ชุมนุมตุลา 2563: ฟังเสียงนักเรียนมัธยม เมื่อเยาวชนลงถนนเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง

กลุ่มเด็กมัธยมยืนชูสามนิ้วที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ที่มาของภาพ, PAris Jitpentom/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, กลุ่มเด็กมัธยมที่เข้าร่วมการชุมนุมที่อนุสารีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 14 ต.ค.
    • Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

วันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม "คณะราษฎร" ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมที่ตัดสินใจหยุดเรียนมา เมื่อย้ายมาชุมนุมที่แยกราชประสงค์เย็นวันรุ่งขึ้น ก็ยังมีนักเรียนใส่เครื่องแบบมาเข้าร่วม และในวันที่มีการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อ 16 ต.ค. เด็กมัธยมจำนวนไม่น้อยก็อยู่ที่นั่น

เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมปรับกลยุทธ์เป็น "แฟลชม็อบ" ในจุดหลัก ๆ ตามแนวรถไฟฟ้า โดยเป็นการชุมนุมแบบไร้แกนนำชัดเจน นักเรียนมัธยมก็อาศัยวันหยุดหรือช่วงเสร็จจากการเรียนพิเศษมารวมตัวกันพร้อมเสื้อกันฝน ร่มและหมวกนิรภัย ที่กลายมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของผู้ชุมนุมหลังเหตุสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน

แม้ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะลงนามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ตั้งกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) ซึ่งประกาศเตือนทุกวันว่าการชุมนุมเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เมื่อมีการนัดหมายชุมนุมทุกครั้ง ก็มีประชาชน-นักศึกษา-เยาวชนเข้าร่วมจำนวนมาก

บีบีซีไทยพูดคุยกับนักเรียนชั้นมัธยมบางคนที่มาร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. และเพื่อปกป้องสิทธิส่วนบุคคลและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเยาวชนเหล่านี้ เราจึงไม่เปิดเผยชื่อและนามสกุล รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา

"เติ้ล" อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ยื่นใบลากิจให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอเพื่อที่จะมาร่วมชุมนุมในวันแรกเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันพุธ

เติ้ลบอกกับบีบีซีไทยว่าผู้ปกครองของเธอรับทราบและยินยอมให้มาร่วมชุมนุม ซึ่งเป็นการเข้าร่วมชุมนุมครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้เธอได้ร่วมชุมนุมกับกลุ่ม "นักเรียนเลว" และกลุ่ม "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม"

"การเมืองมันเกี่ยวข้องกับทุกอย่าง รวมไปถึงระบบการศึกษาด้วย และมันกระทบมาถึงพวกหนูด้วย" เติ้ลให้ความเห็น

"หนูเรียนอยู่ในโรงเรียนรัฐบาล และระบบมันล้าหลังมาก การศึกษาที่ได้ก็ไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพมากพอจนทำให้พวกหนูต้องเสียเงินไปเรียนพิเศษเพิ่ม มันจะดีกว่าไหมถ้าการศึกษามันดีเท่าเทียมกันมากพอสำหรับนักเรียนทุกคน"

ผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันที่ สถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันที่ สถานีรถไฟฟ้า BTS อุดมสุข เมื่อวันที่ 17 ต.ค.

เติ้ลบอกว่าเธอได้รับการปลูกฝังเรื่อง "ประชาธิปไตย" มาจากที่บ้านจึงทำให้ตระหนักถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนและศึกษาข้อกฎหมายบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของตัวเอง

"หนูเคยพิมพ์ใบปลิวที่เป็นอินโฟกราฟฟิคเรื่องกฎหมายที่นักเรียนต้องรู้ไปแปะทั่วโรงเรียน แล้วครูฝ่ายปกครองเรียกเข้าไปอบรม ขู่ว่าจะฟ้องพ่อแม่หนู แล้วสั่งให้เอาใบปลิวทั้งหมดออก" เติ้ลเล่าประสบการณ์ "การต่อสู้" ในโรงเรียน

"หนูและเพื่อนอีก 5-6 คนเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ชูสามนิ้วช่วงเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า แล้วก็โดนข่มขู่ด้วยคำพูด แต่หนูไม่กลัว" เธอกล่าวอย่างมั่นใจ

