กอดการเมือง ใช่เรื่องคนรักกัน?

ฮุนเซน กอดประยุทธ์

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ภาพสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โถมเข้ากอด-ซบอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ อ้อมกอดกับการเมืองเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย-กัมพูชา วานนี้ (7 กันยายน 2560) พลันที่นายกฯ ไทยเอ่ย "ออกุน เจริญ" (ขอบคุณ) สมเด็จฮุนเซนก็เข้าสวมกอด พล.อ.ประยุทธ์ทันที โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมของ 2 ประเทศคือ พล.อ.เตียบัณห์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนยิ้มกริ่มเป็นสักขีพยานอยู่เบื้องหลัง

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ผู้อยู่ร่วมฉากประวัติศาสตร์นี้ บรรยายความรู้สึกว่า "ชื่นมื่นมาก"

"หากผู้นำของประเทศต่างๆ มีลักษณะของความสัมพันธ์ ความรู้จักมักคุ้น ความไว้วางใจ มีความเลื่อมใสต่อกัน อย่างที่เห็นระหว่างนายกฯ ไทย-กัมพูชา โลกก็จะมีสันติสุขเพิ่มมากกว่านี้แน่นอน" นายดอน นักการทูตผู้มากประสบการณ์ ให้ความเห็น

นอกจากนี้กัมพูชายังแต่งบทเพลงเชื่อมสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ให้ถึง 4 เพลง

ฮุนเซน ทักษิณ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จฮุนเซน (ซ้าย) สวมกอดนายทักษิณ ชินวัตร ที่บ้านพักนายกฯ กัมพูชา วันที่ 14 ธ.ค. 2552 หลังวิศวกรชาวไทย ผู้ต้องคดีจารกรรมข้อมูลตารางการบินขอนายทักษิณ ได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์กัมพูชา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สมเด็จฮุนเซ็น "แจกกอด" ให้ "วีไอพี" ย้อนกลับไปในเดือน พ.ย. 2552 สมเด็จฮุนเซนเปิดบ้านพักในกรุงพนมเปญต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกรัฐประหารปี 2549 พ่วงสถานะผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ

วันนั้น สื่อโทรทัศน์ท้องถิ่นได้เผยแพร่ภาพนาทีที่ฮุนเซนกับทักษิณส่งยิ้มให้กัน-สวมกอดกันกลม พร้อมคำบรรยายว่าผู้นำกัมพูชายกให้นายทักษิณ เป็นเหมือน "เพื่อนตาย" ซึ่งการพูดคุยกันครั้งนี้ไม่ต่างจากการ "การพบปะระหว่างครอบครัว"

นายทักษิณได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซน และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา พร้อมแนบเหตุผลในแถลงการณ์แต่งตั้งว่า "ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลไทยมีต่อนายทักษิณ เป็นประเด็นทางการเมือง" พร้อมยืนยันไม่ส่งตัว "เพื่อนตาย" ให้ทางการไทยเป็นอันขาด ท่ามกลางเสียงท้วงติงจากรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในขณะนั้น

ทักษิณปราศรัยที่กัมพูชา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายทักษิณ ชินวัตร เปิดปราศรัยที่จังหวัดเสียมราฐ ต่อหน้าคนเสื้อแดงหลายพันคน

นอกจากนี้สมเด็จฮุนเซนยังอนุญาตให้นายทักษิณใช้พื้นที่กัมพูชาพบปะ-เปิดปราศรัยกับมวลชนที่เรียกตัวเองว่าแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลายร้อยชีวิต ที่ข้ามไปจากด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในเดือน ธ.ค. 2552 และหลายพันคนในเดือน เม.ย. 2555

แต่เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจรัฐบาลน้องสาว-น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปี 2557 สมเด็จฮุนเซนก็พลิกท่าที โดย สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างคำกล่าวของผู้นำกัมพูชา ว่า "ไม่เคยแทรกแซงกิจการภายในของไทย" และ "ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก เพราะตอนนี้รัฐบาลทหารของไทยได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระมหากษัตริย์แล้ว ดังนั้นเราจะต้องทำงานร่วมกับรัฐบาลทหารดังกล่าวอย่างไม่มีทางเลี่ยง...ผมหวังว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ รวมทั้งพรรคเพื่อไทยจะเข้าใจจุดยืนของกัมพูชา"

สมเด็จฮุนเซน (ซ้าย) กอด เหงียน ซวน ฟุก

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, สมเด็จฮุนเซน (ซ้าย) กอด เหงียน ซวน ฟุก หลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดการประชุม CLMV ปีที่แล้ว

การสวมกอดผู้นำต่างชาติคล้ายเป็นวัตรปฏิบัติของผู้นำกัมพูชา-ผู้ครองอำนาจยาวนานกว่า 30 ปี ในระหว่างร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดความร่วมมือกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนามครั้งที่ 8 (CLMV) ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2559 สมเด็จฮุนเซนได้เข้าสวมกอดเจ้าภาพ เหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามที่เพิ่งรับตำแหน่งได้เพียง 6 เดือน เพื่อแสดงมิตรไมตรี และถือโอกาสต้อนรับผู้นำน้องใหม่

นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี บรรณาธิการอาวุโสด้านต่างประเทศ หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น อธิบายในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การทักทายแบบที่สมเด็จฮุนเซนแสดงออกกับผู้นำหลายประเทศ ด้วยการเข้าสวมกอด เป็นประเพณีการทักทายแบบพี่น้องสังคมนิยม (social fraternal embrace) เดิมอาจเรียกว่าเป็น "จุมพิตสังคมนิยม" เพราะบรรดาผู้นำประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ จะแสดงออกถึงความแนบแน่น หรือความสัมพันธ์ชนิดพิเศษ ด้วยการเอาแก้มแนบกันสลับซ้ายขวาของแต่ละฝ่าย 3 ครั้ง บางครั้งจุมพิตที่แก้มของกันและกันก็มี

