การหลอกขายแพ็กเกจท่องเที่ยวทางโซเชียลมีเดียกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก

Maria on the beach in Australia, where she lives
คำบรรยายภาพ, มาเรีย (นามสมมุติ) ตัดสินใจหนีหน้าร้อนที่ออสเตรเลีย เพื่อพาครอบครัวไปทริปสกีที่เทือกเขาแอลป์
    • Author, ราฟาเอล บาริเฟิส และโออานา มาโรซิโค
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization หรือ UNWTO) ระบุว่า กลโกงการท่องเที่ยวที่กลุ่มมิจฉาชีพหาเหยื่อผ่านสื่อดิจิทัลกำลังเป็นปัญหาที่พบเห็นบ่อยขึ้นทั่วโลกและมีการฉ้อโกงอย่างเป็นระบบ

การตรวจสอบของบีบีซีพบชาวบราซิลหลายสิบคนตกเป็นเหยื่อกลโกงรูปแบบนี้ หลังจากซื้อทริปการท่องเที่ยวหรูจากชายคนหนึ่งซึ่งใช้อินสตาแกรมโพสต์ภาพโรงแรมหรูและสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทาง

เมื่อเดือน ธ.ค.ปี 2021 มาเรีย (นามสมมุติ) ชาวบราซิลที่อาศัยในออสเตรเลียตัดสินใจหนีหน้าร้อนที่นั่น เพื่อพาครอบครัวไปทริปสกีที่ยุโรป

นี่คือการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของเธอนับตั้งแต่โควิดระบาด ดังนั้นเธอจึงอยากให้การท่องเที่ยวครั้งนี้มีความพิเศษ มาเรียจึงจ่ายเงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อแพ็กเกจทัวร์กับนายหน้าชาวบราซิลที่ชื่อ ราฟาเอล เบสซา ซึ่งเพื่อนของเธอแนะนำให้รู้จัก

ตอนแรกดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน แต่เมื่อมาเรียเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมที่ 3 ผู้จัดการโรงแรมกลับแจ้งว่าห้องที่เธอพักนั้นยังไม่มีการชำระค่าที่พัก

จากนั้น เรื่องไม่คาดคิดอื่น ๆ ก็ตามมา เช่น เมื่อครอบครัวจะขึ้นรถไฟเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป กลับต้องพบว่าตั๋วรถไฟที่ราฟาเอลจัดหาให้ 2 ใบนั้นมีเลขใบสั่งซื้อเดียวกัน ซึ่งหมายความว่ามีตั๋วที่ใช้ได้อยู่เพียงใบเดียว

เมื่อเข้าพักที่โรงแรมอีกแห่ง มาเรียก็ต้องเจอกับปัญหาเดียวกัน แม้ว่าเธอได้จ่ายเงินซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวครั้งนี้เต็มจำนวนแล้วก็ตาม

ตอนแรกมาเรียคิดว่าราฟาเอล เบสซา อาจแค่ทำงานไร้ประสิทธิภาพ แต่เมื่อเจอเรื่องซ้ำ ๆ เธอก็ตระหนักว่านี่ไม่ใช่การทำงานผิดพลาด แต่เป็นความจงใจ

Screengrab of Rafael Bessa Signature Travel Instagram page

ที่มาของภาพ, Rafael Bessa Signature Travel

คำบรรยายภาพ, ราฟาเอล เบสซา ใช้อินสตาแกรมโพสต์ภาพโรงแรมหรูและสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทาง

สรุปแล้ว มาเรียเสียเงินไปกับการท่องเที่ยวครั้งนี้ทั้งสิ้น 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านบาท) โดยที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นส่วนที่เธอจ่ายเป็นค่าแพ็กเกจท่องเที่ยวไปตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

มาเรียเผยกับบีบีซีว่า ไม่เพียงแต่ราฟาเอลจะอ้างว่าได้ชำระค่าที่พักของเธอทั้งหมดแล้ว แต่เขายังช่วยให้เธอได้อัพเกรดที่พักโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย ทว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และโรงแรมก็คิดค่าที่พักหรูของเธอเต็มจำนวน

มาเรียเล่าว่า ราฟาเอลรับปากว่าจะชำระเงินคืนแก่เธอ ซึ่งแม้เขาจะส่ง "หลักฐาน" การโอนเงิน แต่กลับไม่มีเงินเข้าบัญชีธนาคารของเธอเลย

เมื่อมาเรียตัดสินใจโพสต์เรื่องราวที่ได้เจอทางโซเชียลมีเดีย เธอก็ได้รับการติดต่อจากทนายความของราฟาเอลที่เสนอเงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการทำสัญญาหยุดเผยแพร่เรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเธอปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

บีบีซีติดต่อไปยังราฟาเอล เบสซา เพื่อสอบถามถึงข้อกล่าวหาขอมาเรีย ซึ่งเขาตอบว่า เกิด "ปัญหาที่ไม่สามารถลงรายละเอียดได้" เกี่ยวกับราคาของโรงแรมที่เธอพักแห่งหนึ่ง และห้องพักในราคานี้ไม่รวมอยู่ในแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มาเรียซื้อ นอกจากนี้เขายังส่งสำเนาการจองตั๋วรถไฟ ซึ่งบีบีซีพบว่าเป็นอย่างที่มาเรียเล่าว่าตั๋วทั้งสองมีเลขใบสั่งซื้อเดียวกัน

Ana in her home
คำบรรยายภาพ, แอนา ฮาเลนนา ซื้อแพ็กเกจทริปสกี และทริปท่องเที่ยวหน้าร้อนในอิตาลีกับราฟาเอล หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยจัดทริปพักผ่อนที่แสนวิเศษให้เธอและครอบครัวไปเที่ยวบราซิล

หญิงชาวบราซิลอีกคนที่ตกเป็นเหยื่อของนายหน้ารายนี้คือ แอนา ฮาเลนนา ซึ่งซื้อแพ็กเกจทริปสกี และทริปท่องเที่ยวหน้าร้อนในอิตาลีกับราฟาเอล หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยจัดทริปพักผ่อนที่แสนวิเศษให้เธอและครอบครัวไปเที่ยวบราซิลมาแล้ว

ในครั้งนี้ แอนาเลือกชำระเงินด้วยการจ่ายเงินสดบางส่วน และใช้บัตรเครดิตจ่ายส่วนที่เหลือ ทว่าในเวลาต่อมาเธอกลับพบว่าบัตรของเธอแจ้งยอดซื้อตั๋วของสายการบินบริติชแอร์เวย์ แอนาจึงโทรถามราฟาเอล

เขาบอกเธอว่ายอดดังกล่าวเป็นยอดชำระค่าโรงแรมในอิตาลีของเธอ แต่แอนาไม่เชื่อคำกล่าวอ้าง เธอจึงอีเมลไปสอบถามโรงแรม และพบว่าไม่มีการชำระค่าที่พักของเธอ

เมื่อแอนาจี้ถามราฟาเอลให้แสดงหลักฐานว่าเขาได้จองที่พักในรีสอร์ตสกีให้เธอ เขาได้ส่งหมายเลขจองมาให้ แต่เมื่อตรวจสอบกับรีสอร์ตกลับพบว่าเลขจองดังกล่าวไม่มีอยู่จริง

"ฉันเสียเงิน ความฝัน และแผนการเที่ยวครั้งนี้ ฉันสูญเสียทุกอย่าง" แอนากล่าว

ในเวลาต่อมา แอนาได้พูดคุยกับลูกค้าคนอื่น ๆ ของราฟาเอลที่มีประสบการณ์คล้ายกัน และพบว่านายหน้ารายนี้มีรูปแบบการก่อเหตุลักษณะเดียวกัน นั่นคือ การท่องเที่ยวครั้งแรกมักดำเนินไปได้ด้วยดี แต่เมื่อลูกค้าเริ่มเชื่อใจ และซื้อแพคเกจท่องเที่ยวที่มีราคาแพงขึ้น พวกเขาก็จะเจอปัญหาแบบที่เธอประสบ

ราฟาเอลยืนยันกับบีบีซีว่า เขาได้จองห้องพักในโรงแรมที่อิตาลีให้แอนาจริง แต่แอนายกเลิกแผนเล่นสกี และเขาก็จ่ายเงินคืนให้เธอแล้ว

แต่แอนายืนกรานว่าเธอไม่ได้ยกเลิกแผนใด ๆ เลย อีกทั้งไม่ได้เงินคืนจากราฟาเอล

แม้มาเรียและแอนาจะรู้สึกโกรธและเกิดบาดแผลทางจิตใจจากการฉ้อโกงที่เกิดขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบทางด้านการเงินของพวกเธอมากนัก

แต่สำหรับเอเดรียน โทรฟิน แม่ลูกสองชาวบราซิลที่ทำงานและอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน การที่ทริปท่องเที่ยวในฝันที่ประเทศกรีซของเธอไม่เป็นไปตามแผน ได้สร้างผลกระทบทางจิตใจอย่างหนักถึงขั้นที่ทำให้เกิดรอยร้าวในครอบครัว

เอเดรียนบอกว่าเธอไม่มีงบพอสำหรับทริปท่องเที่ยวหรู แต่ราฟาเอลบอกว่าสามารถจัดทริปให้ได้สำหรับทุกงบประมาณ เธอจึงตัดสินใจซื้อแพ็กเกจเที่ยวกรีซสำหรับครอบครัวและเพื่อนรวม 14 คน

พวกเขาจ่ายเงินล่วงหน้าให้ราฟาเอลเป็นค่าที่พักรีสอร์ตหรู "คลับเมด" ทว่าเมื่อไปถึงสนามบินกรุงเอเธนส์กลับไม่มีรถจากรีสอร์ตมารับตามนัดหมาย

Adriane in her home
คำบรรยายภาพ, เอเดรียน โทรฟิน บอกว่าประสบการณ์เลวร้ายจากการซื้อแพ็กเกจทัวร์จากราฟาเอลสร้างความร้าวฉาวให้ชีวิตคู่ของเธอกับสามี

เอเดรียนส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากราฟาเอล เขายืนยันว่ามีการจองทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว และให้เบอร์โทรศัพท์บริษัทรถที่จะมารับพวกเธอ แต่เอเดรียนไม่สามารถติดต่อเบอร์เหล่านี้ได้เลย

หลังจากรออยู่ที่สนามบินหลายชั่วโมง ในที่สุดผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าที่สนามบินของคลับเมดได้เข้าให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าราฟาเอลจองที่พักของคลับเมดจริง แต่ไม่ยอมชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด จึงทำให้ไม่มีที่พักสำหรับเอเดรียนและครอบครัว

ผู้จัดการรายนี้พยายามช่วยหาที่พักที่โรงแรมอื่นในกรุงเอเธนส์ให้ ซึ่งราฟาเอลอ้างว่าจะจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าไม่เป็นเช่นนั้น ส่งผลให้ท้ายที่สุด สามีของเอเดรียนต้องออกค่าที่พักที่โรงแรมแห่งใหม่ให้คนทั้งกลุ่มเป็นเงิน 8,500 ดอลลาร์สหรัฐ

เอเดรียนเล่าว่า "ฉันใช้เวลาทั้งสัปดาห์นั้น เจรจากับราฟาเอลทั้งวันทั้งคืน พยายามให้เขาคืนเงินบางส่วนให้ แต่เขากลับพูดเยาะเย้ยฉัน"

นอกจากนี้เขายังคุกคามลูกทัวร์คนอื่น ๆ ในกลุ่ม โดยพยายามทำให้พวกเขาเข้าใจว่าปัญหาทั้งหมดเป็นความผิดของเอเดรียน และเธอก็เป็นหนี้เขาอยู่

"ฉันเหมือนตกนรก ฉันไม่เคยเจอเรื่องเลวร้ายเท่านี้มาก่อนในชีวิต... เหมือนช่วง 7 วันในกรีซ" เอเดรียนเล่า

"ชีวิตคู่ของฉันสั่นคลอนอย่างหนักจากเรื่องนี้ สำหรับฉันมันเป็นเงินที่เยอะมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวอีกต่อไป"

เอเดรียนบอกว่าประสบการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเธออย่างรุนแรง

แม้จะรับประกันกับเอเดรียนว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนในตอนที่เธอรอที่สนามบิน แต่ราฟาเอลกลับบอกกับบีบีซีว่าเขาได้ยกเลิกการจองที่พักของเธอเพราะเธอไม่ยอมจ่ายเงินที่ค้างชำระเขาอยู่

แต่เอเดรียนแสดงหลักฐานการโอนเงินซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยงทั้งหมดให้แก่ราฟาเอลตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

Short presentational grey line

บีบีซีได้พูดคุยกับเหยื่อรายอื่นอีก 10 คนของราฟาเอล พวกเขารวมทั้งมาเรีย แอนา และเอเดรียน จ่ายเงินทั้งสิ้น 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อบริการจัดทริปท่องเที่ยวของราฟาเอล โดยที่ไม่ได้รับบริการตามที่ตกลงกัน

นอกจากนี้ บีบีซียังพูดคุยกับทนายความที่ว่าความให้กลุ่มลูกค้ารายอื่นของราฟาเอลอีกเกือบ 50 คนที่ระบุว่าถูกฉ้อโกงลักษณะเดียวกัน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกันทั้งสิ้น 183,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ราฟาเอล ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้กับบีบีซี โดยระบุว่ารู้สึกตกใจ พร้อมกล่าวว่า 90% ของคำกล่าวอ้างจากอดีตลูกค้าเหล่านี้ไม่เป็นความจริง

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทนายหน้าจัดบริการท่องเที่ยวหันไปใช้โซเชียลมีเดียเพื่อหาลูกค้ามากขึ้น

อลิเซีย โกเมซ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ UNWTO ระบุว่า ภาพที่บริษัทเหล่านี้นำเสนอผ่านโซเชียลมีเดียทำให้ลูกค้าหลายคนเชื่อว่าบริการนี้มีความน่าเชื่อถือมากกว่าโฆษณาที่พบตามเว็บไซต์ทั่วไป

ขณะเดียวกันเธอชี้ว่า ปัญหาการฉ้อโกงขายบริการการท่องเที่ยวผ่านสื่อดิจิทัลกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยทำกันอย่างแพร่หลายและเป็นระบบ

UNWTO ได้กำหนดกฎเกณฑ์เพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยว ซึ่งระบุถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ ของบริษัทโซเชียลมีเดีย รัฐบาล และลูกค้า ปัจจุบันมีประเทศที่ร่วมลงนามปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นี้แล้ว 7 ประเทศ โดยมีการบรรจุกฎเกณฑ์ที่ว่านี้เป็นกฎหมาย ในขณะที่บราซิลและอีกหลายประเทศอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าร่วม

ส่วนบริษัท Meta เจ้าของอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก บอกกับบีบีซีว่า บริษัทไม่ยอมให้มีการฉ้อโกงเกิดขึ้นในพื้นที่ของตน และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อช่วยตรวจสอบและขจัดนักต้มตุ๋นให้หมดไป อีกทั้งมีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้ใช้งาน