกับดูแลพืชชนิดนี้มีเนื้อหาไม่เอื้อต่อการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ เช่น คุมเข้มเรื่องการผลิตและจำหน่ายดอกกัญชง-กัญชา ซึ่งเป็นส่วนที่มีค่าที่สุด ธุรกิจของเขาก็อาจต้องสะดุด
จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้คนหลากหลายกลุ่มใน จ.บุรีรัมย์ หลังปลดล็อคการปลูกกัญชง-กัญชา บีบีซีไทยพบว่า กลุ่มที่ออกตัวได้เร็วสุดคือผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนที่เริ่มปลูกพืชชนิดนี้มาตั้งแต่ช่วงที่ สธ. เปิดโครงการ "โมเดล 6 ต้น" ผู้ประกอบการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ในที่มีทั้งทุนและหาความรู้ด้วยตัวเองจนเชี่ยวชาญการปลูกเชิงพาณิชย์ในระดับหนึ่ง
นอกจากชุมชนยิ้มแล้ว ยังมีวิสาหกิจชุมชนเพ ลาเพลิน อ.คูเมือง ที่ทำโครงการปลูกกัญชาร่วมกับ อย. วิสาหกิจชุมชนไร่เพื่อนคุณ อ.ประโคนชัย และวิสาหกิจชุมชนยิ้มสยาม อ.เมือง ซึ่งปลูกกัญชงไว้กว่า 300 ต้น
ส่วนเกษตรกรรายย่อยหรือชาวบ้านทั่วไป ยังอยู่ในช่วงรอดูทิศทาง หลายคนคิดว่าถ้าได้รับแจกต้นกล้าหรือได้มาในราคาไม่แพงก็จะลองปลูกไม่กี่ต้นเพื่อใช้ปรุงอาหารหรือเป็นยาพื้นบ้านในครัวเรือน อย่างเช่นพงศ์ศักดิ์ ชาวนาใน อ.นางรอง ที่บอกกับบีบีซีไทยว่ายังไม่คิดจะปลูก แต่ถ้า อสม. หรือเกษตรตำบลมาให้ความรู้ก็ยินดีฟัง เขามองว่ากัญชาก็ไม่ต่างจากพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้เหมาะกับทุกพื้นที่และไม่ใช่ว่าทุกคนจะปลูกได้ผลดี

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
สุรีรัตน์ โวนรัมย์ อสม. ต.สะแกซำ อ.เมือง บอกว่าคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านรวมทั้งตัวเธอเองยังไม่คิดจะปลูกกัญชาในเชิงพาณิชย์
สุรีย์รัตน์บอกว่าในฐานะที่เป็น อสม. และแม่ของลูกชายวัยรุ่น 3 คน เธออยากจะมั่นใจมากกว่านี้ว่ากัญชาจะไม่สร้างปัญหาสังคม และยังไม่อยากให้มีการปลูกกันมากเกินไปในหมู่บ้าน
ลูกสาวเนวินลั่น ไม่ขายฝันเกษตรกร
วิสาหกิจชุมชนพันธุ์บุรีรัมย์ของชิดชนก ชิดชอบ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตกัญชง โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้
วิสาหกิจชุมชนพันธุ์บุรีรัมย์ มีโรงเรือน 2 หลัง ปลูกกัญชงเกือบ 300 ต้นแบบปลอดสารเคมี ชิดชนกหรือ "แนน" บอกกับบีบีซีไทยว่าเธอเน้นการปลูกเพื่อศึกษาวิจัยหาสูตรในการปลูก ดูแลและเก็บเกี่ยวที่จะได้ผลดีที่สุด เมื่อได้องค์ความรู้ที่นิ่งแล้วก็จะเผยแพร่ให้เกษตรกรที่สนใจ ดังนั้นการปลดล็อคปลูกกัญชง-กัญชาจึงไม่ได้มีผลต่อการดำเนินการของพันธุ์บุรีรัมย์มากนัก แต่เธอก็มองว่ามันเป็นก้าวใหญ่ที่สำคัญของเกษตรกรและอุตสาหกรรมกัญชง-กัญชาในไทย
"พูดตรง ๆ เราก็ยังไม่รู้วิธีปลูกที่ดีที่สุด ยังอยู่ในขั้นเรียนรู้ เมื่อมีองค์ความรู้เพียงพอแล้วก็อยากทำให้ที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะปลูก...บวกกับเรากำลังทำโรงงานสกัดกัญชง ในอนาคตเราก็จะรับผลผลิตไปด้วยเลย คือ ทำให้มันครบวงจร คนปลูกก็จะไม่มีคำถามว่าปลูกแล้วจะไปขายที่ไหน" ชิดชนกกล่าว