ประเพณีนี้มีในยุโรปมานานแล้ว แต่แพร่หลายในประเทศสังคมนิยมช่วงปลายศตวรรษที่ 20 แต่บรรดาผู้นำคอมมิวนิสต์ในเอเชียที่รับประเพณีนี้มาจากรัสเซีย ยุโรป หรือละติน ไม่สู้คุ้นเคยกับการเอาแก้มแนบกัน หรือจุมพิตกัน พวกเขาเลยใช้การโอบกอดกัน 3 ครั้งสลับซ้ายขวาแทน ยกเว้นเวลาเจอกับผู้ค่ายเดียวกันจากยุโรปหรือละตินอเมริกา ก็จะยอมเอาแก้มแนบกัน แต่ถ้าเจอกันในหมู่เอเชียด้วยกัน ก็ต้องใช้วิธีกอดกัน 3 ครั้งเสมอ ผู้นำเวียดนาม ลาว กัมพูชา ยังปฏิบัติอยู่

จิตรกรรมฝาผนังของศิลปินชาวรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, จิตรกรรมฝาผนังของศิลปินชาวรัสเซีย แสดงให้เห็นภาพเลโอนิด เบรจเนฟ อดีตผู้นำสหภาพโซเวียด (ซ้าย) จุมพิตเอริค ฮอคเนเกอร์ อดีตผู้นำเยอรมันตะวันออก ในส่วนที่เหลือรอดจากการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน

"นายกฯ ฮุนเซนฝึกฝน และเติบโตทางการเมืองมาภายใต้ระบอบสังคมนิยม แม้ว่าพวกเขมรแดงจะดูเป็นพวกไร้วัฒนธรรมก็ตาม แต่หลังจากปลดปล่อยในปี ค.ศ. 1978 (พ.ศ. 2521) แล้วฮุนเซนก็สนิทกับทางเวียดนามที่ยังยึดมั่นในขนบธรรมเนียมแบบนี้อยู่ เวลาท่านทักทายผู้นำประเทศอื่น แม้ไม่ได้เป็นสังคมนิยม ก็มักจะแสดงออกแบบนี้ จนหลายคนก็พลอยนึกว่านี่เป็นสไตล์ส่วนตัวไปแล้ว" นายสุภลักษณ์ระบุ

อ้อมกอดการเมืองไทย

กลับมาดูอ้อมกอดของนักการเมืองไทยที่น่าจะอยู่ในความทรงจำของสังคม เกิดขึ้นใน เหตุการณ์สำคัญทางการเมือง

เหตุการณ์แรก นายทักษิณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศ "เว้นวรรคการเมือง" ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2549 "ผมขอถอยโดยการไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ผมจำเป็นจะต้องรักษาการตามรัฐธรรมนูญ.. ไปจนถึงกระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีในสภาเป็นที่เรียบร้อย"

สมคิด กับทักษิณ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ (ซ้าย) เข้าสวมกอดให้กำลังใจนายทักษิณ หัวหน้ารัฐบาลพรรคไทยรักไทย

ถือเป็นการถอย เพราะไม่มีทางให้ไปต่อ แม้พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 ด้วยคะแนน 16 ล้านเสียง แต่ไม่อาจเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกได้ เพราะมียอด ส.ส.ไม่ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด เนื่องจาก 3 พรรคฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง จนพรรคไทยรักไทยต้องลงสมัครกับบรรดาพรรคขนาดเล็ก

ระหว่างอ่านแถลงการณ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีสมาชิกในครอบครัวชินวัตร รัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมให้กำลังใจอย่างพร้อมเพรียง

คุณหญิงพจมาน (ภรรยาขณะนั้น) เข้าสวมกอดนายทักษิณเป็นคนแรกหลังการแถลงเสร็จสิ้น โดยมีรัฐมนตรีอีกหลายคนทยอยเข้าจับมือ-สวมกอดนายกฯ คนที่ 23

อีกเหตุการณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ผู้กุมฐานเสียงอีสานใต้ให้นายทักษิณ ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยถึงพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2551 เพื่อชวนพลิกขั้ว-ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์

เนวิน-อภิสิทธิ์

ที่มาของภาพ, BBC Thai

นายเนวินบอกว่าพร้อมนำ ส.ส.ในกลุ่มสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แม้เป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด

"อย่าให้ความสูญเสียและความเจ็บปวดของพวกผมนั้นสูญเปล่า ซึ่งเป็นความหวังและเป็นความตั้งใจของผมที่ยอมเสียเพื่อน เสียพรรค เสียนาย มาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์" นายเนวินกล่าว

และเป็นที่มาของภาพประวัติศาสตร์นายเนวินกอดนายอภิสิทธิ์

เพราะถ้าย้อนไปในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ปี 2538 นายเนวินคือหัวหอกสำคัญในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประชาธิปัตย์ กรณีทุจริตแจกที่ดิน ส.ป.ก.4-01 จนต้องยุบสภาหนี

นายเนวินคนเดียวกันนี้ยังเป็นเจ้าของ "อ้อมกอดแทบตัก" นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดปีที่ 77 ของนายบรรหาร เมื่อเดือน ก.ย. 2552

งานนี้นายบรรหารเป็นฝ่ายเรียกนายเนวินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับบอกว่า "มากอดทีขอให้พ้นทุกข์ภัย" ซึ่งขณะนั้นนายเนวินตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตจัดซื้อต้นกล้ายางพารา งานนี้ทั้ง "อา-หลาน" จึงสวมกอดกันกลม

เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของ "อ้อมกอดเมือง" ที่อยู่ในความทรงจำใครหลายคน