1 ปี สงครามยูเครน : สหประชาชาติมีมติท่วมท้นประณามรัสเซียรุกราน

ที่มาของภาพ, JUSTIN LANE/EPA-EFE/REX/Shutterstock
ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติลงมติท่วมท้นสนับสนุนญัตติประณามรัสเซียที่รุกรานยูเครน
ญัตตินี้เรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครนและยุติการสู้รบ โดยไทยเป็น 1 ใน 141 ชาติที่เห็นชอบกับญัตติดังกล่าว 32 ชาติงดออกเสียง และ 7 ประเทศรวมถึงรัสเซียที่ไม่เห็นด้วย
การลงคะแนนเสียงมีขึ้นหลังจากผู้แทนจำนวนมากเดินออกไประหว่างการปราศรัยของรัสเซียในการประชุมรัฐสภาของหน่วยงานความมั่นคงยุโรปในกรุงเวียนนา
การเดินออกจากที่ประชุมองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) เพื่อประท้วงรัสเซีย และการลงคะแนนเสียงของสหประชาชาติมีขึ้นหนึ่งวันก่อนวันครบรอบปีแรกของการรุกราน
มติของสหประชาชาติเรียกร้องให้มีสันติภาพโดยเร็วที่สุด
มติดังกล่าวยืนยันการสนับสนุน "อำนาจอธิปไตย" และ "บูรณภาพแห่งดินแดน" ของยูเครน โดยปฏิเสธการอ้างสิทธิ์ของรัสเซียใดๆ ต่อส่วนต่าง ๆ ของประเทศที่ยูเครนยึดครอง
เมื่อเดือนกันยายน ส.ส.ในกรุงมอสโกลงมติให้ผนวกสี่ภูมิภาคของยูเครนอย่างผิดกฎหมาย
สหประชาชาติยังเรียกร้อง "ให้สหพันธรัฐรัสเซียถอนกองกำลังทหารทั้งหมดออกจากดินแดนของยูเครนโดยทันที และไม่มีเงื่อนไขภายในพรมแดนที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล" และเรียกร้องให้ "ยุติความเป็นปรปักษ์"
มตินี้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางการเมือง
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
แม้ว่ามติดังกล่าวได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากชาติสมาชิกส่วนใหญ่ แต่ก็มีชาติงดออกเสียงที่น่าสนใจ จีน อินเดีย อิหร่าน และแอฟริกาใต้ อยู่ในกลุ่ม 32 ประเทศที่งดออกเสียง ส่วน 7 ประเทศที่โหวตไม่เห็นด้วย ได้แก่ รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ เอริเทรีย มาลี นิการากัว และซีเรีย
นายดมีโทร คูเลบา รัฐมนตรีต่างประเทศของยูเครน กล่าวว่า การลงมติครั้งนี้ "ทำให้เห็นชัดเจนว่ารัสเซียต้องยุติการรุกรานอย่างผิดกฎหมาย บูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนต้องได้รับการฟื้นฟู"
"หนึ่งปีหลังจากรัสเซียเปิดตัวการรุกรานอย่างเต็มรูปแบบ การสนับสนุนทั่วโลกสำหรับยูเครนยังคงแข็งแกร่ง" เขาทวีต

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
จุดยืนไทยเมื่อ ต.ค. 2022
เมื่อ 12 ต.ค. ปีที่แล้ว 3 ใน 4 ของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ 143 ประเทศ จาก 193 ประเทศ ลงมติเห็นชอบญัตติประณามความพยายามของรัสเซียในการผนวกดินแดน 4 แคว้นของยูเครน เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
มีเพียง 4 ประเทศ ที่ค้านมติดังกล่าว ได้แก่ ซีเรีย นิการากัว เกาหลีเหนือ และเบลารุส โดย 35 ประเทศงดออกเสียง ในจำนวนนี้รวมถึง จีน พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซีย อินเดีย ลาว ปากีสถาน เวียดนาม ไทย ศรีลังกา ซูดาน ปากีสถาน มองโกเลีย ทาจิกิสถาน และประเทศแถบแอฟริกาหลายประเทศ
ขณะที่ชาติอาเซียนอื่น ๆ ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน ติมอ เลสเต เห็นด้วยกับมติ
มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ทุกประเทศไม่รับรองความเคลื่อนไหวของรัสเซีย นับเป็นการโดดเดี่ยวทางการทูตอีกระดับที่กดดันไปยังรัสเซียนับตั้งแต่มีการรุกรานยูเครน นอกจากนี้ ยังให้การรับรองอธิปไตย อิสรภาพ เอกภาพและบูรณภาพทางเขตแดนของยูเครน ภายใต้เงื่อนไขเขตแดนที่นานาชาติยอมรับ
ในเวลาต่อมา เฟซบุ๊กของการกระทรวงการต่างประเทศไทยเผยแพร่ถ้อยแถลงของนายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ต่อการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 11 ถึงการลงมติงดออกเสียงต่อกรณียูเครนว่า ประเทศไทยเลือกงดออกเสียง เนื่องจากว่า มติดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบรรยากาศที่มีความอ่อนไหวและกำลังมีสถานการณ์ที่ผันผวนและปะทุขึ้นมาได้
"มตินี้จะยิ่งทำให้ลดโอกาสของการทูตในสภาวะวิกฤตที่จะนำมาซึ่งสันติภาพและการเจรจาในทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง โดยอาจผลักให้ทั้งโลกเข้าสู่สภาวะของสงครามนิวเคลียร์และการพังทลายทางเศรษฐกิจ" ถ้อยแถลงดังกล่าวระบุ
ถ้อยแถลงระบุด้วยว่า ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ที่หลักการระหว่างประเทศที่ถูกทำให้เป็นการเมืองสูงขึ้นได้นำมาสู่ความไม่สร้างสรรค์ในการยุติสงคราม
"การประณามเป็นการยั่วยุให้เกิดความดื้อแพ่ง ไม่ประนีประนอม และลดทอนโอกาสของการร่วมมืออย่างสร้างสรรค์"
ถ้อยแถลงระบุต่อว่า ประเทศไทยโศกเศร้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับยูเครน ทั้งทางกายภาพ สังคม มนุษยธรรมที่ถูกทำลาย รวมทั้งความยากลำบากแสนสาหัสที่ชาวยูเครนประสบ จึงเน้นย้ำความจำเป็นที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายในโศกนาฏกรรมนี้ ร่วมกันลดความขัดแย้งและความรุนแรง และพยายามหาวิธีการที่สันติท่ามกลางความแตกต่าง










