เทียนกง-1 จะโหม่งโลกในอีกไม่กี่วัน กองทัพอากาศคาดมีโอกาสตกในไทย 1%

ที่มาของภาพ, China Manned Space Agency
องค์การอวกาศยุโรป (ESA) คาดว่า สถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีนซึ่งสูญเสียการควบคุมไปแล้ว จะตกสู่โลกระหว่าง 30 มี.ค.ถึง 2 เม.ย.นี้ ด้าน ผบ ทอ. ไทย ระบุ โอกาสที่สถานีอวกาศนี้จะตกลงในไทยมีเพียง 1%
ESA ประเมินว่าเทียนกง-1 อาจจะตกลงที่ใดก็ได้ระหว่างละติจูดหรือเส้นขนานที่ 43 องศาเหนือ ไปจนถึงละติจูดที่ 43 องศาใต้ ทำให้ทางตอนเหนือของจีน, ภูมิภาคตะวันออกกลาง, รัฐทางตอนเหนือของสหรัฐฯ, ตอนกลางของอิตาลี, ภาคเหนือของสเปน, เกาะแทสเมเนีย, ประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งบางส่วนของอเมริกาใต้และแอฟริกาใต้ มีความเสี่ยงเป็นจุดตกของเทียนกง-1 มากกว่าที่อื่น ๆ

ที่มาของภาพ, European Space Agency
เว็บไซต์ไทยรัฐ รายงานว่า พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศได้ระบุถึงการเฝ้าติดตามการตกลงสู่พื้นโลกของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีนว่า กองทัพอากาศได้ติดตามเรื่องนี้มานานกว่า 3-4 เดือนแล้ว แต่มั่นใจว่า ไม่มีอะไรน่ากังวล เพราะขณะนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าที่ดอยอินทนนท์ อีกทั้งยังมีการใช้ระบบในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง
"ดาวเทียมดังกล่าวโคจรผ่านประเทศไทยในทุกวัน ซึ่งเราก็ได้ติดตามและจัดกำลังคน โดยหน่วยที่เรียกว่าศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ หรือ ลีซา (LESA) เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านอวกาศของกองทัพอากาศ ดำเนินการร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า รวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในเครือข่ายกิจการอวกาศ เพื่อคอยเฝ้าสังเกตและติดตาม ซึ่งไม่น่ากังวลว่าจะตกลงมายังประเทศไทย โดยมีโอกาสไม่ถึงร้อยละ 1 เท่านั้น และคาดว่า น่าจะตกลงสู่พื้นน้ำ แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น เราจะรู้ก่อนสามวันเพื่อเตรียมการดำเนินการ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ได้เรียนรู้กับการศึกษาด้านอวกาศเพื่อที่จะพัฒนากำลังพลต่อไป" พลอากาศเอกจอม กล่าว
แต่หากเป็นกรณีที่เทียนกง-1 ตกสู่พื้นดินนั้น ผู้บัญชาการทหารอากาศบอกว่า ต้องหลบ แม้จะมีเครื่องมือที่สามารถยิงสลายได้ แต่เศษของซากวัสดุยังตกอยู่และจะทำให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายไปทั่ว ถือว่ายังเป็นอันตรายอยู่ดี พร้อมยืนยันว่าไม่น่ากังวล เพราะชิ้นส่วนบางชิ้นที่มีขนาดใหญ่จะเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศขณะตกลงมา

ที่มาของภาพ, china manned space engineering
ก่อนหน้านี้องค์กร Aerospace Corporation ของสหรัฐฯ ได้ทำนายไว้ว่าเทียนกง-1 จะตกกลับสู่โลกในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน เม.ย. หรือก่อนและหลังช่วงดังกล่าวไม่เกิน 1 สัปดาห์ พร้อมเตือนด้วยว่าเทียนกง-1 อาจมีเชื้อเพลิงที่เป็นสารพิษมีฤทธิ์กัดกร่อนอันตราย ที่เรียกว่าไฮดราซีน (Hydrazine) รวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่สามารถคำนวณจุดตกที่แน่นอนของเทียนกง-1 ได้ จนกว่าจะเข้าสู่ช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายที่สถานีอวกาศของจีนใกล้จะตกสู่พื้นดินหรือมหาสมุทรบนโลก แต่มีการคาดการณ์ว่าชิ้นส่วนของเทียนกง-1 ที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ จะกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในรัศมีประมาณ 200-300 กิโลเมตรโดยรอบจุดตก
แม้ก่อนหน้านี้ ดร. โจนาธาน แม็กโดเวลล์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ จะออกมาระบุว่า โอกาสที่จะเกิดอันตรายจากเศษชิ้นส่วนเทียนกง-1 ตกใส่ผู้คนหรือบ้านเรือนนั้นมีอยู่น้อยมาก โดยต่ำกว่า 1 ใน 1 ล้านล้าน แต่ล่าสุดเขาชี้ว่าน่าจะเป็นการดีหากจะมีการจับตาและระแวดระวังเอาไว้บ้าง เพราะเทียนกง-1 นั้นเป็นวัตถุอวกาศที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษและหนักมากถึง 8.5 ตัน
สถานีอวกาศเทียนกง-1 เป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของจีน ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2011 แต่ได้สูญเสียการควบคุมไปเมื่อปี 2016 โดยมีผู้สันนิษฐานว่าเชื้อเพลิงของเทียนกง-1 อาจหมดลง ทำให้ไม่สามารถใช้งานจรวดขับดันเพื่อบังคับทิศทางขณะตกกลับคืนสู่โลกได้








