อภิปรายไม่ไว้วางใจ : พล.อ. ประยุทธ์ท้าหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกมีคนฉลาด-ทำงานดีกว่า “เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 11 คน เริ่มต้นวันนี้ (19 ก.ค.) เป็นวันแรก โดยฝ่ายค้านประกาศ "จองกฐิน" พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยใช้เวลาอภิปรายนาน 2 วันเศษ รวมเวลา 30 ชั่วโมง
นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยชี้ให้เห็นความผิดพลาด บกพร่อง ล้มเหลวของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ใน 6 ด้าน ประกอบด้วย บกพร่องด้านความเป็นผู้นำ, ทำเศรษฐกิจพังพินาศล้มเหลว, ทำสังคมพินาศพังทลาย เกิดความแตกแยกและแบ่งฝักฝ่าย, ทำให้เกิดความพินาศด้านสาธารณสุข, ทำให้เกิดความพินาศด้านการเมือง และเป็นยุคที่การทุจริตคอร์รัปชันเฟื่องฟู จนประเทศพังพินาศ
ในส่วนของความผิดพลาดบกพร่องทางการเมือง นพ. ชลน่านกล่าวหาผู้นำรัฐบาลว่าทำลายระบบรัฐสภาจนย่อยยับ ด้วยการสถาปนา "สภากล้วย" ขึ้นมา มีการใช้เงินแลกเสียงโหวตทุกครั้งที่มีการลงมติที่สำคัญ ๆ แต่เรื่องน่าอัปยศอดสูที่สุดคือการปิดห้องคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อสั่งการให้เปลี่ยนสูตรในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) จากหารด้วย 100 เป็นหารด้วย 500 ในเวลา 1 วันก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในวาระที่ 2 และ 3 ทั้งที่มีการแบ่งแยกอำนาจการปกครองระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ จึงถือว่ามีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย
หัวหน้าพรรค พท. กล่าวหาว่า นี่เป็นความประสงค์ในการทำลายคู่แข่ง "ทำลายพรรคการเมือง เพราะคิดว่าเป็นของคน ๆ เดียวคนนั้น จับหนูตัวเดียว เผาบ้านหมด พังพินาศหมด" ยอมแม้จะขัดใจ "พี่ใหญ่"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นพ. ชลน่านยังเปรียบเปรยเรื่องนี้ว่า ตอนต้นสร้างมาเป็นแม่วัว แต่มีใครคนหนึ่งแอบไปผสมพันธุ์ ลูกหรือกฎหมายลูกจึงออกมาเป็นควาย
"หมอที่ไปดูแล หรือกรรมาธิการ (กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส.) ก็บอกว่าลูกในท้องเป็นวัว แต่ก่อนคลอดวันเดียว มีใครคนหนึ่งแอบไปผสมพันธุ์กับวัว ลูกมันออกมาเป็นควายครับ ชัดไหมครับ แม่เป็นวัว ลูกเป็นควายได้ไง มันเป็นไปไม่ได้" นพ. ชลน่านกล่าวและย้ำว่า จะต่อสู้เรื่องร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 23 ให้ถึงที่สุด เพราะมันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
"คนที่ท่านบอกฉลาดที่สุด แต่ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้"
ภายหลังการอภิปรายของผู้นำฝ่ายค้านในสภาเสร็จสิ้นลง พล.อ. ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นชี้แจงทันควัน โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ประเทศมีปัญหามากมาย ท่านตั้งโจทย์เยอะแยะ แต่ท่านไม่ฟังว่ารัฐบาลทำอะไรบ้าง หรือท่านฟังไม่ครบ หรือฟังโดยใช้อวัยวะข้างเดียว ไม่ได้ฟังสองข้าง ท่านค่อนข้างจะพูดรุนแรงเหมือนกัน เราจำเป็นต้องละทิ้งทิฐิ อคติ ผลประโยชน์ส่วนตนไว้ข้างหลัง และนึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ถ้าเรามีความรักสามัคคีกันจะช่วยกันแก้ทุกปัญหาได้
"นายกฯ ไม่ใช่คนรู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง หรือฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านบอกฉลาดที่สุด แต่ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นทุกความสำเร็จพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลข ท่านไม่เห็นหรือไม่ดูอะไรเลย"
"หลายอย่างที่ท่านพูดมาไม่ใช่ข้อเท็จจริง โชคที่ผมไม่ได้ไปรักษาอาการอะไรกับท่าน ท่านว่าผมมีอาการพิการทางสมอง ถ้าผมเป็น ก็คงรักษากับท่านไม่ได้" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ผู้นำรัฐบาลยังแสดงความคาดหวังให้บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากแรงมา นายกฯ ก็จะแรงน้อยกว่านิดหนึ่ง เพราะรู้ว่าต้องการให้นายกฯ โมโห และขอให้ให้เกียรติซึ่งกันและกัน การพูดจาส่อเสียด ให้ร้าย ดูแล้วไม่ใช่สภาพบุรุษ
"หลายคนท่านคงชื่นชมคนที่เคยทำงานมาก่อนว่าดีกว่าผม ไม่เป็นไร ก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

เปิดคิวซักฟอก 11 รมต.
การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 10 คน จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-22 ก.ค. โดยฝ่ายค้านได้เวลาอภิปราย 45 ชม. (วันละ 11 ชม.) และฝ่าย ครม. และ ส.ส.รัฐบาล ได้เวลาชี้แจง 19 ชม. (วันละ 2 ชม.) ก่อนลงมติในวันที่ 23 ก.ค.
ฝ่ายค้านประกาศ "จองกฐิน" พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยใช้เวลาอภิปรายนาน 2 วันเศษ รวมเวลา 30 ชั่วโมง
สำหรับลำดับการอภิปรายตามที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แจ้งต่อประธานสภา มีการปรับเปลี่ยนลำดับจากที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีลำดับ ดังนี้
วันที่ 19 ก.ค. อภิปราย 5 คน
- ผู้นำฝ่ายค้านแถลงญัตติและอภิปรายขยายความในญัตติ
- อภิปราย 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข 2. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 3. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน 4. นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ 5. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
วันที่ 20 ก.ค. อภิปราย 6 คน
- อภิปราย 1. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ 2. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง 3. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย 4. พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 5. พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 6. อภิปรายพ่วง 3 ป. (พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร-พล.อ.อนุพงษ์) 7. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
วันที่ 21 ก.ค. อภิปราย 1 คน
- อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
วันที่ 22 ก.ค. อภิปราย 1 คน
- อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
วันที่ 23 ก.ค.
- ลงมติ ซึ่งต้องได้รับคะแนนไว้วางใจ ด้วยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 239 เสียง จากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 477 คน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix











