ม.112 : ผู้ชุมนุม 4 รายรับทราบข้อกล่าวหา "แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 4 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดี "หมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์" ตามกฎหมายอาญามาตรา 112 หนึ่งในนั้นเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี
ผู้ที่ได้รับหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 ทั้ง 4 คน ในวันนี้ (11 ม.ค.) ประกอบด้วย
- เยาวชนอายุ 17 ปี ซึ่งนับเป็นเยาวชนอายุตาำว่า 18 ปี คนที่ 2 ที่ถูกแจ้งข้อหานี้
- นายชูเกียรติ แสงวงศ์ ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" หรือที่รู้จักกันว่า "จัสติน" จากการที่เขามักแต่งกายเลียนแบบนักร้องดังด้วยเสื้อครอปท็อปและกางเกงวอร์ม
- น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ "ตี้ พะเยา" อายุ 20 ปี ผู้ปราศรัยกลุ่ม "ราษฎร"
- นายณัฐชนน ไพโรจน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.)
ผู้ถูกกล่าวหา 3 คน คือ เยาวชนอายุ 17 ปี นายชูเกียรติ และ น.ส.วรรณวลี เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.บุปผาราม จากกรณีการชุมนุมที่วงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาอายุ 17 ไปขออำนาจควบคุมที่ศาล เนื่องจากยังเป็นเยาวชน และต้องประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 5,000 บาท
ส่วนนายณัฐชนนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากการพิมพ์ "ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหา ข้อเรียกร้องว่าด้วยสถาบันกษัตริย์" ซึ่งเป็นหนังสือรวมคำปราศรัยเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ที่มีการนำมาแจกในที่ชุมนุม "ทวงอำนาจคืนราษฎร" เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2563

ที่มาของภาพ, Getty Images
การเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ มีมวลชนกลุ่มเล็ก ๆ ไปให้กำลังใจนักเคลื่อนไหวทั้ง 4 คน โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไปให้กำลังใจนายณัฐชนนที่ สภ.คลองหลวง แต่ได้ถูกตำรวจมาเจรจาขอให้ยุติการรวมตัวและห้ามใช้เครื่องเสียงปราศรัย
ส่วนที่ สน.บุปผาราม นักกิจกรรมทั้ง 3 คนเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อเวลา 11.00 น. โดยมีประชาชนกลุ่มหนึ่งไปให้กำลังใจเช่นกัน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่านับตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 จนถึงวันที่ 10 ม.ค. มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 แล้วอย่างน้อย 40 ราย ใน 28 คดี ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นคดีที่มีประชาชนเป็นผู้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ
เสียงจากเยาวชนคนที่ 2 ที่กลายเป็นผู้ต้องหา ม. 112
เยาวชนรายนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "เพชร" ได้รับหมายเรียกจาก สน.บุปผารามเมื่อวันที่ 3 ม.ค. โดยมีนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน เป็นผู้แจ้งความ
เพชรเข้าร่วมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์หลายครั้ง และมักร่วมแสดงออกในการเรียกร้องสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
เขาเป็นเยาวชนคนที่ 2 ที่กลายเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทและแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ต่อจากเยาวชนอายุ 16 ปี ซึ่งถูกออกหมายเรียกจากการร่วมกิจกรรมเดินแฟชั่นโชว์ในงาน "ศิลปะราษฎร" ที่ ถ.สีลม และเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ยานนาวาเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.
- มาตรา 112 : ศาลให้ประกันตัวเยาวชนอายุ 16 ที่ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นสถาบันฯ
- ม.112: พระสงฆ์ไทยขอลี้ภัยในต่างแดน หลังถูกข้อหา "112 จำแลง" เพราะข้อความวิจารณ์กษัตริย์
- ผู้ต้องหา ม.112 ประกาศ "ก้าวข้ามเส้นแห่งความกลัว" เดินหน้าเรียกร้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นสถาบันฯ
- ม.112: แกนนำ-ผู้ปราศรัย นักกิจกรรมกลุ่ม "ราษฎร" 8 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
คดี 112 นับเป็นคดีที่ 3 ของเยาวชนรายนี้ ก่อนหน้านี้เขาถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และข้อหายุงยงปลุกปั่นให้เกิดความปั่นป่วนในราชอาณาจักร มาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. เพชรได้เปิดเผยความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์จากการถูกดำเนินคดีเพราะเข้าร่วมการชุมนุมโดยยอมรับว่าเขา "เครียด" และ "กลัวว่าอนาคตจะไม่ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำแล้ว"
เพชรบอกว่าเขาสนใจการเมืองมานานแล้ว และได้เข้าร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2563 และได้เตรียมใจมาตั้งแต่ต้นว่าอาจถูกดำเนินคดีจากการไปร่วมชุมนุมและแสดงออกในที่ชุมนุม
"แต่เราเชื่อว่าถ้าเรายึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ต่อให้น่ากลัวเราก็ต้องสู้ถ้าเราอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง" เขาบอก แต่ยอมรับว่าไม่คิดว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงอย่างมาตรา 116 และ มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา
"ที่ผ่านมา คนที่โดน 112 คือต้องลี้ภัยเลยนะ หรือบางคนก็ติดคุกเลยเช่นคุณสมยศ (พฤกษาเกษมสุข) และไผ่ (จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา) เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้"
เพชรเล่าว่าหมายเรียกส่งมาที่บ้านโดยมีพ่อเป็นคนรับ และโทรศัพท์มาแจ้งให้เขารู้
"วันนั้นพ่อโทรมาบอกว่ามีหมายมาที่บ้านนะลูก แจ้งข้อหาว่าหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์...เขาถามย้ำหลายรอบมากว่าคืออะไร พอบอกว่าคือ 112 พ่อก็ตกใจ...สิ่งที่ทำให้เราเครียดมากที่สุดคือความเครียดของพ่อ เพราะเราเป็นห่วงเขามากกว่าเป็นห่วงตัวเอง" เขาระบายความรู้สึกกับผู้ติดตามในเฟซบุ๊ก
"ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า"
สำหรับนายณัฐชนน นักศึกษา มธ. และประธาน สนท. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่านอกจากข้อหาตามมาตรา 112 แล้ว ตำรวจยังได้แจ้งข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ด้วย โดยคดีนี้มี พ.ต.ต. สิรภพ บัวหลวง สารวัตรสืบสวน สภ.คลองหลวงเป็นผู้กล่าวหา
นายณัฐชนนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนให้ณัฐชนนพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และให้ลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนให้ปล่อยตัวไป และนัดหมายเพื่อมาส่งสำนวนให้พนักงานอัยการต่อไปในวันที่ 11 ก.พ.
นายณัฐชนนถูกออกหมายเรียกหลังจากที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบยึดหนังสือ "ปรากฏการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหา ข้อเรียกร้องว่าด้วยสถาบันกษัตริย์" จำนวนเกือบ 50,000 เล่มบนรถบรรทุกที่นายณัฐชนนนั่งอยู่ โดยตำรวจระบุว่า หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหากล่าวพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักในความมั่นคงของประเทศ ที่จะนำไปแจกจ่ายหรือเผยแพร่ให้กับผู้ชุมนุมที่สนามหลวง ในวันที่ 19 ก.ย. 2563 และทราบว่ามีการแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุมไปบางส่วน








