ไทยส่งตัวให้กัมพูชาแล้ว ผู้ผลิตสารคดีค้าประเวณี ฐาน “ยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกในประเทศ”

นายรวต รุท มุนี

ที่มาของภาพ, LONG KIMHEANG

คำบรรยายภาพ, นายมุนี พร้อมภรรยาและลูกชายวัย 12 เดือน ไปลงทะเบียนเป็นผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่สหประชาชาติในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา
    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ไทยส่งตัวผู้ผลิตสารคดีค้าประเวณีให้รัฐบาลกัมพูชาแล้ว หลังเข้ามาไทยเพื่อเตรียมลี้ภัยไปประเทศที่ 3

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ราวเที่ยงของวันที่ 12 ธ.ค. สตม. ได้ส่งตัวนายรวต รุท มุนี (Rath Rott Mony) อายุ 47 ปี นักกิจกรรมแรงงานชาวกัมพูชา กลับประเทศ ตามหมายจับของรัฐบาลกัมพูชา ในความผิดฐานยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกในกัมพูชา

กรณีส่งตัวนายมุนีเกิดขึ้นในขณะที่นานาชาติกำลังให้ความสนใจกับกรณีนายฮาคีม อัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรนที่ลี้ภัยในออสเตรเลียแต่ถูกจับกุมที่กรุงเทพฯ โดยเมื่อวานศาลอาญาได้พิจารณาอนุญาตให้ฝากขังนายอัล อาไรบี เป็นเวลา 60 วัน ในระหว่างที่รอการพิจารณาของศาลกรณีส่งผู้ร้ายข้ามแดนและอยู่ในระหว่าง การรอเอกสารจากประเทศผู้ร้องขอ โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์อธิบายว่า สาเหตุที่นายมุนีไม่ต้องผ่านกระบวนการทางศาล เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ลี้ภัยในประเทศใด และไม่มีประเทศใดมาโต้แย้งว่าขอรับตัวเขาไป ซึ่งต่างจากนายอัล อาไรบี ที่ออสเตรเลียแสดงเจตจำนงว่าจะขอรับตัวกลับประเทศ

"ทุกประเทศจะไม่ให้ผู้ต้องหาที่มีหมายจับเข้าประเทศ [นายมุนี]มีหมายจับจากกัมพูชาและเป็นคนกัมพูชา ต้องเพิกถอนวีซ่าและผลักดันกลับ" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว

นายมุนี พร้อมภรรยาและลูกชาย

ที่มาของภาพ, LONG KIMHEANG

คำบรรยายภาพ, นายมุนี พร้อมภรรยาและลูกชาย

ทว่า นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวกับบีบีซีไทยในวันที่ 12 ธ.ค. ว่า โดยหลักสากล การส่งนายมุนีกลับกัมพูชา ต้องผ่านการไต่สวนโดยศาลว่าข้อเรียกร้องของกัมพูชาสมเหตุสมผลหรือไม่ และมีเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ รวมถึงไทยจะต้องคำนึงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

ทั้งนี้ นายมุนีได้ลงทะเบียนกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR เป็น "บุคคลในความห่วงใย" ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในกระบวนการตัดสินของ UNHCR ว่าควรจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย (refugee) หรือไม่

"ทั้ง ๆ ที่ไทยรู้ว่าเขาเป็นผู้แสวงหาที่ลี้ภัย แต่ไม่ได้พยายามตรวจสอบว่าเขาจะได้รับอันตรายหรือความไม่เป็นธรรมเมื่อกลับประเทศหรือไม่" นายสุณัย กล่าว

"เขาผลิตสารคดีที่มีเนื้อหาเป็นเท็จ"

เมื่อเวลาเที่ยงของวันที่ 7 ธ.ค. นายรวต รุท มุนี (Rath Rott Mony) อายุ 47 ปี นักกิจกรรมแรงงานชาวกัมพูชา ถูกจับกุมที่อาคารเดอะเทรนดี้ ย่านสุขุมวิท ในขณะที่กำลังรับหนังสือเดินทางคืนจากศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศเนเธอร์แลนด์

นางลง กิมเฮียง ภรรยาของนายมุนี กล่าวกับบีบีซีไทยเป็นภาษาอังกฤษทางแอปพลิเคชันสนทนาจากกัมพูชาในวันที่ 12 ธ.ค. ว่า เธอเพิ่งทราบเรื่องการส่งตัวสามีของเธอ กลับประเทศจากเจ้าหน้าที่ประจำสหประชาชาติที่กรุงเทพฯ เมื่อ 19.00 น. แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจกัมพูชา และเธอก็ไม่รู้ว่าสามีอยู่ที่ไหน

ภรรยาของนายมุนี กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า ตำรวจไทยบอกเธอว่าได้รับจดหมายจากตำรวจกัมพูชาให้ส่งตัวสามีเธอกลับ เพราะ "เขาผลิตสารคดีที่มีเนื้อหาเป็นเท็จ"

นายมุนีร่วมผลิตสารคดีชื่อ "แม่ขายหนู" มีความยาวประมาณ 27 นาที ถูกเผยแพร่เมื่อเดือน ต.ค. ผ่านช่อง RT ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ที่รัฐบาลรัสเซียให้การสนับสนุน สารคดีเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงยากจนที่ถูกขายเพื่อค้าประเวณี โดยการสัมภาษณ์ทั้งแม่และเด็กที่ถูกแม่บังคับให้ค้าประเวณีตั้งแต่อายุ 15 ปี

ตลอดทั้งเรื่องไม่มีการปกปิดชื่อหรือใบหน้าของผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ และรัฐบาลกัมพูชาได้กล่าวหาว่าผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ได้รับการว่าจ้างให้สวมบทบาทที่เป็นเพียงแค่การแสดง

