ร.10 ตรัสกับเยาวชนจิตอาสา "เมืองไทยนี้ คนไม่ดีอยากจะได้ เพราะมันอุดมสมบูรณ์ดี"

ที่มาของภาพ, Facebook page โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปยังศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขตบางเขน เมื่อค่ำวันที่ 12 ธ.ค. เพื่อทอดพระเนตรการฝึกปฏิบัติและดูงานศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน
หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส แก่เยาวชนโครงการค่ายผู้นำเยาวชนจิตอาสา"LOVE CAMP" Leadership - Oneness - Volunteer - Expert หลักสูตรการฝึกปฎิบัติและดูงานเศรษฐกิจพอเพียง ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ รุ่นที่ 1 จำนวน 271 คน
พระองค์ทรงขอให้เยาวชนหนุ่มสาวช่วยกันพัฒนาตัวเอง ครอบครัว สังคม และประเทศ ให้มีความสุข น่าอยู่ ปลอดภัย ดังในอดีต ให้ศึกษาประวัติศาสตร์ แล้วนำส่วนดีมาใช้
"สมัยนี้คนไม่ค่อยชอบเรียนประวัติศาสตร์กัน คนไม่ค่อยคิดอะไรย้อนหลัง ไม่ได้สอนให้เป็นคนสมัยเก่าไดโนเสาร์อะไร แต่ความเป็นมาความต่อเนื่อง...ถ้าเราศึกษาประวัติศาสตร์หรือความเป็นมาของชาติบ้านเมือง ทั้งที่ดี ทั้งที่ไม่ดี เราก็จะรู้ว่าอะไรมันดีอะไรเป็นประโยชน์ อะไรมันไม่ดี เพราะว่ามันมีของดี มันก็มีของไม่ดี มันมีของถูก มันก็มีของผิด ก็สำคัญที่ว่า จะเปิดใจศึกษาว่าอะไรมันถูก อะไรมันผิด อะไรมันเป็นประโยชน์ อะไรมันไร้ประโยชน์ แต่อย่างที่บอกว่าประวัติศาสตร์มีทั้งของเลวชั่วร้าย และก็มีทั้งของที่ดี"
- โปรดเกล้าฯ พ.ร.ก. โอนกำลังพล-งบประมาณบางส่วนของกรมทหารราบที่ 1-ราบ 11 ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
- สภามีมติ 374 เสียง อนุมัติ พ.ร.ก. เป็น พ.ร.บ. โอนกรมทหารราบ 1-ราบ 11 ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
- 10 ปีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง : สำรวจชีวิต "ตัวละครเอก" ของ ศอฉ. และ นปช.

ที่มาของภาพ, Facebook page โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสย้ำหลายครั้งให้เยาวชนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทั้งสองพระองค์ทรงสร้างไว้ตลอด 70 ปีแห่งรัชกาล
"สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมันแยกจากกันไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าไปดูรัชกาลที่ 9 ท่านอุตส่าห์ทำไว้ให้ตั้ง 70 กว่าปี พวกน้อง ๆ บางทีก็ลืมท่านไป เพราะว่าแม้แต่รุ่นสมเด็จพระราชินี ก็เกิดไม่ทันที่เห็นท่านเยี่ยมราษฎร มันขาดช่วงไป น้อง ๆ จะต้องไปช่วยต่อช่วงไม่ให้มันขาด ช่วยกันไปศึกษาไปหาเหตุผล ไม่ใช่เป็นสิ่งที่น่าเบื่อ ไปหาว่าท่านทำอะไรมา ผลหลายอย่างส่งมาถึงความมั่นคงในปัจจุบัน"
พระองค์ตรัสเสริมด้วยว่า "เมืองไทยไม่เหมือนเมืองลาว เมืองไทยไม่เหมือนเขมร เมืองไทยนี่ คนที่ไม่ดี อยากจะได้ เพราะมันอุดมสมบูรณ์ดี มันสะดวกสบายดี มันน่าอยู่"

ที่มาของภาพ, Facebook page โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 10 ต่อนักเรียนมัธยมปลายที่เข้าอบรมหลักสูตรจิตอาสา มีขึ้นในขณะนี้กลุ่มเยาวชนนักเรียนและนักศึกษาในนาม "คณะราษฎร" หลายหมื่นคนจัดชุนนุมใหญ่หลายครั้งในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
สองสัปดาห์ก่อนหน้า นี้ ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" รวมตัวกันและอ่านประกาศราษฎรหน้ากรมทหารราบที่ 11 เมื่อ 29 พ.ย. 11 ให้ยกเลิก พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ ของกรมทหารราบที่ 1 และ 11 ซึ่งถูกโอนไปเป็นส่วนราชการในพระองค์เมื่อปี 2562 คืนสู่ต้นสังกัดเดิมของกองทัพ เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ ไม่มีส่วนก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ผู้อ่านประกาศฉบับนี้บอกว่า นี่เป็นประกาศที่แสดงถึง "ความผิดปกติของ ระบอบศักดินาไทย" หลังอ่านประกาศทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แกนนำและการ์ดบริเวณรอบรถปราศรัยได้ร่วมกันปากระดาษของประกาศขนาดเอสี่ ซึ่งถูบพับเป็นจรวด เข้าไปยังประตูรั้วของกรมทหารราบที่ 11
"ยกเลิกหน่วยราชการในพระองค์ซึ่งไม่มีความจำเป็น เป็นหนึ่งใน 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันของเรา" พริษฐ์ กล่าวถึงประกาศฉบับที่เพิ่งอ่านจบ

