ปริญญ์ พานิชภักดิ์: องค์กรผู้หญิงเรียกร้องนายกฯ ปลดจุรินทร์จากประธาน คกก. ส่งเสริมสตรี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
องค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านความรุนแรงต่อผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ 16 องค์กร ออกแถลงการณ์ร่วมกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ โดยเรียกร้องให้ปลดนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และหัวหน้า ปชป. ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการระดับชาติส่งเสริมสถานภาพสตรี และงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ
แถลงการณ์ระบุว่า เมื่อมีผู้เสียหายจำนวนมากกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญใน ปชป. ว่าก่อเหตุคุกคามทางเพศ นายจุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนในการกำหนดให้ปัญหาข่มขืนและการละเมิดทางเพศเป็นวาระแห่งชาติ "ไม่ได้ตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคของตนอย่างเหมาะสม"
นอกจากนี้ทั้ง 16 องค์กรยังเรียกร้องให้ ปชป. ตรวจสอบว่าในกระบวนการคัดสรรบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งในพรรคได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลการคุกคามทางเพศด้วยหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการช่วยเหลือหรือปล่อยปละละเลย ผู้ที่อยู่ในกระบวนการคัดสรรจะต้องแสดงความรับผิดชอบ
- ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ลาออกจากรองหัวหน้า ปชป. ปฏิเสธข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิง
- ปริญญ์ พานิชภักดิ์: ศาลให้ประกัน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คดีอนาจาร-ข่มขืน แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
- จาก "พี่เอ้" อธิการบดี สจล. ผู้ "ไม่กลัวทัวร์" ก่อนเปิดตัวลงผู้ว่าฯ กทม.
- จุรินทร์ ยอมรับภาวะเลือดไหลออกจากพรรค ชู "ดร. เอ้-สุชัชวีร์" คือ "รูปธรรมเลือดใหม่คุณภาพ"
ขณะนี้มีหญิงผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายปริญญ์แล้วอย่างน้อย 5 รายในกรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ แต่มีผู้ที่ติดต่อทนายหรือเปิดเผยตัวว่าเป็นผู้เสียหายรวมแล้วนับสิบรายในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (17 เม.ย.) ตำรวจได้นำตัวนายปริญญ์ไปศาลเพื่อขอฝากขัง ก่อนที่นายปริญญ์จะได้รับการประกันตัว โดยศาลให้วางเงินประกันรวม 500,000 บาท และมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่องค์กรที่ทำงานด้านผู้หญิงจำนวนมากถึง 16 องค์กร เช่น มูลนิธิผู้หญิง มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ออกแถลงการณ์ร่วมกันในลักษณะนี้ โดยแถลงการณ์มุ่งเป้าไปที่ ปชป. พรรคต้นสังกัดของนายปริญญ์ ซึ่งนักปกป้องสิทธิสตรีวิจารณ์ว่าไม่ได้แสดงท่าทีที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
"นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องส่วนตัว และได้ปัดความรับผิดชอบโดยอ้างว่านายปริญญ์ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งไปแล้ว อีกทั้ง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค ก็ได้ให้ความเห็นไปในทำนองเดียวกันว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล" แถลงการณ์ 16 องค์กรระบุ
องค์กรด้านสิทธิสตรียังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ในกรณีของนายปริญญ์ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีตำแหน่งในพรรคการเมืองและยังมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำให้ถูกมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง ไม่ต่างจากในหลายกรณีเมื่อผู้เสียหายออกมาเปิดเผยเรื่องราว ก็ต้องเผชิญกับการตั้งคำถามและเป็นฝ่ายที่ถูกตรวจสอบจากสังคม

ที่มาของภาพ, Facebook/ปริญญ์ พานิชภักดิ์ - Prinn Panitchpakdi
จี้นายกฯ ปลดจุรินทร์จาก คกก. ส่งเสริมสตรี
เครือข่ายองค์กรผู้หญิงระบุว่า ถึงแม้ทางรัฐบาลจะกำหนดให้ปัญหาข่มขืนและการละเมิดทางเพศเป็นวาระแห่งชาติ แต่ก็ยังไม่สามารถพัฒนาให้เกิดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น
"นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็ไม่ได้ให้พรรคของตนแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม ทั้งที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการส่งเสริมสถานภาพสตรี ซึ่งเป็นผู้เสนอให้ปัญหานี้เป็นวาระแห่งชาติ สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจและจริงใจต่อการแก้ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงของนายจุรินทร์" แถลงการณ์ระบุพร้อมกับยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ
1. เรียกร้องให้นายกฯ ปลดนายจุรินทร์ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการระดับชาติส่งเสริมสถานภาพสตรี และงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ เพราะล้มเหลวไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใด ๆ หลังจากที่ประกาศให้ปัญหาข่มขืนและการละเมิดทางเพศเป็นวาระแห่งชาติ
2. เรียกร้องให้ ปชป. ร่วมรับผิดชอบต่อกรณีนี้ แม้ว่านายปริญญ์จะลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคแล้วก็ตาม โดยการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน และตรวจสอบกระบวนการคัดสรรบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งในพรรคว่าได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลการคุกคามทางเพศด้วยหรือไม่
"หากพบว่ามีการช่วยเหลือหรือปล่อยปละละเลย ผู้ที่อยู่ในกระบวนการคัดสรรจะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วย"
3.เรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปกลไกระดับชาติเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมแก่ผู้หญิงและเด็กจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ และให้มีแผนปฏิบัติการ