เติ้ลบอกว่าอนาคตของเธอขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังเรียกร้อง แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่อยากให้เกิดขึ้นนั้นในช่วงชีวิตของเธอหรือไม่

บีบีซีไทยถามเธอว่าวางแผนเรื่องการศึกษาไว้ว่าอย่างไร เติ้ลตอบว่า "ตอนแรกหนูวางแผนว่าจะเรียนรัฐศาสตร์ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจจะเรียนด้านภาษาแล้ว และคิดว่าเรียนจบก็คงจะไปอยู่ต่างประเทศเพราะหนูคิดว่าคงไม่มีอนาคตที่อยากมีได้ในประเทศนี้"

แม้การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน แต่นักเรียนหญิงชั้น ม.6 คนนี้ก็ยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องนั้นเป็นเรื่องสำคัญและ "ดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทย"

แฟลชม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าววันที่ 17 ต.ค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, แฟลชม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าววันที่ 17 ต.ค.

"บีม" อายุ 17 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นคนหนึ่งที่หยุดเรียนมาร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค.

บีมบอกว่าเขาเพิ่งมาสนใจเรื่องการเมืองหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ซึ่งเขาเห็นว่ากติกาใหม่ที่กำหนดขึ้นทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ "ไม่เป็นธรรม"

"ที่บ้านไม่ได้สนับสนุนให้ผมออกมา (ชุมนุม) แต่ผมก็บอกพ่อกับแม่ไว้แล้วว่าถ้าครูที่โรงเรียนโทรไปแจ้งให้ผู้ปกครองมาพบก็ไม่ต้องไป เพราะผมมาเรียกร้องสิทธิให้อนาคตของตัวเอง และไม่กระทบการการเรียน"

การชุมนุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกของบีม

"ผมไม่กลัว เพราะการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะทำให้ทุกคนในรุ่นผมได้ประชาธิปไตยในแบบที่พวกเราต้องการ" บีมเปิดเผยด้วยว่าเขาและเพื่อน ๆ ยังได้ติดต่อทนายความไว้เพื่อให้ความช่วยเหลือหากว่าพวกเขาถูกจับกุม

"ปัญหาที่พวกเราเผชิญอยู่มันสะสมมานานแล้ว และคนรุ่นผมต้องมีชีวิตอยู่กันไปอีกนาน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตของคนรุ่นผม" บีมทิ้งท้าย

นักเรียนชั้นมัธยมอีกคนหนึ่งที่บีบีซีไทยได้พูดคุยด้วยมาจากโรงเรียนย่านบางนา เธอมาร่วมชุมนุมกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งซึ่งล้วนแต่มาร่วมชุมนุมทางการเมืองเป็นครั้งแรก

"โรงเรียนพวกหนูสนับสนุนให้มีการแสดงออกทางการเมืองค่ะ พวกเราสามารถแสดงออกได้อย่างเสรีโดยไม่มีใครถูกตำหนิเพราะคุณครูเข้าใจและสนับสนุนให้มีการตั้งคำถามและหาคำตอบ" เด็กหญิงที่มีชื่อเล่นว่า "มิกิ" กล่าว

นักเรียนชุมนุมที่หน้า ศธ.

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นักเรียนมัธยมจำนวนมากร่วมชุมนุมกับกลุ่ม "นักเรียนเลว" ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ 19 ส.ค.

"ต้น" นักเรียนที่มาในกลุ่มเดียวกันบอกตรงกันว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมชุมนุมทั้งจากโรงเรียนและผู้ปกครอง

"ผมกับเพื่อน ๆ ก็หวังว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเพื่ออนาคตของพวกเรา" ต้นกล่าว

ขณะที่พลอยซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย- เยอรมัน จากโรงเรียนเดียวกันบอกว่าเธอเข้าร่วมการชุมนุม "ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง"

"ตอนนี้หนูยังไม้ได้จ่ายภาษี แต่หนูก็เห็นว่าเงินภาษีที่ประชาชนเป็นคนจ่ายควรถูกใช้กับสิ่งที่จะเกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวมมากกว่านี้ ใคร ๆ ก็อยากอยู่ในประเทศที่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และหนูก็คาดหวังจะเห็นสิ่งนั้นในอนาคต"