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
การเคลื่อนไหวหลายครั้งของกลุ่ม "ราษฎร" ได้พาดพิงถึงพระราชจริยวัตรของในหลวง รัชกาลที่ 10 รวมถึงการขอให้รัฐบาลเยอรมนีชี้แจงข่าวการเสด็จประทับในเยอรมนีหลายครั้งของพระองค์ ซึ่งกลุ่มผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มองว่าเป็นการ "จาบจ้วง" สถาบันสูงสุดของชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ มาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา จัดการกับเยาวชนเหล่านี้
นับตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. รัฐบาลและรัฐสภาของเยอรมนีหยิบยกเรื่องการประทับในเยอรมนีของพระมหากษัตริย์ไทยมาพูดในที่สาธารณะบ่อยครั้ง หลังสื่อมวลชนเยอรมันรายงานพระจริยวัตรของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในรัฐบาวาเรียมาตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยเมื่อ 11 พ.ย. สำนักข่าวดีพีเอของเยอรมนีรายงานว่า รัฐบาลเยอรมนี ระบุว่า ไม่มีหลักฐานว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกระทำการใดที่ผิดกฎหมาย ในเยอรมนี ประเทศที่พระองค์ทรงประทับอยู่เกือบตลอดปีนี้
ล่าสุดเมื่อ ปลาย พ.ย. รายงานของสำนักบริการวิชาการ ของสภาผู้แทนราษฎร เยอรมนี ระบุว่ากษัตริย์ไทยได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูตตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลไม่มีสิทธิ์สอดแนมขณะประทับในประเทศ แต่มีสิทธิ์เชิญออกนอกประเทศหากพบหลักฐานทำผิดกฎหมายเยอรมนี

ที่มาของภาพ, EPA
ข่าวลือ
เยาวชนชายคนหนึ่งที่ถวายรายงานว่า ศึกษาอยู่โรงเรียนวัดราชบพิธ และเคยพระราชทานขอถ่ายเซลฟี่เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ได้กราบบังคมทูลถามว่า มีข่าวลือ ข่าวใส่ร้ายให้พระองค์เยอะแยะ ทางโซเชียลมีเดีย และตัวเขา"ก็เคยคิดลบกับพระองค์จนในชีวิตกระหม่อมมีโอกาสได้พิสูจน์ที่สนามหลวง จึงมีโอกาสได้รับรู้พระเมตตาของพระองค์ที่ทรงมีต่อเยาวชนไทย"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสตอบว่า
"ข่าวดีก็มี ได้ข่าวไม่ดีก็มีได้ พวกเราต้องไปแยกแยะกันเองว่า อะไรเป็นข่าวดี หรือข่าวไม่ดี ไอ้เราก็ไม่ได้เคยโฆษณาตัวเองว่าดีหรือไม่ดีมันก็อยู่ที่พวกเราทุกคนตัดสินเอาเอง แต่สิ่งที่ขอก็คือ ขอให้เราชั่งใจให้ดีเป็นใช้ได้ ได้รับข่าวดีก็ต้องถามว่าอะไรมันดี ข่าวลบ มันไม่ดีก็ต้องดูว่ามันจริงหรือไม่ ก็เป็นของธรรมดา ตั้งแต่สมัยเป็นสมเด็จพระบรมฯ มา ก็มีข่าวไม่ดี แม้แต่เป็นใครก็ต้องพูดดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เป็นของธรรมดา เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองในเรื่องใด ๆ ทั้งนั้น ก็คนที่อยู่ก็เป็นคนตัดสินพิสูจน์เอาเองว่าเราดีหรือไม่ดี เด็กรุ่นใหม่ ๆ ก็ดูเอาเอง แต่ขอให้เราเป็นเด็กดีเป็นคนดีเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติก็สบายใจแล้ว"

ที่มาของภาพ, EPA
"ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น"
หลังคลิปวิดีโอพระราชดำรัสต่อเยาวชนแพร่ออกไป นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กของเขา และใส่แฮชแท็ก "ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น" ว่า
"ดูคลิปนี้แล้ว ขอให้เข้าใจเถิดว่า ในโลกนี้มีแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่คนทุกเชื้อชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกภาษา ที่ได้มีโอกาสเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์แห่งสยามประเทศ สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสุขสมบูรณ์ มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานในทุกสัมมาชีพ ไม่เคยมีใครอดตายถ้ามีความเพียรพยายาม ผู้ด้อยโอกาสก็มักจะได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ช่วยเหลือให้อยู่รอดได้ เราถึงเรียกในหลวงของเราว่า "พระมหากษัตริย์" ไม่เรียกว่ากษัตริย์เฉยๆ สำหรับผม ผมมีความภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้พูดกับคนต่างชาติว่า ประเทศของฉันมีพระมหากษัตริย์ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ และจะอยู่ข้างพระองค์ท่านตลอดไปเพราะในหลวงก็อยู่ข้างประชาชนของพระองค์ท่านเสมอเช่นกัน"










