ม.112: แกนนำ-ผู้ปราศรัย นักกิจกรรมกลุ่ม "ราษฎร" 8 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
แกนนำ ผู้ปราศรัย นักศึกษา และผู้ร่วมอ่านแถลงการณ์ในการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี การชุมนุม "คนนนท์ไม่ทนเผด็จการ" และ "19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎร" ระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค.
ระหว่างการเดินทางรับทราบข้อกล่าวของแกนนำ "ราษฎร" ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี มีมวลชนผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจ และร่วมตะโกน "ยกเลิก 112" เป็นระยะ นอกจากนี้ สภ.เมืองนนทบุรี ยังได้ถ่ายทอดภาพวงจรปิดจากห้องที่ใช้แจ้งข้อหาเพื่อให้สื่อมวลชนด้านนอกติดตาม
วันนี้ (8 ธ.ค.) นับเป็นวันที่มีผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์เข้ารายงานตัวต่อตำรวจมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปรับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เมื่อปลายเดือน พ.ย. ขณะที่ยังมีผู้ที่ยังทยอยได้รับหมายเรียกในคดีนี้อีกหลายคน โดยในการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี มีผู้ร่วมชุมนุมที่ไม่ได้เป็นแกนนำ ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อหาในมาตรา 112 ด้วย
ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. เป็นต้นมา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีแกนนำ นักศึกษานักกิจกรรม ถูกออกหมายเรียกในข้อหานี้จำนวนอย่างน้อย 11 คดี และมีผู้ถูกออกหมายเรียกแล้ว 24 ราย
การทยอยออกหมายเรียกแจ้งข้อหากฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ถูกนำมากลับมาใช้อีกครั้งภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 พ.ย. เตือนว่ารัฐบาลจำเป็นต้องใช้กฎหมายทุกฉบับเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำและประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมและมีการกระทำผิดกฎหมาย
คดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี (26 ต.ค.)
คดีแรกในช่วงเช้า เป็นคดีการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. มีนักกิจกรรม นักศึกษาจำนวน 9 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ภายหลังมีการแจ้งข้อหายุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้ปราศรัย และผู้อ่านแถลงการณ์ในภาษาต่าง ๆ ได้รับหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อไปตามหมายเรียกพบว่าเป็นข้อหามาตรา 112
รายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่มนี้มีเช่น ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จากกลุ่ม "ดาวดิน" และนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ จำนวนหนึ่ง เดินทางเข้ารับทราบข้อหาที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ
บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกออกหมายเรียกข้อหามาตรา 112 และมาตรา 116 ในคราวเดียวกันจำนวนหนึ่ง เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมัน ที่เป็นเพียงผู้มาร่วมชุมนุมและอาสาอ่านแถลงให้เท่านั้น ไม่ได้เป็นแกนนำและผู้ปราศรัย
หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน ภัสราวลีเปิดเผยว่าผู้ถูกกล่าวหา 9 คน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหามาตรา 112, 116 และการใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยบางคนที่มาในวันนี้เพิ่งได้รับหมายเรียกทั้ง 116 และ 112 พร้อมกันเป็นครั้งแรก
เธอยืนยันว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. เป็นกิจกรรมที่เกิดจาก "ความสงสัย" ประชาชนเพียงต้องการความกระจ่างต่อข้อครหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ เจ้าหน้าที่ได้ถอดเทปคำพูดทั้งหมดที่ทุกคนได้ปราศรัยมาเป็นหลักฐานแจ้งข้อกล่าวหา แต่ไม่ได้ระบุว่าส่วนใดที่เข้าข่ายผิด 112
การถูกแจ้งข้อกล่าวหานี้ ภัสราวลีบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการพูดคุยเรื่องการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าส่งผลดีผลเสียต่อสถาบันกษัตริย์อย่างไร เพราะหลายประเทศในโลกได้ยกเลิกกฎหมายนี้ไปแล้ว อีกทั้งเห็นว่า "รัฐบาลได้ใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือกำราบประชาชนที่เห็นต่างทางการเมือง"
แกนนำแนวร่วม "ราษฎร" หญิง ยังยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้อง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ และบอกว่าการชุมนุมจะยังคงมีต่อไปตราบใดที่รัฐบาลยังคุกคามประชาชนและเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องทั้งหมด
คดีการชุมนุม "คนนนท์ไม่ทนเผด็จการ" (10 ก.ย.)
คดีนี้มีแกนนำ "ราษฎร" 4 คนเป็นผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ภาณุพงศ์ จาดนอก และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล
การรับทราบข้อกล่าวหาของแกนนำ 4 คน ได้รับการติดตามจากสื่อมวลชนจำนวนมาก รวมทั้งมวลชนผู้สนับสนุนที่มาร่วมให้กำลังใจที่ สภ.นนทบุรี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ภาณุพงศ์ กล่าวก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาโดยชี้ถึงการใช้มาตรา 112 ว่า "รัฐบาลใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีผู้เห็นต่างทางการเมือง" และจะยิ่งทำให้ประชาชนออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้ยิ่งขึ้น
พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน กล่าวว่า การแจ้งข้อหามาตรา 112 เพิ่มเติม ไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีที่กระทำต่อแกนนำ แต่เป็นการกระทำต่อราษฎรที่ต่อสู้ในการยกเลิกกฎหมายอาญา มาตรา 112 และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
"การมีอยู่ของมาตรา 112 เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสถาบันกษัตริย์ของไทยกลัวความจริง...ถ้าสถาบันฯ คิดว่าสิ่งที่เราพูดไม่เป็นความจริงให้เอาหลักฐานมาโต้กัน" พริษฐ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 กล่าว
เขาแสดงความเห็นด้วยว่าการแจ้งความ 112 เป็นการ "เอากฎหมายมาปิดปาก" และกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ภายหลังได้รับหมายเรียกในข้อหานี้จากหลายจังหวัด เช่น ตรัง เลย และพิษณุโลก ซึ่งหลายแห่งล้วนเป็นการแจ้งจากสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.)
แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ บอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้ทีมทนายความได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนว่าจะมีการนำตัวฝากขัง จึงได้ประกาศต่อสาธารณะออกไป ก่อนที่ผู้กำกับ สภ.เมืองนนทบุรี จะออกแถลงภายหลัง จึงขอให้ร่วมจับตาการดำเนินการของตำรวจวันนี้
วานนี้ (7 ธ.ค.) สภ.เมืองนนทบุรี โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า เมื่อมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแล้ว พนักงานสอบสวนจะไม่ควบคุมตัวผู้ต้องหาและไม่นำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาล
รุ้ง ปนัสยา เสนอยกเลิกมาตรา 112 หน้า สภ.เมืองนนทบุรี
ด้านปนัสยา หรือรุ้ง ผู้อ่านข้อเสนอปฏฺิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อ ของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวถึงข้อเสนอให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ที่เป็นกฎหมายหมิ่นประมาทเฉพาะกับสถาบันกษัตริย์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ข้อเสนอนี้เป็นหนึ่งในการปฏิรูปสถาบันฯ ที่ปนัสยาเห็นว่าสามารถใช้กฎหมายหมิ่นประมาทที่ประชาชนทั่วไปใช้ได้ให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ
"เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ควรเป็นกฎหมายอาญาแผ่นดิน เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนปัจจุบันที่ว่าใครก็สามารถแจ้งความมาตรา 112 กับใครก็ได้ โดยที่เจ้าตัวอาจไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่ามีคนมาเดือดร้อนแทน"
ปนัสยายังได้รับหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อหาเดียวกันนี้เพิ่มเติมจากการแจ้งความของบุคคลใน จ.พิษณุโลก รวมถึงนายนิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ที่เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
คดีชุมนุม "19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร" (19-20 ก.ย.)
ในช่วงบ่าย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จะเข้ารับทราบข้อหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติมในคดีการชุมนุม ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ทั้งจตุภัทร์และสมยศ ต่างเคยถูกแจ้งข้อหามาตรา 116 ในการชุมนุมช่วงเดือน ต.ค.