นางกิมเฮียงเล่าว่า ก่อนที่สารคดีดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ นายมุนี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์แรงงานก่อสร้างแห่งกัมพูชา ได้เล่าให้เธอฟังว่า เขาถูกติดตามและได้รับคำขู่เกี่ยวกับสารคดีที่เขามีส่วนร่วมในการผลิต ทำให้เขาตัดสินใจเดินทางมาไทยเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้แสวงหาที่ลี้ภัยกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในวันที่ 7 ก.ย. ก่อนที่จะกลับกัมพูชาอีกรอบ

"พอกลับไป มีคนเตือนให้มุนีออกจากกัมพูชา" นางกิมเฮียง กล่าว

นั่นทำให้เขากลับมาไทยอีกครั้งเมื่อ 31 ต.ค. ต่อมา ในวันที่ 10 พ.ย. นางกิมเฮียงและลูกชายวัย 12 เดือน ได้เดินทางมาสมทบ ก่อนที่นายมุนีจะถูกจับในวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา

นายรวต รุท มุนี

ที่มาของภาพ, LONG KIMHEANG

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานข่าวว่า ตำรวจกัมพูชาได้ซักถามแม่และลูกสาวที่ให้สัมภาษณ์ในสารคดี ซึ่งได้บอกกับตำรวจว่าพวกเขาถูกจ้างให้ "โกหก"

"สารคดีดังกล่าวเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาที่ทำลายวัฒนธรรมและชื่อเสียงของกัมพูชา" รอยเตอร์อ้างคำให้สัมภาษณ์ของโฆษกตำรวจกัมพูชา พล.ต.ท. ชาย กิม เคือน

ด้านโฆษกของ RT กล่าวกับบีบีซีไทยผ่านอีเมลว่า เป็นกังวลอย่างยิ่งต่อการกักกันตัวของนายมุนี และกำลังหาทางช่วยแก้ปัญหา รวมถึงช่องทางทางการทูต

โฆษกของ RT กล่าวว่า RT ยึดมาตรฐานสูงสุดในการผลิตสารคดีและรายงานข่าว โดยสหประชาชาติและองค์กรอิสระต่าง ๆ ก็เคยนำเสนอเกี่ยวกับอุตสาหกรรมขายบริการทางเพศของกัมพูชาที่มีการเอารัดเอาเปรียบผู้ค้าประเวณี และในระหว่างที่ทำการถ่ายทำก็ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาเกี่ยวกับการถ่ายทำในประเทศอีกด้วย

"มันน่าเศร้าที่ได้ยินว่า เนื่องจากการ 'ซักถาม' โดยเจ้าหน้าที่ ข้อความที่จงใจที่จะขัดแย้งกับการรายงานของเราและทำลายความตั้งใจที่จะมุ่งเป้าไปที่ปัญหาหลักของอุตสากรรมขายบริการทางเพศของกัมพูชา ได้ถูกสกัดมาจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำสารคดี" โฆษกของ RT กล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า แม้จะมีการจ่ายเงินค่าเสียเวลาและค่าใช้จ่ายตามเห็นสมควร แต่ยืนยันว่าไม่เคยสั่งให้มีการแสดงหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดใด ๆ

ด้าน 2 องค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติ คือ ฮิวแมนไรท์วอทช์และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 11 ธ.ค. เรียกร้องไม่ให้รัฐบาลไทยส่งนายมุนีกลับ เนื่องจากมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่า เขาอาจถูกฟ้องคดีด้วยเหตุผลทางการเมือง ถูกควบคุมตัวอย่างมิชอบ และถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายในกัมพูชา

"ประเทศไทยไม่ควรเอาใจกัมพูชาด้วยการบังคับส่งกลับนักเคลื่อนไหวที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ และที่ผ่านมาได้เปิดโปงความล้มเหลวของตำรวจ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาการปฏิบัติมิชอบและการค้าประเวณีเด็กได้" แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว

"ทางการไทยควรปล่อยตัวนายมุนีทันที และอนุญาตให้เขาร้องขอความคุ้มครองจากหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ"

ฮิวแมนไรท์วอทช์ยังระบุว่า ที่ผ่านมาทางการไทยมักร่วมมือกับรัฐบาลกัมพูชาในการคุกคาม จับกุม และบังคับส่งกลับฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลที่ลี้ภัยมา รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายค้าน นักสิทธิมนุษยชน และผู้สื่อข่าว ซึ่งหลบหนีมายังประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการฟ้องคดีของรัฐบาลกัมพูชาภายใต้นายกรัฐมนตรีฮุนเซน

ในแถลงการณ์ของแอมเนสตี้ฯ ระบุว่า ข้อหายุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก มักถูกใช้ทางการเมืองกับผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาลกัมพูชา

ไม่ใช่รายแรก

ก่อนหน้านี้ ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ไทยได้ส่งตัว น.ส.สม สุขา นักกิจกรรมแรงงาน กลับกัมพูชา แม้ว่าเธอจะได้สถานะเป็นผู้ลี้ภัยจากสหประชาชาติแล้ว

เธอถูกจำคุกทันทีหลังจากถูกส่งตัวกลับ โดยก่อนหน้านั้นศาลกัมพูชาอ่านคำพิพากษาลับหลัง น.ส.สุขา ในข้อหาดูหมิ่นและยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยก หลังจากที่เธอขว้างรองเท้าแตะไปที่ป้ายพรรครัฐบาลที่อยู่ริมถนน ก่อนการเลือกตั้งปีที่แล้ว