สุสานบนโลกของดาวเทียม-สถานีอวกาศอยู่ที่ไหน ?

ยังไม่มีผู้ใดทราบถึงจุดตกของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีน เมื่อตกกลับสู่โลกในปีหน้า

ที่มาของภาพ, CHINA MANNED SPACE ENGINEERING

คำบรรยายภาพ, ยังไม่มีผู้ใดทราบถึงจุดตกของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีน เมื่อตกกลับสู่โลกในปีหน้า

สถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีน กำลังเริ่มควบคุมไม่ได้และคาดว่าจะตกกลับสู่ชั้นบรรยากาศโลกในปีหน้า แต่จุดที่ตกอาจไม่ใช่สถานที่ประจำที่บรรดาดาวเทียมและวัตถุลอยฟ้าซึ่งมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นใช้เป็น "สุสาน" ฝังร่าง เมื่อสิ้นสุดอายุขัยการใช้งานลง

ตามปกติแล้วจุดที่ดาวเทียมและสถานีอวกาศถูกบังคับให้ตกลงบนพื้นโลก จะต้องเป็นสถานที่ห่างไกลที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ รวมทั้งเข้าถึงหรือสัญจรผ่านไปมาได้ยาก ซึ่งก็เป็นที่สนใจของบรรดานักสำรวจหรือนักผจญภัยที่ต้องการเข้าไปพิชิตสถานที่ที่แทบไม่มีมนุษย์เหยียบย่างเข้าไปถึงมาก่อนด้วย

หนึ่งในบรรดาสถานที่ห่างไกลไร้ผู้คนที่ถูกใช้เป็นสุสานวัตถุอวกาศได้แก่ "ขั้วที่เข้าไม่ถึง" (Poles of inaccessibility) ซึ่งเป็นจุดห่างไกลที่สุด 2 แห่งทั้งบนบกและในมหาสมุทร โดยจุดบนพื้นทวีปที่อยู่ห่างไกลมหาสมุทรที่สุดในโลกเรียกว่า "ขั้วทวีปที่เข้าไม่ถึง" (Continental pole of inaccessibility) ปัจจุบันยังถกเถียงกันว่าจุดนี้อยู่ที่ไหนกันแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่าอยู่ใกล้กับ "ประตูจุงการ์" (Dzungarian Gate) ช่องเขาที่กั้นกลางระหว่างพรมแดนจีนและภูมิภาคเอเชียกลาง

ส่วนจุดที่อยู่ห่างไกลพื้นทวีปมากที่สุดในมหาสมุทร หรือ "ขั้วมหาสมุทรที่เข้าไม่ถึง" (Oceanic pole of inaccessibility)ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ห่างจากหมู่เกาะพิตแคร์นไป 2,700 กิโลเมตร โดยจุดนี้ตั้งอยู่ระหว่างแผ่นดินของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาใต้

"ขั้วมหาสมุทรที่เข้าไม่ถึง" (Oceanic pole of inaccessibility) ตั้งอยู่ระหว่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาใต้
คำบรรยายภาพ, "ขั้วมหาสมุทรที่เข้าไม่ถึง" (Oceanic pole of inaccessibility) ตั้งอยู่ระหว่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาใต้

ดาวเทียมและสถานีอวกาศที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเผาไหม้ชิ้นส่วนจนหมดไปในชั้นบรรยากาศโลกได้ จะถูกบังคับให้ตกลงในบริเวณ "ขั้วมหาสมุทรที่เข้าไม่ถึง" นี้เป็นส่วนมาก โดยซากชิ้นส่วนอาจกระจายแผ่ไปในบริเวณกว้างราว 1,500 ตารางกิโลเมตรและจมลงสู่ก้นมหาสมุทร ซึ่งล่าสุดสามารถนับได้ว่ามีชิ้นส่วนของดาวเทียมราว 260 ดวงที่ส่วนใหญ่เป็นของรัสเซียจมอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งรวมถึงซากของสถานีอวกาศเมียร์ (Mir) ขนาด 120 ตัน ที่ปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 1986 ก่อนจะตกกลับสู่โลกเมื่อปี 2001 ด้วย

แบบจำลองคอมพิวเตอร์แสดงให้เห็นขณะที่สถานีอวกาศเมียร์ตกกลับสู่บรรยากาศโลกและแตกออกเมื่อปี 2001

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แบบจำลองคอมพิวเตอร์แสดงให้เห็นขณะที่สถานีอวกาศเมียร์ตกกลับสู่บรรยากาศโลกและแตกออกเมื่อปี 2001

ในแต่ละปีโมดูลเสบียงที่ถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)หลายครั้ง ก็ตกกลับมายังโลกในบริเวณดังกล่าว โดยมีการเผาไหม้ขยะและของเสียจากสถานีอวกาศไปพร้อมกับการเผาไหม้ตัวโมดูล เนื่องจากเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับอันตรายจากการตกกลับของซากดาวเทียมและสถานีอวกาศในท้องทะเลบริเวณนี้ เนื่องจากกระแสน้ำที่พัดพาสารอาหารในมหาสมุทรไม่ไหลผ่านบริเวณดังกล่าว ทำให้ขาดความอุดมสมบูรณ์และมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่น้อยมาก ซึ่งพลอยทำให้ไม่มีการทำประมงไปด้วย ในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานีอวกาศนานาชาติขนาด 450 ตันซึ่งปลดประจำการแล้ว ก็จะฝังร่างลงในท้องมหาสมุทรแถบนี้เช่นกัน

โลกถูกล้อมไปด้วยขยะอวกาศหลายพันชิ้น (ขนาดของจุดที่แสดงในภาพไม่ใช่ขนาดตามสัดส่วนจริงของขยะอวกาศ)

ที่มาของภาพ, NASA

คำบรรยายภาพ, โลกถูกล้อมไปด้วยขยะอวกาศหลายพันชิ้น (ขนาดของจุดที่แสดงในภาพไม่ใช่ขนาดตามสัดส่วนจริงของขยะอวกาศ)

แล้วสถานีอวกาศเทียนกง-1 จะไปตกลงที่ไหน ?การที่หน่วยควบคุมภาคพื้นดินไม่สามารถจุดระเบิดจรวดขับดันและบังคับทิศทางของยานได้ ทำให้ขณะนี้ไม่อาจบอกตำแหน่งตกที่แน่นอน และจะทราบก็ต่อเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนตกถึงพื้นโลกเท่านั้น อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานีอวกาศนี้จะตกลงในบริเวณระหว่างละติจูดหรือเส้นขนานที่ 42.8 องศาเหนือและ 42.8 องศาใต้ ซึ่งกินพื้นที่กว้างตั้งแต่ทางตอนเหนือของสเปน ไปจนถึงตอนใต้ของออสเตรเลียเลยทีเดียว