ปริญญ์ พานิชภักดิ์: ศาลให้ประกัน อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คดีอนาจาร-ข่มขืน แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง อนุญาตให้ประกันนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังจากวันนี้ (17 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สน. ลุมพินี ยื่นคำร้องฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์รวม 3 สำนวน หมายเลยดำ ฝ.173/2565 (คดีอนาจารฯ), ฝ.174/2565 (คดีอนาจารฯ), ฝ.175 /2565 (คดีข่มขืนฯ)

ก่อนหน้านี้ในช่วงเข้า นายปริญญ์ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุมากกว่า 15 ปีและข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ศาลให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ระหว่างวันที่ 17-28 เม.ย. แต่ผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอปล่อยชั่วคราวทั้ง 3 คดี ซึ่งศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยตีราคาประกันในคดีอนาจารฯ (หมายเลขดำ ฝ.173 และ 174/2565) สำนวนละ 200,000 บาท และคดีข่มขืนฯ (หมายเลขดำ ฝ.175/2565) เป็นเงิน 300,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบแล้ว

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป. เรียกร้องให้สังคมแยกแยะว่าคดีดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว พรรคจะไม่ไปก้าวล่วงและจะสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่

การเข้ามอบตัวและปฏิเสธข้อหาของนายปริญญ์ เกิดขึ้นภายหลังการแถลงลาออกจากรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของ ปชป. เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา หรือเพียงหนึ่งวันหลังจากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังเปิดเผยว่ามีหญิงผู้เสียหายกล่าวหารองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่คนหนึ่งว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ลาออกจากรองหัวหน้า ปชป. เมื่อวันที่ 14 เม.ย. หลังจากที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้หญิงคนหนึ่งว่าถูก "รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่" ล่วงละเมิดทางเพศ

พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยที่ สน.ลุมพินี ภายหลังนายปริญญ์เข้าพบพนักงานสอบสวนว่า เฉพาะในเขตอำนาจของ สน.ลุมพินี ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายปริญญ์จำนวน 3 คดี ได้แก่ คดีกระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี 2 คดี และคดีข่มขืนกระทำชำเราอีก 1 คดี เบื้องต้นนายปริญญ์ ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้ให้ข้อมูลรายละเอียดพร้อมจะนำข้อมูลเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มอบให้แก่พนักงานสอบสวนต่อไป

รอง ผบช.น. ยังกล่าวถึงกระบวนการดำเนินคดีหลังจากนี้ว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวนเตรียมขออนุมัติหมายจับต่อศาล แต่ผู้ต้องหามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาก่อนจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำไปตามขั้นตอน ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 ดังนั้น อำนาจในการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวนจึงยังไม่มี เมื่อแจ้งข้อหาแล้ว จะต้องขออำนาจศาลออกหมายขัง หลังจากแจ้งข้อหา สอบปากคำและลงบันทึกประจำวันแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นัดหมายนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังที่อาญากรุงเทพใต้ในเวลา 8.00 น. ในวันพรุ่งนี้ (17 เม.ย.)

"แต่ถ้าผู้ต้องหาไม่มาตามนัด จะถือเป็นเหตุความจำเป็นเร่งด่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ" พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าว

เมื่อถูกถามว่าตำรวจหนักใจหรือไม่ เพราะผู้ต้องหาเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ฝั่งรัฐบาล รอง ผบช.น. กล่าวว่าไม่หนักใจ เนื่องจากในการดำเนินคดีนั้น ตำรวจยึดหลักการตามกฎหมายอยู่แล้ว

"ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นประชาชนธรรมดา เป็นคนในเครื่องแบบหรือมีตำแหน่งใดก็ตาม ต้องอยู่ใต้กฎหมาย"

ส่วนประเด็นที่ว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีเดินทางออกต่างประเทศ พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ในการขอหมายจับต่อศาล เจ้าหน้าที่ขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไขในการออกนอกประเทศ เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง มีผู้เสียหายหลายคน และผู้ต้องหาเคยพักอาศัยอยู่ต่างประเทศ ทั้งนี้ ทางตำรวจได้เตรียมความพร้อมและประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอีกทางหนึ่งด้วย

ก่อนหน้านี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความชื่อดังโพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้หญิงคนหนึ่งว่าถูก "รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่" ล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งนายษิทราได้นำผู้หญิงคนดังกล่าวไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายษิทราได้ทวงถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความไปตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. มีการสอบปากคำทั้งผู้เสียหาย มารดาผูเสียหาย พยาน และเก็บหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดแล้ว เหตุใดจึงไม่มีการออกหมายจับ