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
ลูกสาวคนสุดท้องของพ่อเนวิน-แม่กรุณา เปิดเผยว่า หากไม่นับโรงงานสกัดที่กำลังก่อสร้าง วิสาหกิจพันธุ์บุรีรัมย์ลงทุนไปกับการปลูก ดูแล ศึกษาวิจัย เก็บเกี่ยวกัญชาไปแล้วนับสิบล้านบาท
ชิดชนกซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับต้นกัญชง-กัญชาที่ฟาร์มของแทบทุกวันมากว่าสองปี สรุปบทเรียนว่าปลูกกัญชานั้น "ไม่ง่าย" และ "มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้ด้วย...มันเป็นพืชที่เซนซิทีฟ (อ่อนไหว) มาก จุกจิก ต้องดูแลประคบประหงม ไม่งั้นไม่รอด"
"เราแนะนำเกษตรกรที่คิดจะหันมาปลูกกัญชาว่าจะต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ลองปลูกทีละงานสองงานก่อน แล้วถ้ามีรายได้ค่อยเอาไปต่อยอด น่าจะดีกว่าการปลูกจำนวนมากในที่ดินขนาดใหญ่ ไม่ใช่เปลี่ยนนาข้าวมาปลูกกัญชาให้หมด แบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป...เวลาเราเชิญเกษตรกรมาร่วมโครงการปลูกและซื้อขายผลผลิตกัญชงกับเรา เราจะขายฝันไม่ได้ เราจึงบอกตลอดว่าคุณต้องประเมินศักยภาพของตัวเองให้ดีว่าพร้อมแค่ไหน เพราะมันต้องใช้การดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างเยอะ ถ้าไม่พร้อมก็ทำทีละน้อย ๆ ก่อน"

ที่มาของภาพ, BBC Thai/Wasawat Lukharang
แม้จะมีความยากในเรื่องการปลูกและการควบคุมคุณภาพผลผลิต แต่ชิดชนกก็ยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจกัญชง-กัญชาจะไปได้ดี โดยเฉพาะในบุรีรัมย์ ซึ่งเธอยอมรับว่าการที่บุรีรัมย์เป็น "บ้าน" ของ รมว.สธ. และเป็นฐานเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง ภท. มีส่วนอยู่บ้าง แต่สาเหตุหลักที่บุรีรัมย์ไปได้เร็วเรื่องกัญชาเพราะผู้ใหญ่ทั้งในหน่วยงานรัฐ องค์กรส่วนท้องถิ่น เอกชนและประชาชนมีความเข้าใจและเดินไปในทางเดียวกัน
"แนนไม่ปฏิเสธว่าคนบุรีรัมย์มีข้อได้เปรียบมากกว่าที่อื่นในเรื่องกัญชา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะถ้าเรามีโอกาสที่จะพัฒนาที่ไหนสักแห่ง ก็ควรเป็นบ้านเราก่อน...สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือเมื่อเรามีโอกาสแล้วเราทำอะไรกับมันมากกว่า ซึ่งแนนก็พยายามที่จะกระจายโอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์กับคนอื่น ๆ ได้มากที่สุด"
ยินดีแต่ไม่วางใจ
ท่ามกลางกระแสกัญชง-กัญชาอันเชี่ยวกรากในบุรีรัมย์ ธนายุทธ ยืนยั่ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. บุรีรัมย์ ของพรรคก้าวไกล บอกว่าเขาสนับสนุนนโยบายเปิดเสรีกัญชาเพื่อการแพทย์ และเห็นด้วยกับหลายฝ่ายว่ามันเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ แต่ยังมีข้อกังวล และยังไม่วางใจ
