มาตรา 112 : ประมวลคดีแต่งชุดไทยเดินแฟชั่นในชุมนุมราษฎร ถูกกล่าวหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ก่อนศาลจำคุก 2 ปี

ที่มาของภาพ, ปฏิภัทร จันทร์ทอง / THAI NEWS PIX
เกือบสองปีของคดีแต่งชุดไทยเดินแฟชั่นโชว์ในการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่วัดแขกสีลม ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษา ให้จำคุก 3 ปี น.ส.จตุพร แซ่อึง หรือนิว ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการถูกกล่าวหาว่าแต่งกายเลียนแบบพระราชินี พร้อมปรับ 1,500 บาท ในฐานความผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าจำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษ 1 ใน 3 เป็นจำคุก 2 ปี และปรับ 1,000 บาท
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานผลคำพิพากษาดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 10.52 น. พร้อมระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นประกันตัว
คดีแต่งชุดไทยเข้าร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในการชุมนุม "ศิลปะราษฎร" เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2563 บนถนนสีลม เป็นหนึ่งในคดีมาตรา 112 จำนวน 14 คดี ที่มีการสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาในเดือนนี้
น.ส.จตุพร แซ่อึง หรือนิว ที่ขณะนั้นอายุ 23 ปี สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "บุรีรัมย์ปลดแอก" สวมชุดไทยเข้าร่วมงานเดินแฟชั่นในงาน ชุมนุม เข้ารายงานตัวตามหมายเรียกของตำรวจในเดือน ธ.ค. 2563 ซึ่ง น.ส.วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ หรือ "แอดมินเจน" หนึ่งในแอดมินเพจสนับสนุนรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้ชื่อเพจว่า "เชียร์ลุง" เป็นผู้แจ้งความ
- ชุมนุม 29 ตุลา: เรียกร้องตรวจสอบการใช้งบประมาณเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ผ่าน "แฟชั่นโชว์-ศิลปะราษฎร"
- ม.112: พระสงฆ์ไทยขอลี้ภัยในต่างแดน หลังถูกข้อหา "112 จำแลง" เพราะข้อความวิจารณ์กษัตริย์
- ผู้ต้องหา ม.112 ประกาศ "ก้าวข้ามเส้นแห่งความกลัว" เดินหน้าเรียกร้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นสถาบันฯ
- ม.112: แกนนำ-ผู้ปราศรัย นักกิจกรรมกลุ่ม "ราษฎร" 8 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
"แอดมินเจน" ระบุผ่านเพจว่าเธอเป็นผู้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา ภายหลังสอบถามความเห็นสมาชิกในเพจกว่า 20,000 รายแล้วเห็นด้วยให้ดำเนินการแจ้งความในคดีนี้
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เมื่อทนายยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ คำร้องจะถูกส่งไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ซึ่งคาดว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งภายใน 3 วัน โดย น.ส.จตุพร ได้ถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางจนกว่าศาลจะมีคำสั่ง ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์เคยไม่ให้ประกันนายสมบัติ ทองย้อย คดีมาตรา 112 จากการโพสต์ข้อความ "เก่งมาก กล้ามาก ขอบใจ" และข้อความกล่าวถึงการทำตัวใกล้ชิดประชาชน
ศูนย์ทนายฯ ระบุว่า กิจกรรมเดินแฟชั่นโชว์ที่สีลม ยังมีเยาวชนอายุ 16 ปี ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกราย จากการแต่งเสื้อครอปท็อปและเขียนข้อความบนร่างกาย ซึ่งถูกแยกดำเนินคดีต่างหากที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
ประมวลการสืบพยานคดี
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ประมวลการสืบพยานคดีนี้ไว้ว่า คำฟ้องในคดีระบุว่า จตุพรเข้าร่วมการชุมนุมที่ไม่ได้แจ้งการชุมนุม โดยไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ ไม่มีมาตรการป้องกันโควิด ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาต และที่สำคัญคือ "แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมไทยสีชมพู ถือกระเป๋าสีชมพู เดินก้าวช้าๆ บนพรมแดง"
ผู้ชุมนุมได้แสดงท่าทางหมอบกราบ น.ส.จตุพร ก้มลงไปจับมือกับผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมที่ไม่ทราบว่าเป็นใครตะโกนคำว่า "พระราชินี" และคำว่า "ทรงพระเจริญ"
คำฟ้องระบุด้วยว่า "พฤติการณ์ดังกล่าวนี้ถูกตีความว่า เป็นการแสดงออกหรือสื่อความหมายให้แก่ผู้ชุมนุม หรือประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นบุคคลที่สามเข้าใจว่า จำเลยนี้คือราชินีในรัชกาลที่ 10 เป็นการล้อเลียน จาบจ้วง ล่วงเกิน ดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายกษัตริย์และราชินี ซึ่งอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้"
ศูนย์ทนายฯ ยังระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ในวันที่เกิดเหตุไม่ปรากฏว่าบนเนื้อตัวร่างกายของ น.ส. จตุพร มีภาพหรือข้อความที่บ่งบอกว่าคือใคร และการกระทำทั้งหลายของผู้ร่วมชุมนุม และ น.ส. จตุพร ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดแต่อย่างใด
สำหรับพยานฝ่ายโจทก์มี 14 ปาก ตั้งแต่ "แอดมินเจน" เพจเชียร์ลุง ตำรวจที่กองกำกับการควบคุมฝูงชน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจสืบสวน สน.ยานนาวา เจ้าของร้านย่านวัดแขก นักวิชาการด้านกฎหมาย นักวิชาการด้านการแสดงละคร เป็นต้น
ในประมวลบันทึกคดีของศูนย์ทนายฯ บันทึกการเบิกความของ นักวิชาการที่ชื่อว่า ตรีดาว อภัยวงศ์ อาจารย์พิเศษคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการละคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า "เมื่อพยานดูวีดิโอที่พนักงานสอบสวนนำมาให้ดูแล้วเห็นว่า เป็นการสื่อให้เห็นความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม ไม่น่ายกย่อง และเห็นว่าจำเลยมีพฤติการณ์ที่ตั้งใจสื่อสารว่าตนเองคือราชินี"
พ.ต.ท.ประวิทย์ วงษ์เกษม ตำรวจกองกำกับการควบคุมฝูงชน 2 บช.น. ระบุว่า การนัดแนะกันเพื่อเดินแฟชั่นโชว์ของจำเลยและเยาวชนอายุ 17 ปี ที่ใส่ชุดคร็อปท็อป "อาจจะมองว่าทั้งสองทำหรือไม่ทำร่วมกันก็ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การแสดงของทั้งสองก็ทำให้คิดและเข้าใจได้ว่าเป็นการล้อเลียนกษัตริย์และราชินี"
ส่วนพยานฝ่ายจำเลย มี 1 ปาก คือ น.ส. จตุพร เอง และ พยานผู้เชี่ยวชาญฝ่ายจำเลย ได้แก่ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่า จำเลยใช้เสรีภาพชุมนุมโดยสงบ ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ
"เหตุผลที่เลือกใส่ชุดไทยเพราะมองว่าเป็นชุดประจำชาติ ใส่แล้วน่าจะดูดี โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะล้อเลียนใคร เพียงแต่ต้องการเป็นตัวเองในรูปแบบที่ใส่ชุดไทย" คำเบิกความของ น.ส. จตุพร ระบุ
สำหรับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในระลอกการชุมนุมของกลุ่มราษฎณ จากการติดตามของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่เริ่มมีการเผยแพร่รายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 112 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมืองในข้อหาตามมาตรา 112 แล้วอย่างน้อย 210 คน ใน 229 คดี (ข้อมูลถึงวันที่ 2 ก.ย. 2565)
ในจำนวนนี้มีคดีที่จำเลยต่อสู้คดี และศาลมีคำพิพากษาแล้ว จำนวน 9 คดี
เยาวชนอายุ 16 ที่ถูกแจ้งข้อหาหมิ่นสถาบันฯ
เมื่อเดือน ธ.ค. 2563 เยาวชนอายุ 16 ปี ซึ่งถูกแจ้งข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ ตามมาตรา 112 พร้อมกับ น.ส. จตุพร เขายอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินคดีนี้ "ผมหวังว่าผมจะเป็นคนสุดท้ายที่โดน ผมยืนยันจะสู้ในฐานะเด็กและเยาวชนที่ออกมารณรงค์ให้ยกเลิก 112 เพื่อทุกคนจะได้ไม่โดนเหมือนผม" เขากล่าว "กฎหมายนี้ไม่ควรมีอยู่ด้วยซ้ำเพราะเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน"
เยาวชนวัย 16 ปีรายนี้เดินทางมา สน. ยานนาวาพร้อมกับพ่อแม่ ซึ่งก่อนที่เขาจะเข้าไปพบพนักงานสอบสวน ผู้ปกครองได้เข้าสวมกอดบุตรชายเพื่อให้กำลังใจ ขณะที่ น.ส.จตุพร เลือกสวมใส่ชุดไทยสีเหลืองและสวมเกี้ยวไว้บนศีรษะ มารับทราบข้อกล่าวหา โดยได้โชว์การเต้นเพลง "ไม่รักนะระวังติดคุก" ของวงไฟเย็น ฉีกหมายเรียก ก่อนเข้าไปภายใน สน.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
หลังจากทั้งคู่เดินทางเข้ารับทราบข้อหาซึ่งใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เวลาประมาณ 13.30 น. พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาวัย 16 ปี ไปที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเพื่อขอควบคุมตัวระหว่างการสอบสวน โดยก่อนจะถูกนำตัวขึ้นรถกระบะเขาได้ชูสัญลักษณ์สามนิ้วและกล่าวว่า "ผมขอให้ยกเลิก 112"
สำหรับ น.ส.จตุพร ตำรวจให้ทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาส่งมาภายในวันที่ 11 ม.ค. 2564 ก่อนนัดส่งตัวอัยการวันที่ 20 ม.ค. ทั้งนี้นายคุณากร มั่นนทีรัย ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า น.ส.จตุพร ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งมาตรา 112 และข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ
น.ส. จตุพรกล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลใจที่ถูกดำเนินคดีนี้ เพราะตอนนี้มีผู้โดนคดีดังกล่าวหลายคน แต่ "รู้สึกไม่เป็นธรรม" ที่เพียงแค่แต่งชุดไทยร่วมกิจกรรมก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันฯ
หมายเรียกของตำรวจ สน. ยานนาวาที่ไปถึง 2 ผู้ต้องหา เป็นผลจากการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษของ น.ส.วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ หรือ "แอดมินเจน" หนึ่งในแอดมินเพจสนับสนุนรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ใช้ชื่อเพจว่า "เชียร์ลุง"
"แอดมินเจน" ระบุผ่านเพจว่าเธอเป็นผู้แจ้งความไว้ที่ สน.ยานนาวา ภายหลังสอบถามความเห็นสมาชิกในเพจกว่า 20,000 รายแล้วเห็นด้วยให้ดำเนินการ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ตร. สั่ง "ผู้ชุมนุมชุดไทย" เลิกชุมนุมปิด ถ. หน้า สน.ยานนาวา
บรรยากาศที่หน้า สน.ยานนาวา กลุ่มการ์ดอาสาผู้ชุมนุมราษฎรที่เรียกตัวเองว่าการ์ด "วีโว่" ได้จัดกิจกรรม "หยุดจ๊วบจ๊าบชุดไทย" มีการตั้งเวทีแสดงดนตรีและการละเล่นที่ด้านหน้า สน.ยานนาวา พร้อมปิด ถ.สุรศักดิ์ 2 ช่องทางจราจร โดยมีแนวร่วม และ"ผู้ชุมนุมชุดไทย" มารวมตัวที่หน้า สน. แม้ พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ ผกก.สน.ยานนาวา ได้ออกประกาศแจ้งให้ยุติการชุมนุมภายในเวลา 11.30 น. ก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ และผู้ชุมนุมก็ไม่แจ้งการชุมนุม แต่นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่มการ์ดอาสาวีโว่ ขอเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อไปจนถึงเวลา 15.30 น.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย ซึ่งถูกขนานนามว่า "แม่ยกแห่งชาติ" อันหมายถึงผู้สนับสนุนหลักของขบวนการเยาวชน ที่เพิ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดี 112 เช่นกัน ได้เดินทางมาให้กำลังใจ 2 ผู้ต้องหาพร้อมกับ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทั้งนี้เพนกวินสวมใส่ชุดไทยสีแดงของสตรี พร้อมต่างหูและสร้อยคอที่มีวัตถุคล้ายเพชรสีน้ำเงิน เรียกเสียงฮือฮาจากมวลชน
นายพริษฐ์กล่าวว่า คดี 112 เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ตอนนี้เด็กอายุ 16-17 ถูกแจ้งข้อหา ดังนั้น ขอให้ประชาชนไม่ยอมรับการใช้มาตรานี้ และเห็นว่ายิ่งใช้กฎหมายยื่งเป็นการดึงสถาบันฯ ลงมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน
"แม้กระทั่งการแต่งกายด้วยชุดไทย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผิดกฎหมาย มาตรา 112 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี" เขากล่าวและว่า "ถ้าไม่ต้องการให้สถาบันฯ เสื่อมยิ่งกว่านี้ ต้องยกเลิก 112"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"ขอมันอย่าได้เกิดขึ้นกับครอบครัวคนอื่น ๆ อีกเลย"
เวลาประมาณ 17.00 น. น.ส. คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายฯ เปิดเผยว่าศาลเยาวชนฯ อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเยาวชนอายุ 16 ปี ตั้งแต่ชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น หากผิดสัญญาจะต้องถูกปรับ 12,000 บาท โดยใช้ตำแหน่ง ส.ส. ของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล พรรคก้าวไกล เป็นหลักประกัน
ด้าน ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ ผู้ปกครองของเยาวชนชายกล่าวว่า แม้ตัวเขาเอง ซึ่งเป็นอดีตนักกิจกรรมนักศึกษาจะผ่านการเคลื่อนไหวทางการเมืองมาหลายครั้งในอดีต อย่างเช่นการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งในยุคหลัง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ แต่เมื่อเห็นสภาพของลูกวันนี้รู้สึกรับไม่ได้กับการตั้งข้อหานี้กับเยาวชน
อย่างไรก็ตามเขาบอกว่าลูกชายยังรับมือกับสถานการณ์ได้ดี"ตอนนี้ลูกเข้มแข็งกว่าพ่อแม่เสียอีก" นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์กล่าว
ต่อมาในวันที่ 18 ธ.ค. ดร.มานะได้โพสต์ข้อความ "ความในใจของพ่อเด็ก 16 ผู้เจอคดี ม.112" ในเฟซบุ๊ก โดยเขาระบุว่าเขียน "ในฐานะพ่อคนหนึ่ง ไม่ใช่ในสถานะนักวิชาการ หรือสถานะบทบาททางสังคมหรือองค์กรที่สังกัด"
เขาระบุว่าเขาอาจไม่เห็นด้วยกับบางสิ่งบางอย่างที่ลูกคิด ลูกทำ แต่เคารพการตัดสินใจของลูก
"ผมไม่รู้ว่าผิดหรือถูกนะครับ แต่ผมสอนลูกให้มีอิสระทางความคิด ให้เขารู้จักการตั้งคำถาม และแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง พร้อมกับสอนให้เขารับผิดชอบกับผลของการกระทำนั้น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะบวกหรือลบ
"เรื่องคดีความคงต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ผิดถูกอย่างไรค่อยว่ากันอีกที แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกส่วนตัวของผมเมื่อเห็นลูกวัยแค่นี้ถูกคดีการเมืองรุนแรง แน่นอนครับ ผมคงเหมือนพ่อแม่ทุกคนที่เจ็บปวดไปกับลูก ทั้งรักและห่วงกังวล
"ในฐานะของคนเป็นพ่อแม่ สิ่งที่กระทำได้ดีที่สุดในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ คือการจูงมือลูกให้แน่น พร้อมเดินฝ่าความโหดร้ายและอุปสรรคนานับประการไปด้วยกัน
"เรา…ผู้เป็นพ่อแม่เมื่อเห็นลูกสะดุดล้มเช่นนี้ คงทำได้เพียงแค่เป็นเบาะรองรับตัว ให้เจ็บน้อยที่สุด แม้ว่าจะแลกด้วยความเจ็บปวดของตัวเองก็ตาม นั่นคงเป็นวิถีของพ่อแม่ทุกคนมิใช่หรือ…
"ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวเช่นนี้จะหยุดอยู่แค่ครอบครัวของผม ขอมันอย่าได้เกิดขึ้นกับครอบครัวคนอื่น ๆ อีกเลย"
ฮิวแมนไรท์วอทช์: เพดานของการถูกดำเนินคดีต่ำลงเรื่อย ๆ
นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ ซึ่งเดินทางมาสังเกตการณ์คดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกล่าวว่า การที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกดำเนินคดีข้อหา 112 และเป็นความผิดไม่ชัดแจ้งว่าเข้ากับคำนิยามของตัวบทกฎหมายอย่างไร ชี้ให้เห็นว่า "เพดานของการถูกกล่าวหาว่าทำผิด (112) มันต่ำลงมาเรื่อย ๆ"
เขาเปิดเผยว่า ในข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนต่อเยาวชนอายุ 16 ปี บอกว่า "การเขียนถ้อยคำบนร่างกายเป็นการชี้นำให้คนอื่น ๆ ไม่เคารพรักในตัวกษัตริย์"
นอกจากนี้ การแจ้งความกล่าวหาว่าหมิ่นสถาบันฯ ที่นอกจากมีจากตำรวจที่ตีความความผิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ยังเป็นการแจ้งความโดยประชาชน "ฝ่ายที่จงรักภักดี" ที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ จากการรณรงค์ให้สอดส่องหาคนที่เชื่อว่ากระทำผิด ยิ่งทำให้การดำเนินคดี 112 มีแนวโน้มเยอะมากขึ้น
"เราเห็นแนวโน้มว่าแจ้งความอะไรมาตำรวจก็รับ เพราะตำรวจเองก็กลัวจะถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี"
นศ.อีก 5 คนรับทราบข้อกล่าวหา 112 ที่ สน.บางโพ
นอกจากที่ สน. ยานนาวาแล้ว ยังมีนักศึกษาอีก 5 คนที่ถูกออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในวันนี้ (17 ธ.ค.) โดยเป็นหมายที่ออกโดย สน.บางโพ จากเหตุชุมนุม "ไปสภาไล่ขี้ข้าเผด็จการ" ที่แยกเกียกกายเมื่อวันที่ 17 พ.ย.
นักศึกษาทั้ง 5 คน ได้แก่ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นายชนินทร์ วงษ์ศรี และนายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ ซึ่งเคยถูกแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา และชุมนุมโดยผิดกฎหมายจากเหตุการณ์เดียวกัน ได้รับหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพิ่มเติมในวันนี้ โดยทั้งหมดยืนยันปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ระหว่างรับทราบข้อกล่าวหา น.ส.จุฑาทิพย์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ พนักงานสอบสวนจึงบอกว่าจะแจ้งข้อกล่าวหา "ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน" เพิ่มอีก 1 ข้อกล่าวหา โดยจะมีหมายเรียกไปยังผู้ต้องหาภายหลัง

ที่มาของภาพ, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ทนายฯ เผย 1 เดือนมีผู้ต้องหาคดี 112 รวม 30 ราย ใน 18 คดี
ข้อมูลจากศูนย์ทนายฯ ระบุว่า การนำมาตรา 112 กลับมาใช้อีกครั้งในปีนี้ มีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วอย่างน้อย 30 รายใน 18 คดี นับตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.-16 ธ.ค. หลังจากไม่มีการดำเนินคดีกับบุคคลใดด้วยมาตรานี้มาเกือบ 2 ปี
ศูนย์ทนายฯ รายงานอีกว่า ขณะนี้หมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 "ยังปลิวว่อน" ล่าสุดเมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) มีผู้ชุมนุมโดนหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวมาตรานี้เพิ่มเติมอีกหลายราย โดยเชื่อว่าจากการชุมนุมที่กรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก. โอนอัตรากำลังพลฯ ของกรมทหารราบที่ 1 และ 11 ซึ่งถูกโอนไปเป็นส่วนราชการในพระองค์เมื่อปี 2562 คืนสู่ต้นสังกัดเดิมของกองทัพ เนื่องจากเห็นว่า "สถาบันกษัตริย์ไม่จำเป็นต้องมีกองกำลังส่วนตัว" และเพื่อให้สถาบันกษัตริย์ ไม่มีส่วนก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล
หมายเรียกดังกล่าวระบุว่า ให้ผู้ต้องหาคือ "นายอานนท์ นำภา กับพวก" มาพบพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ในวันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งต่อมามีผู้ที่ได้รับหมายเรียกเป็นผู้ต้องหาร่วมหลายคน รวมทั้งนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมอาวุโสด้านแรงงานที่ร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งเคยถูกตัดสินจำคุก 7 ปีในคดีเดียวกันนี้และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือน เม.ย. 2561
ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยออกแถลงการณ์เมื่อ 19 พ.ย. เตือนว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้กฎหมายทุกฉบับเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำและประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมและมีการกระทำผิดกฎหมาย
เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ถูกดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุมทางการเมืองแล้ว 6 คน
รายที่ 1 เยาวชนอายุ 17 ปี ผู้ร่วมชุมนุมกลุ่ม "คณะราษฎรอีสาน" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ต.ค.
รายที่ 2-4 ถูกแจ้งข้อหาฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการเข้าร่วมการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่แยกราชประสงค์
รายที่ 5 เยาวชนชาย อายุ 17 ปี ถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวม 4 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมที่แยกอุดมสุข เมื่อวันที่ 1 พ.ย. และคดีอาญามาตรา 116 จากการชุมนุมที่ จ.นนทบุรี
รายที่ 6 เยาวชนชายอายุ 16 ปี ถูกแจ้งข้อหามาตรา 112 จากการร่วมชุมนุมที่ม็อบแฟชั่นสีลม เมื่อวันที่ 29 ต.ค.
ที่มา : ศูนย์ทนายฯ/บีบีซีไทยรวบรวม