ที่มาของภาพ, Facebook/พรรคประชาธิปัตย์
คดีปริญญ์สะท้อนความล้มเหลวของกลไกปกป้องสตรี
กรณีของนายปริญญ์ สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวการทำงานป้องกันแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศและการละเมิดทางเพศ รวมถึงกลไกระดับชาติด้านสตรีในประเทศไทย องค์กรด้านสตรีระบุ
"ปัจจุบันการคุกคามทางเพศยังเป็นปัญหาที่หลบซ่อนทั้งที่เกิดในที่สาธารณะ สถานที่ทำงานหรือในสถาบันศึกษาเพราะผู้ประสบปัญหามักจะไม่กล้าออกมาแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุขึ้นมักจะไม่มีหลักฐาน อีกทั้งยังต้องเกรงกลัวอิทธิพลของผู้กระทำผิดซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานเหนือกว่า จึงทำให้ผู้ประสบปัญหาจำนวนมากขาดที่พึ่งและเลือกที่จะเก็บปัญหาไว้เพียงลำพัง" แถลงการณ์ระบุ
"การคุกคามทางเพศและการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง ซึ่งรัฐมีความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการคุ้มครอง ป้องกันแก้ไขตามพันธกิจระบุในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และยังตระหนักถึงความยากลำบากของหญิงที่ผ่านพ้นประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ"
คน ปชป. ว่าอย่างไร
บีบีซีไทยรวบรวมความเคลื่อนไหวจากฝั่ง ปชป. นับตั้งแต่ผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดนายปริญญ์ในคดีล่วงละเมิดทางเพศเมื่อวันที่ 12 เม.ย. ตามด้วยการแถลงข่าวลาออกจากทุกตำแหน่งใน ปชป. ของนายปริญญ์ รวมทั้งรองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เมื่อวันที่ 14 เม.ย. จนถึงวันนี้
- ดร.เอ้บอก "เป็นเรื่องเฉพาะตน"
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายนายปริญญ์ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่งของพรรค นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 ของ ปชป. ให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ของพรรค
"ไม่กังวลเลยครับ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตน ส่วนเราก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด...เจ้าตัวก็ประกาศลาออกแล้ว...ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลยครับ"
- เทพไทชื่นชมปริญญ์ลาออก
วันที่ 15 เม.ย. นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กชื่นชมอดีตรองหัวหน้าพรรคที่แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก และขอบคุณที่นายปริญญ์ ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ไม่นำเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวพันกับพรรค ให้เป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคม
"ขอชื่นชมคุณปริญญ์ นักการเมืองรุ่นใหม่ ที่รักษามาตรฐานความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ไว้ เหมือนกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยถูกข้อกล่าวหาในอดีตที่ผ่านมา และได้แสดงความรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่งไว้ก่อน...ถือว่าได้ทำตามมาตรฐานของพรรค ที่ยึดถือปฏิบัติมายาวนาน สมกับเป็นพรรคสถาบันทางการเมือง"

- รัชดายัน ปชป. ไม่ปกป้องคนผิด
น.ส.รัชดาเป็นกรรมการบริหาร ปชป. คนแรกที่ออกมาแสดงท่าทีในนามของพรรคเมื่อวันที่ 15 เม.ย. โดยบอกว่า ปชป. เข้าใจความรู้สึกทั้งของผู้เสียหายและสังคม และสนับสนุนให้ผู้เสียหายจากการถูกคุกคามหรือล่วงละเมิดดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้เดินหน้าโดยเร็ว และยืนยันว่าพรรคจะไม่แทรกแซงหรือดำเนินการใดที่เป็นการปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน
น.ส.รัชดากล่าวว่า ปชป. ยังคงยึดมั่นในจุดยืนเรื่องการต่อต้านการคุกคาม/ล่วงละเมิดทางเพศความรุนแรงในครอบครัว การเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังมีทีมนักการเมืองหญิงที่ได้ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมมาอย่างยาวนานในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายในทุกกรณี โดยเฉพาะด้านกฎหมาย เพื่อร่วมกันเป็นกลไกในการยุติปัญหานี้
- จุรินทร์ขอให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความจริง
วันต่อมาถึงคิวหัวหน้าพรรคอย่างนายจุรินทร์ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งเขาเพียงย้ำคำพูดของ น.ส.รัชดาที่ว่า ปชป. ต่อต้านการคุกคามทางเพศและจะเดินหน้าทำงานในเรื่องนี้ต่อไป ซึ่งอาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ แต่พรรคจะไม่ปกป้องใครและจะไม่แทรกแซงใด ๆ ในเรื่องของคดี
"ขณะนี้เรื่องนี้ไปไกลถึงขั้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นก็ให้กระบวนการยุติธรรมได้เป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ได้รับความเสียหาย" หัวหน้า ปชป. กล่าว
นายจุรินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่าจะไม่แต่งตั้งใครมาเป็น ผอ.ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มาแทนนายปริญญ์ แต่จะให้รอง ผอ. ศูนย์ฯ ซึ่งมีอยู่ถึง 9 คนทำงานต่อไป
- พิมพ์รพีเชื่อ ปชป. ไม่ล่มสลาย
ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ ปชป. กรรมการบริหารพรรคอีกคนหนึ่งที่ออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้ โดยบอกว่าเป็นเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาต้องพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลต่อไป แต่ในส่วนของ ปชป. ซึ่งอยู่ในการเมืองไทยมายาวนานถึง 76 ปี แม้จะไม่ล่มสลายเพราะการกระทำผิดเฉพาะตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่พรรคต้องแสดงความรับผิดชอบในฐานะองค์กรที่เป็นต้นสังกัดของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย เพราะมีการแจ้งข้อหาถึง 3 คดีเป็นอย่างน้อย