FACEBOOK/ปริญญ์ พานิชภักดิ์ - PRINN PANITCHPAKDI

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/ปริญญ์ พานิชภักดิ์ - PRINN PANITCHPAKDI

คำบรรยายภาพ, นายปริญญ์ (ซ้าย) ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ช่วยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครในนาม ปชป. หาเสียง

ด้านนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ "ลูกนัท" นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ภรรยาของเขา น.ส.หทัยรัตน์ วิทยภูมิ เป็นผู้เสียหาย เดินทางมาที่ สน.ลุมพินี เช่นกัน พร้อมให้สัมภาษณ์สื่ออ้างว่า ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. เขาได้รับการติดต่อจากผู้ที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำของนายปริญญ์มาประมาณ 5-6 คน กรณีหนึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่สหราชอาณาจักรของผู้ถูกกล่าวหา

"หลาย ๆ คน จะมีหลักฐานแตกต่างกันไป ส่วนมากเป็นแชทล็อก (ประวัติการพูดคุยในแชท) จะเป็นวิธีการพูดคุย... ยืนยันอย่างนี้ว่าผู้เสียหายทุกคนสามารถกล่าวถึงเหตุการณ์ ตัวบุคคล และสถานที่ได้อย่างแม่นยำและตรงกันแทบจะทุกคน" นายธนัตถ์กล่าว

สำหรับหญิงที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากกระทำล่วงละเมิด จนถึงขณะนี้ได้ทยอยเข้าแจ้งความแล้วอย่างน้อย 4 คน

"แอนนา" หทัยรัตน์ ประกาศถอนตัวผู้สมัคร ส.ก. เพื่อความบริสุทธิ์ใจ

น.ส. หทัยรัตน์ วิทยภูมิ ธนากิจอำนวย หรือแอนนา ภรรยาของนายธนัตถ์ โพสต์บนเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Anna Vidhyaphum ขอถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสวนหลวง ในนามพรรครวมไทยยูไนเต็ด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ใจ ต่อการแจ้งความดำเนินคดีถูกกระทำล่วงละเมิดทางเพศดังกล่าว

น.ส. หทัยรัตน์กล่าวว่า "สองวันมานี้ความรู้สึกเหมือนยาวนานเป็นเดือน เหมือนถูกข่มขืนซ้ำจากคนคนเดิม และสังคมรับรู้"

เธอบอกด้วยว่าคดีนี้มีหลักฐานและผู้เสียหายจำนวนมาก ผู้ก่อเหตุได้กระทำหลายครั้งและไม่มีท่าทีสำนึกผิด อีกทั้งมีบุคคลใกล้ตัวและบุคคลวงในรับรู้พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก จึงต้องการให้ตำรวจและสื่อติดตามคดีนี้

"หากยอมรับแต่คดีลวนลาม คงเสียแค่ค่าปรับและลอยนวลออกมา มั่นใจเหมือนเดิม"

"เมื่อคุณถูกกระทำ คนที่น่าอายคือคนกระทำ ไม่ใช่เหยื่อค่ะ" น.ส.หทัยรัตน์ ระบุบนเฟซบุ๊กถึงผู้ที่ห่วงใยถึงการดำเนินชีวิตต่อหลังจากออกมาเปิดเผยกรณีนี้

ก่อนหน้านี้ น.ส. หทัยรัตน์ระบุว่าเหตุการณ์ที่เธอถูกกระทำเกิดขึ้นเมื่อปี 2564

ทั้งนี้ หลังจาก น.ส. หทัยรัตน์ประกาศถอนตัวจากผู้สมัคร ส.ก. พรรครวมไทยยูไนเต็ด แถลงว่าได้รับแจ้งจาก น.ส. หทัยรัตน์แล้ว ทางพรรคสนับสนุนการตัดสินใจและชื่นชมในความกล้าหาญและบริสุทธิ์ใจของอดีตผู้สมัครของพรรค

"ทางคุณแอนนา มีความต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ว่าในคดีถูกลวงไปบังคับข่มขืนนั้น มิใช่เรื่องทำเพื่อหวังผลทางการเมือง" แถลงการณ์ของพรรคระบุ

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครชี้แจงว่าตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 53 เมื่อลงสมัคร ส.ก. แล้วไม่สามารถถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครได้ ความเป็นผู้สมัครจะมีอยู่ไปจนกว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหย่อนบัตรให้ถือเป็นคะแนน