หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งเด้ง "บิ๊กโจ๊ก" พ้น สตช. ไปเป็น ขรก. พลเรือน

บิ๊กโจ๊ก

ที่มาของภาพ, Getty Images

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 2/2562 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 9 เม.ย. และเพิ่งเผยแพร่ทางราชกิจจานุเบกษา

สาระสำคัญคือให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 โดยให้ขาดตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม ใน สตช. เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทนักบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) โดยคำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ และการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ระบุตอนหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐหลายรายอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มูลกรณีเป็นเรื่องกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ทําให้เสียหายแก่ทางราชการหรือทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน แม้ผลการตรวจสอบยังไม่อาจสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด แต่บางเรื่องมีการกระทําเป็นขบวนการ การตรวจสอบจึงใช้เวลานานและบางเรื่องไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องเท่าที่ควร จึงแจ้งให้ คสช. และรัฐบาลทรามมาเป็นลำดับ ก่อนมีคำสั่งฉบับดังกล่าวออกมา และมีบัญชีรายชื่อแนบท้ายมาด้วย

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ ปฏิเสธจะตอบคำถามสื่อมวลชนถึงเหตุผลในการออกคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ โดยทำท่ายกมือบอกปัดที่จะพูดถึงเรื่องนี้

คำสั่ง คสช.

ที่มาของภาพ, ราชกิจจานุเบกษา

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 5 เม.ย. พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามคำสั่ง สตช. ให้ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตช. แทน

สื่อไทยหลายแห่งเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นการ "เด้งฟ้าผ่า" นายพลหนุ่ม ผู้ก้าวหน้ารวดเร็วในเส้นทางตำรวจ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่านายตำรวจเจ้าของฉายา "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ผู้นี้ อาจได้ก้าวขึ้นเป็น ผบ.ตร. เข้าสักวัน

ชื่อของ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ เป็นที่คุ้นหูมากที่สุดจากการจัดการในกรณี น.ส. ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน หญิงซาอุดีอาระเบียวัย 18 ปี ถูกกักตัวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในกรณีสาวชาวอังกฤษที่อ้างถูกขืนใจบนเกาะเต่า เมื่อ ส.ค. ปีที่แล้ว กรณีเรือฟินิกซ์ล่มที่ภูเก็ต เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และปฏิบัติปราบเงินกู้นอกระบบและคืนโฉนดทั่วประเทศ เป็นต้น

หลังข่าวการย้าย เพจเฟซบุ๊กของ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งเป็นช่องทางรับเรื่องราวร้องทุกข์ เสนอภารกิจส่วนตัวของ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ รวมทั้งภารกิจของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ถูกปิดไปแล้ว รวมทั้ง อินสตาแกรม ที่ชื่อว่า surachatehakpharn และทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อบัญชีว่า @hakparn อีกด้วย

บัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่เคยใช้ว่า @hakparn ไม่ปรากฏบนเครือข่ายทวิตเตอร์แล้ว

ที่มาของภาพ, Twitter.com

คำบรรยายภาพ, บัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่เคยใช้ว่า @hakparn ไม่ปรากฏบนเครือข่ายทวิตเตอร์แล้ว

หลังจากมีคำสั่งดังกล่าวมีรายงานว่าไม่สามารถติดต่อ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ได้ ต่อมาในวันที่ 8 เม.ย. สื่อหลายสำนัก อาทิ ข่าวสด และไทยรัฐ รายงานตรงกันว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมาของที่ 8 เม.ย. พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ได้เดินทางมาเซ็นชื่อที่ ศปก.ตร. แล้ว โดยพบว่ามีสีหน้ายิ้มแย้มปกติ ก่อนจะเดินทางกลับ

นอกจากผลงานที่มีปรากฏผ่านสื่อมากมายอย่างต่อเนื่อง พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ เป็นที่รู้จักในฐานะนายตำรวจที่ก้าวหน้าได้รับการเลื่อนยศเร็วที่สุดคนหนึ่ง

บทความโดยเว็บไซต์ The People ซึ่งสัมภาษณ์และเขียนถึงผู้คนในหลากหลายวงการ ระบุว่า เขาใช้เวลาเพียง 20 กว่าปีในการเลื่อนจากยศ ร.ต.ต. สู่ พล.ต.ท ด้วยวัยเพียง 48 ปี

พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล

ที่มาของภาพ, Getty Images

เว็บไซต์ข่าวมติชนบอกว่า "นับได้ไม่กี่คน" หากพูดถึงนายพลอายุน้อยในประวัติศาสตร์ สตช. เส้นทางของ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ อาจเทียบได้กับ พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดด้วยอายุเพียง 56 ปี หรือ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ "บิ๊กแป๊ะ" ผบ.ตร. คนปัจจุบัน ซึ่งติดยศ พล.ต.ต. ตั้งแต่อายุ 40 กว่า ๆ

การถูกส่ง "เข้ากรุ" ในครั้งนี้จะเป็นจุดสิ้นสุดของนายตำรวจที่สื่อไทยเรียกว่า "ดาวฤกษ์" พุ่งแรงหรือไม่ บีบีซีไทยชวนทำความรู้จักเส้นทางอาชีพของนายตำรวจผู้นี้กัน

.

ที่มาของภาพ, .

จากรายงานของเว็บไซต์ข่าวมติชน พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ เริ่มต้นรับราชการตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเป็นสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 5 จ.เชียงใหม่

ในตำแหน่งผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เขาเป็นผู้ริเริ่มนำเครือข่าย องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล (Interpol) กระทรวงต่างประเทศ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เข้าร่วมมือกันเพื่อปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ โดยมีผลงานจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติที่หลอกลวงเด็กและผู้หญิงไปค้าประเวณีในหลายประเทศ

ตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ในเวลาต่อมาได้แก่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านเกิด ก่อนจะได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นเป็นรองผู้บังคับการจังหวัดสงขลา เป็นผู้บังคับบัญชาศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธร จ. สงขลา ส่วนหน้า ดูแล 4 อำเภอ มีภัยก่อความไม่สงบชายแดนใต้ ซึ่งมติชนระบุว่า บทบาทนี้ส่งผลให้เขาได้รับสิทธินับอายุราชการแบบทวีคุณสำหรับใช้รับอาวุโสในการแต่งตั้งเฉกเช่นตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนใต้

เว็บไซต์ The People ระบุว่า ในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เริ่มมีคนสังเกตเห็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง พ.ต.อ. สุรเชษฐ์ (ยศขณะนั้น) และ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ

บิ๊กโจ๊ก

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงรัฐบาล คสช. ซึ่ง พล.อ. ประวิตร กลับสู่เส้นทางการเมือง เขาก็ได้ขึ้นรับตำแหน่งผู้บังคับการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าประสานนายกรัฐมนตรี มีความใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร เป็นอย่างยิ่ง

จากนั้น เขาก็ได้รับแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ต่อมาเป็น ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏฺิบัติการพิเศษ หรือ 191, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก่อนจะถูกสั่งโยกไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวานนี้

หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หลายฝ่ายจะคาดเดากันว่า การถูกสั่งเด้งฟ้าผ่าอาจมีนัยยะทางการเมือง

นอกจากความใกล้ชิดกับ พล.อ. ประวิตร แล้ว เว็บไซต์ข่าวมติชนรายงานว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ เคยเปิดเผยกับสื่อหลายสำนักว่า บิดาของเขาซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นประทวน เคยทำงานใกล้ชิดกับ พล.ต.ท. เสมอ ดามาพงศ์ อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ซึ่งเป็นบิดาของ พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ ปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่ "เด็ก" บ้านดามาพงศ์ อย่างที่ใครร่ำลือ

น่าสนใจว่า เส้นทางนายตำรวจวัย 48 ปี ที่ยังเหลืออายุราชการอีก 12 ปี จะดำเนินต่อไปเช่นไร

บิ๊กโจ๊กพบอุปทูตซาอุฯ

ที่มาของภาพ, FACEBOOK SURACHET HAKPAL

คำบรรยายภาพ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เข้าพบอุปทูตซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 8 ม.ค. หลังจากที่ตัดสินใจไม่ส่งตัว น.ส.ราฮาฟ โมฮาเหม็ด แอล-เคนูน กลับประเทศ