ธนายุทธหรือ "ครูโจ" ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. วัย 38 ปี จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากอังกฤษและกลับมาเปิดโรงเรียนสอนพิเศษที่บุรีรัมย์บ้านเกิด ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ธนายุทธจะลงแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหน้า
สิ่งที่เขากังวลคือผลกระทบของนโยบายกัญชาเสรีต่อเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุ่มเสี่ยงต่อการเสพติดแม้จะมีกฎหมายอื่น ๆ ควบคุมอยู่บ้าง แต่ก็กระจัดกระจาย สับสนต่อการบังคับใช้

ที่มาของภาพ, Facebook/ธนายุทธ ยืนยั่ง
นอกจากนี้เขายังกังวลกับท่าทีของรัฐบาลที่เข้าข่าย "ขายฝัน"
"ตอนนี้บางคนมองกัญชาเป็นพืชที่จะทำให้รวย ช่วยปลดหนี้ปลดสินได้ แต่คำถามคือเมื่อคนปลูกมากขึ้น ผลผลิตมากขึ้น ราคาจะสูงอย่างนี้ไปตลอดหรือเปล่า คนที่จดแจ้งการปลูกหลายแสนคนตอนนี้ ถ้าผลผลิตออกมาแล้วจะไปขายใคร" ธนายุทธตั้งคำถาม
ณ วันที่ 12 มิ.ย. หรือเพียง 3 วันหลังจากเปิดให้ประชาชนจดแจ้งการปลูกกัญชง-กัญชาผ่านแอปพลิเคชั่นปลูกกัญของ อย. มีการออกใบรับจดแจ้งการปลูกกัญชาไปแล้วกว่า 713,000 ใบ กัญชงกว่า 22,000 ใบ
"รัฐบาลต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่ามันไม่ใช่พืชวิเศษ ไม่ใช่พืชที่ช่อดอกเป็นทองคำ มันมีอุปสงค์ อุปทาน มีราคาที่ขึ้นลงได้เหมือนพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ" ธนายุทธกล่าว
ส่วนประเด็นที่เขาไม่วางใจ คือ กัญชง-กัญชาจะเสรีจริงหรือไม่ มีหลักประกันอะไรว่าคนระดับรากหญ้าจะได้ประโยชน์จากพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่นี้ และข้องใจว่าเหตุใดรัฐบาลต้องเร่งรีบผลักดันการปลูกกัญชาเสรีขณะที่ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ยังอยู่ในขั้นตอนการร่าง ทั้งที่ควรจะรอให้มีกฎหมายออกมารองรับก่อน
เนื้อหาของร่าง พ.ร.บ. นี้ก็ยังมีคำถามว่ารัดกุมหรือไม่ เอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเปล่า เช่น กำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่าง ๆ ในราคาที่สูง ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงธุรกิจนี้ได้จริง
อย่างไรก็ตาม นายสมคิด ดำน้อย ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการพืชกัญชา กัญชงและกระท่อมแบบเบ็ดเสร็จ กรมวิชาการเกษตร เชื่อว่ากัญชง-กัญชาไม่น่าจะลงเอยแบบพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ อย่างอ้อย มันสำปะหลังหรือข้าวโพด เพราะยังมีเพียงไม่กี่ประเทศที่เปิดให้ปลูกเชิงพาณิชย์ได้ ดังนั้นแม้ความต้องการในประเทศจะจำกัด ก็ยังมีตลาดต่างประเทศรองรับ
แต่ ผอ.ศูนย์กัญชาฯ ก็ยอมรับว่า "มีโอกาสเป็นไปได้" ที่เมื่อมีการปลูกกันเยอะจนผลผลิตล้นตลาด ราคาก็จะตกลง ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่รัฐบาลจะวางแผนการปลูก การกำหนดพื้นที่ปลูก ใช้ตลาดนำการผลิต ออกแบบการทำเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ













