LGBTQ+: “ปันปัน แพนไจน่า ฮีลส์” กับวัฒนธรรม “แดร็ก” สิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ และธุรกิจแฟชั่น

"ปันไม่ชอบใช้คำว่า ชายแท้ เพราะว่าถ้าเกิดว่าใช้คำว่า ชายแท้ เราไปสื่อถึงว่าคนที่เป็นเพศที่สามเป็นอะไรที่เทียม ฉันไม่ไช่ซีดีก็อป (ของลอกเลียนแบบ) ก็เลยรู้สึกว่า คำนี้เลิกใช้ได้แล้ว ถ้าเกิดเราไม่ได้มองว่าเกี่ยวกับเพศ มันไปได้ลึกกว่านั้น"

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, "ปันไม่ชอบใช้คำว่า ชายแท้ เพราะว่าถ้าเกิดว่าใช้คำว่า ชายแท้ เราไปสื่อถึงว่าคนที่เป็นเพศที่สามเป็นอะไรที่เทียม ฉันไม่ไช่ซีดีก็อป (ของลอกเลียนแบบ) ก็เลยรู้สึกว่า คำนี้เลิกใช้ได้แล้ว ถ้าเกิดเราไม่ได้มองว่าเกี่ยวกับเพศ มันไปได้ลึกกว่านั้น"
    • Author, วัชชิรานนท์ ทองเทพ & วสวัตติ์ ลุขะรัง
    • Role, บีบีซีไทย

จนถึงวันนี้ คนไทยจำนวนหนึ่งยังมอง ผู้ชายที่แต่งกายคล้ายหญิง (Dressed Resembling A Girl - DRAG) เป็นเรื่องขบขัน และมีทัศนคติในเชิงลบ ส่วนในโลกตะวันตก ผู้มีความหลากหลายทางเพศใช้วัฒนธรรมแดร็ก หรือ drag culture ต่อยอดสร้างการยอมรับในสถานภาพ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียม และสร้างอาชีพในหลายอุตสาหกรรม

ในเมืองไทย ชื่อของ "ปันปัน นาคประเสริฐ" หรือที่รู้จักกันในวงการแดร็กควีนคือ "แพนไจน่า ฮีลส์" ถือว่าเป็นศิลปินในสปอตไลท์ที่เธอหวังว่าจะเป็น "ต้นแบบและแรงบันดาลใจ" ให้กับคนรุ่นใหม่สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมผ่านวัฒนธรรมแดร็กและเสียงของ LGBTQ+

แพนไจน่า ฮีลส์ ไม่ใช่ชื่อแดร็กควีนคนไทยที่รู้จักกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น แต่เธอเป็นที่พูดถึงในระดับนานาชาติ หลังจากเป็นผู้ชนะถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรายการ RuPaul's Drag Race UK vs The World ที่ออกอากาศทางช่อง BBC Three ในสหราชอาณาจักร เธอเป็นตัวแทนคนไทยและชาวเอเชียคนแรกในรายการ เฟ้นหาสุดยอดแดร็กควีนนี้

คำบรรยายวิดีโอ, แพนไจน่า ฮีลส์: “ทำในสิ่งที่เรารักก่อน กำไรของธุรกิจและชีวิตมันได้ 50% แล้ว”

ปันปันถูกคัดออกในสัปดาห์ที่ 4 ของรายการ ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ร่วมรายการและผู้ชม เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา

"ปันไม่เคยมองว่า การเป็นแดร็ก หรือแต่งหญิงมันผิดแล้วก็ ปันรู้สึกว่าหลาย ๆ ครั้ง คนในสังคมจะรู้สึกโกรธหรือไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง ในที่สุดมันก็คือภาพ คนฆ่ากันได้เพราะว่าสิ่งที่เราใส่เหรอ ปันก็เลยรู้สึกว่า ก็ฉันก็ไม่ได้เบียดเบียนใคร เผลอ ๆ สร้างความสุขให้คนอื่น และฉันก็สร้างความสุขให้ตัวเอง" ปันปันเล่าให้บีบีซีฟัง หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่สถานีจะแพร่ภาพตอนที่เธอถูกคัดออกจากรายการ

การเป็นแดร็กไม่จำกัดคำว่าเพศ

ปันปันในวัย 33 ปีโลดแล่นบนเส้นทางศิลปินแดร็กควีนมากว่า 11 ปี เธอฉายภาพความเป็นแดร็ก ว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่ร่างกายของทุกคนมีความเป็นความเป็นหญิงและความเป็นชายอยู่เธออ้างถึง Kinsey scale หรือ ตัววัดระดับความชอบเพศเดียวกันแล้ว ทุกคนไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นกลุ่มรักต่างเพศ (heterosexual) หรือ รักเพศเดียวกัน (homosexual) ได้ 100%

"ปันไม่ชอบใช้คำว่า ชายแท้ เพราะว่าถ้าเกิดว่าใช้คำว่า ชายแท้ เราไปสื่อถึงว่าคนที่เป็นเพศที่สามเป็นอะไรที่เทียม ฉันไม่ไช่ซีดีก็อป (ของลอกเลียนแบบ) ก็เลยรู้สึกว่า คำนี้เลิกใช้ได้แล้ว ถ้าเกิดเราไม่ได้มองว่าเกี่ยวกับเพศ มันไปได้ลึกกว่านั้น" เธออธิบาย

Pangina Heals

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

เมื่อมองย้อนไปดูพัฒนาการที่ผ่านมาของวัฒนธรรมแดร็ก ก็อาจเป็นไปได้ว่าเกี่ยวข้องกับทุกเพศทุกวัย และศิลปะการแสดง บทความเรื่อง "The fabulous history of drag" ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์บีบีซีไบต์ไซส์ อธิบายว่าแดร็กมีต้นกำเนิดเพราะความจำเป็นตามข้อห้ามของศาสนาจักรที่อนุญาตให้เพียงผู้ชายเท่านั้นเล่นละครเวทีได้ ทำให้นักแสดงชายจำต้องแต่งกายเป็นหญิงแทน เพื่อคงความงดงามของการแสดงที่ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของกวีเลื่องชื่อ รวมทั้งวิลเลียม เชคสเปียร์

สำหรับคำว่า "แดร็ก" นั้นเชื่อกันว่ามีจุดกำเนิดที่เกี่ยวเนื่องกับละครเวทีเหมือนกัน โดยนักแสดงชายที่แต่งกายและรับบทบาทเป็นหญิงจะถูก "ลาก (drag)" ไปบนพื้น

ผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul's Drag Race UK vs The World

ที่มาของภาพ, World of Wonder

คำบรรยายภาพ, ผู้เข้าแข่งขันรายการ RuPaul's Drag Race UK vs The World

ในเวลาต่อมาการแต่งแดร็กกลายเป็นหนทางที่ทำให้ผู้ชาย ทั้งที่เป็นชายรักชาย หรือรักเพศตรงข้าม ได้เปิดเผยตัวตนในอีกด้านที่แตกต่างออกไป ด้วยกายแต่งกายจนเกินหญิง ในเวลาเดียวกัน "แดร็กคิง" หรือนักแสดงหญิงที่แต่งกายเป็นชายก็เป็นที่นิยม

ในปัจจุบันการแสดงของแดร็กควีนและแดร็กคิง กลายเป็นสารตั้งต้นในการสร้างรายการทางโทรทัศน์และธุรกิจบันเทิงหลากหลายแขนง ในหลายประเทศ

ในต่างประเทศมองวัฒนธรรมแดร็กอย่างไร

แม้ว่าในไทย วัฒนธรรมแดร็กอาจจะดูเหมือนเป็นพื้นที่เฉพาะกลุ่ม แต่ก็เริ่มได้รับการพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพียงแค่การแสดงในสถานบันเทิงยามค่ำคืนเท่านั้น เมื่อเดือน ก.พ. 2561 ศิลปะการแสดงนี้เริ่มขยายเข้าสู่ธุรกิจบันเทิงในรูปแบบรายการเรียลลิตีโชว์ "แดร็ก เรซ ไทยแลนด์" โดยผู้เข้าประกวดต้องแสดงความสามารถหลายรูปแบบ ตั้งแต่ การเต้น การโชว์ลิปซิงค์ ไปจนถึงการแต่งหน้าทำผม ปันปันเองได้เป็นพิธีกรร่วมในรายการครั้งนั้น

นอกจากจะได้เข้าร่วมรายการของ รูพอล อองเดร ชาร์ลส์ ผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ และเจ้าของรายการ Rupaul's Drag Race ที่ออกอากาศมาหลายซีซันและหลายประเทศมาแล้ว รวมทั้งเป็นต้นฉบับของรายการแดร็ก เรซ ไทยแลนด์ด้วย

in the show

ที่มาของภาพ, World of Wonder

เธอเห็นว่าการที่รายการนี้ถูกผลิตออกมาแล้วหลายซีซั่นแล้วในสหรัฐฯ ก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่งว่า เป็นไม่ใช่รายการเฉพาะกลุ่ม (niche) แล้ว แต่กลายเป็นรายการกระแสหลักสำหรับกระแสหลัก (main stream) ไปแล้ว

"พอเป็น main stream (กระแสหลัก) ปุ๊บ มันก็ทำให้แดร็กควีนกลายเป็นพรีเซนเตอร์ แดร็กควีนทำงานได้หลายแขนง และมีโอกาสหลาย ๆ อย่างที่จะทำนอกเหนือจากการแสดงอย่างเดียว เราจึงได้เห็น บิอันกา เดล ริโอ (สามารถ) ขายบัตรเกลี้ยงทั้งสเตเดียม หรือรวมทั้งมีรายการเป็นของตัวเอง รูพอล ก็เคยทำเป็นรายการทอล์กโชว์เป็นของตัวเอง" เธออธิบาย

เธอหวังว่าต่อจากนี้เรื่องราวของแดร็กควีนในไทยจะเป็นสิ่งที่ได้รับการพูดคุยเป็นกระแสหลัก และเป็นกระแสแห่งความสนุกสนาน ที่สร้างงาน สร้างโอกาสให้กับบรรดาแดร็กควีน และส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียมกันของคนในสังคมได้อีกทาง

แดร็กควีน พื้นที่สร้างความตระหนักรู้ถึงความเท่าเทียมกัน

หากจำกันได้ ในการชุมชุมทางการเมืองของ "กลุ่มราษฎร 2563" เพื่อขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากการเป็นนายกรัฐมนตรี ที่แยกราชประสงค์ เมื่อเดือน ต.ค. 2563 บรรดาแดร็กควีน ซึ่งรวมถึงแพนไจน่า ฮีลส์ ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนครั้งนั้นด้วย แต่ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

กลุ่ม "แดรกควีน" มาร่วมชุมนุมขับไล่นายกฯ ที่แยกราชประสงค์วันที่ 25 ต.ค. 2563

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, กลุ่ม "แดรกควีน" มาร่วมชุมนุมขับไล่นายกฯ ที่แยกราชประสงค์วันที่ 25 ต.ค. 2563

"ฉันเป็นแดร็กควีนคนหนึ่งนะ ฉันเป็นคน ๆ หนึ่งนะที่ออกมาขอสิทธิ ไม่ได้พูดเรื่อง gay rights (สิทธิของกลุ่มเกย์) ด้วย ไม่ต้องไปไกลถึงขนาดนั้น จุดที่อยากได้ อยากได้สิทธิของความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง (วันนั้น) เรายังไม่ได้ไปถึงขั้นว่าเป็นเกย์เลย เพราะว่าเราไม่ได้สิทธิมนุษย์ เราไม่ได้สิทธิอย่างอื่นด้วยซ้ำ 1-5 ยังไม่ได้ 5-10 จะไปได้ได้อย่างไง" เธอเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว ที่พวกเธอต้องการให้ผู้มีอำนาจรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม

คำบรรยายวิดีโอ, แดร็กควีนร่วมชุมนุมแยกราชประสงค์

เธอบอกด้วยวาการเรียกร้องสิทธิทางเพศของเธอก็เพื่อสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่กล้าแสดงออกและภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น

"ปันอาจจะเป็น role model (ต้นแบบ) ให้คนบางคน แม้ว่าปันไม่ได้เป็นคน perfect (สมบูรณ์แบบ)" เธอกล่าว

กว่าจะเป็นแดร็กควีนบนเวทีโลก

แม้ว่าปันปันจะไม่ระบุถึงสาเหตุที่เธอถูกเลือกเข้าร่วมรายการ RuPaul's Drag Race UK vs The World แต่เธอบอกว่าอย่างน้อยเธอก็ได้ทำอะไรให้ประเทศภูมิใจและเป็นเกียรติสูงสุดแล้ว

Pangina Heals

ที่มาของภาพ, World of Wonder

เมื่อถามว่า ต้องเตรียมตัวกับการแข่งขันที่เวทีรวมดาวแดร็กควีนจากหลายประเทศอย่างไร เธอบอกว่า หนึ่งในความพยายามอย่างหนึ่งของเธอคือ การเอาความเป็นไทยเข้าไปเพื่อนำเสนอผ่านตัวเธอเอง เพื่อช่วยส่งเสริมว่าดีไซเนอร์ไทยเก่งขนาดไหน

"เสื้อผ้าปันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์อย่างพี่ผักกาด พี่ณรงค์ หรือดีไซเนอร์ใหม่ ๆ อย่างน้องมิว ทุก ๆ อย่างที่ปันเอาไป มันมีความเป็นไทยไม่ว่าจะเป็นสัปดาห์แรก ที่ใส่ชฎา หรือว่า ใส่ตัวอักษรไทยปักลงมาบนตัวที่เป็นชุดทรงไทยที่มีสไบ หรือ ชุดที่ลิปส์ซิงที่ปันก็ได้ใส่เป็นลายกนก เพราะฉะนั้นก็จะมีความเป็นไทยอยู่ในแฟชั่นของสิ่งที่ปันนำไปเสนอคะ" เธออธิบาย

advert

ที่มาของภาพ, World of Wonder

สำหรับการแข่งขันนี้ ปันปันบอกว่า เธอต้องไปเรียนทักษะเพิ่มทั้งหมด 11 อย่างเพื่ออุดจุดอ่อนที่เธอมี เช่น ไปเรียนการทำผม แต่งหน้า นั่งสมาธิ แอคติ้ง (การแสดง) เย็บผ้า ประวัติศาสตร์ของแฟชั่น การแร็ป การร้องเพลง และการเดินแบบ

"ปันต้องไปเป็นเหมือนกับน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เราจะได้เข้าไปแล้ว เราจะรู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ถ้าเกิดเรามีอีโก้ (การถือตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ) แล้วถ้าเรารู้สึกว่า เราเก่งอยู่แล้วไปแข่งทำไม" ปันปันกล่าว

"ทำในสิ่งที่เรารักก่อน กำไรของธุรกิจและชีวิตมันได้ 50% แล้ว"

กว่า 11 ปีที่ล้มลุกคลุกคลานในวงการแดร็กควีน ปันปันยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนทั่วไปเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ

เธอย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นแดร็กควีน มาจากการเป็นแดนเซอร์ หรือ นักเต้นตามงานในไนต์คลับ วิ่งงานตั้งแต่ทุ่มหนึ่งจนถึงตีสี่ทุกวัน บางวันรับงานถึงสามที่ และเคยป่วยด้วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากการทำงานหนัก ที่ได้ค่าตอบแทนในตอนนั้นเพียง 700 บาทต่อคืน ขณะที่ต้นทุนการแสดงสูงกว่านั้น เช่น ค่าชุดราว 8,000 บาท ไม่รวมค่าวิกผมและเครื่องสำอาง ทั้งหมดนี้สวนทางกับค่าจ้างที่บางครั้งได้เพียง 1,500 บาท แต่เธอทำไปเพราะใจรัก

ปันปันเป็นเจ้าของสถานบันเทิงชื่อ House of Heals เป็นสถานที่แสดงของกลุ่มแดร็กแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ปันปันเป็นเจ้าของสถานบันเทิงชื่อ House of Heals เป็นสถานที่แสดงของกลุ่มแดร็กแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

"สิ่งหนึ่งที่พ่อสอนมา และปันปันรู้สึกว่าดีมากคือ เขาบอกว่า ทำในสิ่งที่เรารักก่อน กำไรของธุรกิจและชีวิตมันได้ 50% แล้ว ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารัก และวันหนึ่งเงินมันจะมาเอง" เธอกล่าวถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอลุกขึ้นสู้จนถึงวันนี้

แม้จะถูกคัดออกจากเวที RuPaul's Drag Race UK vs The World แล้ว แต่ปันปันยังคงโลดแล่นในเส้นทางแดร็กควีนต่อไป เธอกำลังทัวร์เปิดการแสดงในหลายเมืองในสหรัฐฯ ก่อนจะไปสหราชอาณาจักรในเดือน ก.ค.

การแสดงชุดสุดท้ายก่อนที่แพนไจน่า ฮีลส์ ถูกคัดออกจากรายการ

ที่มาของภาพ, World of Wonder

คำบรรยายภาพ, การแสดงชุดสุดท้ายก่อนที่แพนไจน่า ฮีลส์ ถูกคัดออกจากรายการ

"ปันไม่รวยบอกเลย ปันไม่ได้ทำเงินได้มหาศาลขนาดไหน...คุณจะมีเงิน แต่ไม่ได้หมายว่า คุณมีความสุขนะคะ ปันบอกได้ 100% เลยว่า ปันมีความสุขมากที่สุดคนหนึ่งของโลก การได้แต่งหญิง การได้ทำในสิ่งที่เรารัก การที่ทำงานกับคนที่เรารัก อยู่กับคนดี ๆ คนที่เขาแคร์เรารักเรา จบแล้วปะชีวิต" ปันปันทิ้งท้ายพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง