โควิด-19 : มติ ศบค. ให้ถอดหน้ากากได้ในที่โล่งแจ้ง ตามความสมัครใจ เคาะ 77 จังหวัดเป็น “พื้นที่สีเขียว”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ผ่อนคลายให้ถอดหน้ากากอนามัยได้เมื่อออกไปใช้ชีวิตในที่โล่งแจ้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเริ่มมาตรการใหม่
ศบค. มีมติให้ปรับพื้นที่สถานการณ์และมาตรการป้องกันควบคุมโรคใหม่ โดยกำหนดให้ 77 จังหวัดทั่วไทยเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง หรือ "พื้นที่สีเขียว" จากเคยจัดแบ่งโซนสีเอาไว้สูงสุดถึง 6 สี โดยให้มีผลหลังจากประกาศลงราชกิจจานุเบกษา
ผลที่ตามมาหลังไทยกลายเป็นสีเขียวทั้งแผ่นดินคือ จะมีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคในประเทศ เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ใกล้เคียงภาวะปกติให้มากที่สุด ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระยะหลังโควิด-19
หนึ่งในจำนวนนี้คือ การผ่อนคลายไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่นอกอาคาร ที่โล่งแจ้ง แต่ยังแนะนำให้สวมใส่หน้ากากอนามัย ดังนี้
- เมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น แล้วไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ มีความแออัด มีการระบายอากาศไม่ดี เช่น ในรถขนส่งสาธารณะ ตลาด สนามกีฬา หรือสถานที่แสดงดนตรีที่มีผู้ชม
- เมื่ออยู่ภายในตัวอาคาร ยกเว้นเวลาอยู่คนเดียว หรือมีกิจกรรมจำเป็นต้องถอดหน้ากาก เช่น รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย บริการบริเวณใบหน้า ศิลปะการแสดง ฯลฯ

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
แต่สำหรับประชาชนกลุ่ม 608 อันหมายถึง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, สตรีมีครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว 8 โรคเสี่ยง ยังแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น เช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อ/ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ที่ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น
การสวมหน้ากากอนามัยถือเป็นความปกติใหม่ หรือนิวนอร์มัล ยุคโควิด-19 การผ่อนคลายให้ถอดหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ยังอยู่บนพื้นฐานความสมัครใจของประชาชน
นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า นายกฯ ชมมากเรื่องนี้ และขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการใส่หน้ากากอนามัย ขณะนี้ยังต้องการความร่วมมือ และนายกฯ เน้นว่า "ขอให้เป็นความสมัครใจ และโดยส่วนใหญ่ยังต้องใช้อยู่ เพราะว่ามันเป็นประโยชน์"
โฆษก ศบค. ระบุว่า หลังจากนี้อธิบดีกรมอนามัย สธ. จะเป็นผู้ไปชี้แจงรายละเอียดในการปฏิบัติ และระบุถึงวันประกาศใช้มาตรการใหม่ต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนการผ่อนคลายมาตรการอื่น ๆ ตามมติ ศบค. มี ดังนี้
- ยกเลิกการคัดกรองอุณหภูมิในอาคารสถานที่ต่าง ๆ อาจให้มีการคัดกรองอุณหภูมิในสถานที่เสี่ยงหรือพื้นที่เฝ้าระบาด
- ตรวจ ATK กรณีเป็นผู้ป่วยต้องสงสัย หรือกรณีมีการรวมกลุ่มกันเกิน 2,000 คน
- เคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวได้ตามกฎหมายปกติ
สำหรับสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อาบอบนวด ทาง ศบค. ยังจำกัดเวลาให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ไม่เกิน 24.00 น. แม้มีข้อเสนอให้ขยายเวลาไปถึง 02.00 น. แต่เนื่องจากมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ฉบับ ซึ่งกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดสถานบริการแตกต่างกันไป ที่ประชุมจึงมอบหมายให้ พล.อ. สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค. ไปดูแลและหาข้อสรุปในเชิงกฎหมายก่อน
"นายกฯ ขอให้ทำให้เร็วที่สุด แต่คงต้องให้เวลากับคณะทำงานชุดนี้ ถ้าให้เร็วที่สุดอยากให้เกิด 1 ก.ค. แต่เลขาธิการ สมช. ขอเวลาให้ฝ่ายต่าง ๆ ทำงานเต็มที่ก่อน" โฆษก ศบก. กล่าว

ที่มาของภาพ, สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
แต่สำหรับมาตรการที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค. แน่นอนคือการผ่อนคลายมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับการเดินทางเข้าประเทศ โดยให้ยกเว้นการลงทะเบียน Thailand Pass หรือ CoE ของคนต่างชาติ โดยขอให้สำแดงเอกสารวัคซีนหรือผลการตรวจหาเชื้อแบบต่าง ๆ โดยให้มีการสุ่มตรวจเอกสาร ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ, ยกเลิกมาตรการคัดกรองอุณหภูมิ ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ และยกเลิกการกำหนดเงินประกัน
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยตามการรายงานของ ศบค. วันนี้ (17 มิ.ย.) พบว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,967 ราย มีผู้เสียชีวิต 19 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมนับจากปี 2563 จำนวน 4,494,880 ราย และผู้เสียชีวิตสะสม 30,422 ราย











